ไม่มีหมวดหมู่

โปรอาร์มจบ ท็อป5 เฮนริก แชมป์ ที่เยอรมนี

โปรอาร์มจบ ท็อป5 เฮนริก สเตนสัน คว้าแชมป์
บีเอ็มดับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล โอเพ่น ที่ เยอรมนี

“โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ จบสกอร์รอบสุดท้ายอีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 จบอันดับห้าร่วมในศึกยูโรเปี้ยนทัวร์รายการบีเอ็มดับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล โอเพ่น ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านยูโร ที่สนาม กอล์ฟ คลับ กุต แลร์เชนฮอฟ เมืองพุลไฮม์ ประเทศเยอรมนี

กิรเดช อภิบาลรัตน์ แชมป์ทำเงินเอเชี่ยนทัวร์เมื่อปี 2013 ปิดฉากรอบสุดท้ายของเขาด้วยการทำ 6 เบอร์ดี้ 2 ดับเบิ้ลโบกี้ และ 1 โบกี้ ก่อนจบสี่รอบที่ กอล์ฟ คลับ กุต แลร์เชนฮอฟ 10 อันเดอร์พาร์ 278 แพ้แชมป์ เฮนริก สเตนสัน จากสวีเดนไป 7 สโตรค

“มันเป็นผลการแข่งขันที่ไม่เลวสำหรับการจบการแข่งขันด้วยการติดท็อปไฟว์ แต่มันควรจะทำได้ดีกว่านี้ ผมค่อนข้างผิดหวัง ผมตีช็อตแย่ๆออกไป 2-3 ช็อตซึ่งเกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด และผมก็เสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 9 และหลุม 16 จริงๆแล้วผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักโดยเฉพาะเมื่อเป็นฝ่ายตามหลังถึง 7 สโตรคในรอบสุดท้าย” นักกอล์ฟไทยวัย 26 ปีกล่าว

กิรเดชยังกล่าวต่ออีกว่า “มันเป็นวันที่หนักหนาสาหัสทีเดียวเพราะเราต้องเล่นกันถึง 36 หลุมในวันเดียว แต่ผมพยายามทำให้ดีที่สุด ในช่วงเก้าหลุมเกมค่อนข้างไหลลื่นกระทั่งมาพลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 9 เนื่องจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด ส่วน เฮนริก เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสมควรที่จะได้รับชัยชนะแล้ว”

ด้าน เฮนริก สเตนสัน นั้นสามารถกลับมาคว้าแชมป์บีเอ็มดับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล โอเพ่น ไปครองเป็นสมัยที่สอง แม้ในช่วงกลางรอบจะมีสะดุดบ้าง แต่ที่สุดคว้าแชมป์ไปครองด้วยชัยชนะ 3 สโตรค

สเตนสัน นักกอล์ฟจากสวีเดน ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายโดยมีสกอร์นำหน้า ธอร์บียอร์น โอลเซ่น จากเดนมาร์กอยู่ 1 สโตรค ก่อนจะจบการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 ชนะ โอลเซ่น และ ดาร์เรน ไฟชาร์ดท์ จากแอฟริกาใต้ 3 สโตรค

นับเป็นการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนทัวร์รายการที่ 10 ในชีวิตของ สเตนสัน นักกอล์ฟที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกที่ยังไม่เคยชนะรายการเมเจอร์ แต่เป็นการกลับมาคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกนับจากชนะเวิลด์ ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ หนที่สองเมื่อ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาในดูไบ

“มันเป็นชัยชนะที่ยากรายการหนึ่งเลยทีเดียว” สเตนสัน ที่เคยคว้าแชมป์บีเอ็มดับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล โอเพ่น เมื่อปี 2006 มาครั้งหนึ่งแล้วกล่าว “ผมต้องพยายามอย่างมากในการคัมแบ็กกลับมา เพราะในช่วงเก้าหลุมแรกผมเล่นไม่ดีนัก มีผิดพลาดไป 2-3 ครั้ง” แต่จากนั้นก็เริ่มดีขึ้น มาเก็บเบอร์ดี้ที่หลุมพาร์ 5 ได้”

นักกอล์ฟจากสวีเดน ยังกล่าวต่ออีกว่า “ผมรู้สึกว่าเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมาผมเล่นได้ดีทีเดียว แต่ไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลมาครองได้ มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากทีเดียว แต่คุณต้องพยายามต่อไปและพาตัวเองให้ไปอยู่ในตำแหน่งทีได้ลุ้น และคราวนี้ผมก็สามารถมาได้ตลอดรอดฝั่ง”

หลังจากที่ได้เบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก ดูเหมือนงานนี้ที่ กอล์ฟ คลับ กุต แลร์เชนฮอฟ เมืองพุลไฮม์ ของ สเตนสัน ไม่น่ายาก แต่หลังจากหลุม 6 เป็นต้นไป นักกอล์ฟหมายเลขเจ็ดของโลกไปพลาดเวียสามโบกี้ในการเล่น 5 หลุมถัดจากนั้น

นั่นเปิดโอกาสให้ ดาร์เรน ไฟชาร์ดท์ จากแอฟริกาใต้ ขยับขึ้นมานำร่วม แต่การเสียโบกี้ที่หลุมสุดท้ายทำให้นักกอล์ฟอันดับที่ 348 ของโลกขึ้นไปนำบนคลับเฮ้าส์ที่สกอร์ 14 อันเดอร์พาร์ หลังจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69

เกือบตลอดทั้งวันเป็น โฮลเซ่น นักกอล์ฟจากเดนมาร์กที่ตามไล่กดดัน เฮนริก สเตนสัน ทว่านักกอล์ฟวัย 26 ปีจากเดนมาร์กเล่นผิดพลาดมากเกินไปจนจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามา 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวมแล้วจบอันดับสองร่วมกับ ไฟชาร์ดท์ ที่ 14 อันเดอร์พาร์

ด้าน สเตนสัน นักกอล์ฟวัย 40 ปี หลังจากผิดพลาดในช่วงกลางรอบแล้วกลับมาเก็บ 3 เบอร์ดี้ใน 5 หลุม ก่อนจบสกอร์รอบสุดท้าย 1 อันเดอร์พาร์ 71 และสามารถปิดเกมด้วยการคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกหลังจากมีโอกาสทองมา 3 ครั้งหลังจากเมื่อปี 2014 จบรายการนี้ด้วยการแพ้เพลย์ออฟ และรองแชมป์อีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว

สรุปผลบีเอ็มดับเบิ้ลยู อินเตอร์เนชั่นแนล โอเพ่น (สนามพาร์ 72)
271  เฮนริก สเตนสัน (สวีเดน) 68-65-67-71
274  ดาร์เรน ไฟชาร์ดท์ (แอฟริกาใต้)   68-69-68-69
274  ธอร์บียอร์น โอลเซ่น (เดนมาร์ก)  67-67-67-73
277  ราฟาเอล ณัคลิน (ฝรั่งเศส)  65-68-72-72
278  เซอร์จิโอ การ์เซีย (สเปน) 71-68-70-69
278  กิรเดช อภิบาลรัตน์ (ไทย) 69-64-74-71
279  เดวิด ฮอร์ซีย์ (อังกฤษ) 73-70-66-70
279  แบรนด์ ไวส์เบอร์เกอร์ (ออสเตรีย)  68-70-70-71
280  พาโบล ลาร์ราซาบัล (สเปน)  68-69-72-71
280  ไมเคิ้ล ลอเรนโซ-เวร่า (ฝรั่งเศส) 69-69-67-75
280  โรเบิร์ต ดินวิดดี (อังกฤษ) 69-73-69-69
280  แกรม สตรอม (อังกฤษ)  69-70-71-70