ทำไมตอนเด็กๆเ ก่ง แต่ตอนโตถึงสู้เขาไม่ได้

กอล์ฟไทยทำไมตอนเด็กๆเก่ง แต่ทำไมตอนโตถึงสู้เขาไม่ได้

เป็นคำถามที่ค่อนข้างฮิต ซึ่งผมมักได้ยินมาตลอดช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา

เป็นคำถามที่มีคำตอบอยู่ในตัวที่เห็นๆเป็นจริงกันอยู่แล้ว

เพียงแต่เป็นคำถาม ทำไม..ทำไม…แล้วทำไม ที่ต้องการคำตอบที่ต้องการแก้ไข

เพื่อไม่ให้มันเป็นอย่างนั้น สาเหตุที่มาเป็นคำถาม เพราะตอนเด็กๆ

ผลงานของเด็กไทยเมื่อไปแข่งขันในระดับนานาชาติทำได้ค่อนข้างดี

เป็นแชมป์กันค่อนข้างเยอะ แต่ทำไมพอเป็นนักกอล์ฟระดับโต

หรือระดับอาชีพทำไมไม่ค่อยมีชื่อ เหลือเพียง โปรธงชัย ใจดี และโปรกิรเดช อภิบาลรัตน์ ส่วนผู้หญิงมีเหลือค่อนข้างมาก

ความจริงคีย์ของคำตอบมันอยู่ที่คำว่า “เวลาของการฝึกซ้อม” เท่านั้นเอง

ลองดูคนที่เหลือตามย่อหน้าที่กล่าวผ่านมา คือคนที่เอาจริง เอาจัง ไม่เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น

แต่เด็กที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทั้งเมืองนอกและเมืองไทย ไม่ค่อยจะมีใครประสบความสำเร็จให้เห็นมากนัก

เพราะอะไร ก็เพราะคำว่า “เวลาของการฝึกซ้อม” มันน้อย

พิจารณาง่ายๆ แค่ว่า เด็กๆที่เก่งตอนเล็กๆ ส่วนมากเป็นเด็กที่พ่อหรือแม่

หรือปู่ย่า ตายาย มีเวลาพาไปเรียนไปฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

ทำได้มากกว่าคนอื่น ในขณะที่เด็กคนอื่น พ่อและแม่ หรือญาติไม่มีเวลาพาไปฝึกซ้อม เนื่องจากต้องทำงาน

เด็กที่ได้ฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนทุกวัน ๆ ละ 3-4 ชม. ทั้งที่สนามกอล์ฟ

สนามซ้อม และที่บ้าน(มีที่ซ้อม) บวกกับวันเสาร์-อาทิตย์ ไปร่วมแข่งขันกับรายการต่างๆ อยู่เป็นประจำ

ย่อมจะเก่งกว่าเด็กที่ในตอนเย็นไม่ได้หยิบไม้ฝึกซ้อมเลย

เพราะพ่อแม่ไม่ว่าง หรือต้องไปทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ติวพิเศษ หรือเรียนกิจกรรมอื่นๆ

รวมทั้งวันหยุดก็มีกิจกรรมต้องไปทำโน่นนั่นนี่อยู่เสมอ

มีเวลาจับไม้กอล์ฟน้อยมาก ถามว่า จะเอาอะไรไปสู้กับเด็กกลุ่มแรก ถึงแม้จะมีวงสวิงดีแค่ไหนก็ตาม

ทีนี้มาดูเด็กกลุ่มแรก เมื่อมีเวลาซ้อมผลงานย่อมจะดี

เวลาไปแข่งขันต่างประเทศก็มักจะมีผลงานดีกว่าเด็กคนอื่นๆ ประเทศอื่นๆ

เพราะเขายังเอาไม่จริง เล่นแค่สนุกๆ ในขณะที่เราเอาจริงมากกว่าเขาหลายเท่า

แต่ปัจจุบันนี้ เด็กไทยก็เอาชนะยากขึ้นแล้ว

เพราะมีคนเอาจริงเหมือนเด็กไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ จีน เกาหลี

ไตัหวัน อเมริกาใต้ หรือแม้แต่อเมริกาเองก็ตาม ดูได้จากผลการแข่งขันไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว

แต่นั่นคือเด็กกลุ่มที่เล็กๆ แต่พอมาดูเด็กโตในระดับอายุ 13 ขึ้นไป

อย่าว่าแต่ไปเอาชนะเขาเลย เอาแค่หาเด็กเล่นหรือแข่งขันยังยาก มีจำนวนน้อย เป็นเพราะอะไร มีหลายเหตุผล

เหตุผลแรก คิดว่ามีจำนวนมากที่สุด คือ เด็กเลิกเล่น จะด้วยเหตุว่า

เริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาว เริ่มรักสวยรักงาม ติดเพื่อน ติดแฟน รวมทั้งมีความรู้สึกว่า เล่นไปไม่ประสบความสำเร็จ

รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดี คุยกันไม่รู้เรื่องกับคนในครอบครัว

ไม่ได้เป็นการส่งเสริมกำลังใจ มีแต่ลดทอนกำลังใจด้วยคำพูดต่างๆ เช่น

“เสียเงินเสียงทองเรียนมา เล่นมา ทำไมไม่เห็นจะดีเลย ” ” คนนั้น คนนี้

เขาเล่นมาทีหลัง ตอนเด็กๆ สู้เอ็งไม่ได้ แต่ตอนนี้เขามาชนะเอ็งแล้ว

เอ็งไม่ได้เรื่อง” ” เลิกเล่นดีกว่ามั๊ง ดูแล้วอนาคตไม่มี ยิ่งโตยิ่งขี้เกียจ ” อะไรเหล่านี้เป็นต้น

เมื่อครอบครัวไม่สนับสนุน เด็กๆ ก็เริ่มจะซ้อมน้อยลง หันไปเรียนเพิ่มมากขึ้น หรือประชดด้วยการไม่เล่นไปเลย

ครอบครัวก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องปล่อยเลยตามเลย ถึงแม้จะลงทุนไปมากแล้วก็ตาม ให้เด็กเรียนหนังสือก็ยังดี

นั่นคือเหตุผลแรกเริ่มที่ทำให้เด็กซ้อมกอล์ฟน้อยลง เหตุผลต่อมา คือ

ความลังเลในเส้นทางชีวิตของตัวเองและครอบครัวว่าจะไปทางไหน

มีคำถามว่าถ้าจะเล่นกอล์ฟแล้วจะรอดไหม ไปเรียนก่อนให้จบปริญญาตรีก่อนดีกว่ามั้ง เรียนจบแล้วค่อยว่ากัน

อย่างน้อยมีการศึกษาไว้ก่อน ด้วยเหตุนี้ก็ทำให้เด็กซ้อมน้อยลง เพราะต้องไปติวไปกวดวิชากันยกใหญ่

แค่สองเหตุผลนี้ ก็คงจะตอบคำถามได้ว่าเพราะทำไม หรือถ้าจะสรุปอีกทีให้ชัดก็คือ

“เวลาฝึกซ้อมตอนโตไม่มีมากเหมือนตอนเป็นเด็ก ถึงแม้ตอนเป็นเด็กจะเก่งแค่ไหนก็ตาม ”

กีฬากอล์ฟ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความชำนาญ ทำบ่อยจนเป็นอัตโนมัติ ทั้งการทำและการคิด ต้องมีสมาธิ ต้องมีความเชื่อมั่น

อะไรนิดหน่อยมาทำให้สองสิ่งเสียไปก็ทำให้เกิดการผิดพลาดได้ตลอดเวลา

ดูฟอร์มว่ายังตีดีอยู่ แต่ผลสกอร์เกิน 3 เกิน 4 ก็จบแล้วสู้ใครเขาไม่ได้แล้ว

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์