สถานีต่อไป พาราลิมปิกเกมส์ 2020

สถานีต่อไป พาราลิมปิกเกมส์ 2020

เป็นธรรมเนียม หลังจากการแข่งขันโอลิมปิกจบลง ก็เป็นคิวที่นักกีฬาพาราลิมปิกจะลงสนามแข่งขันกันต่อ และแน่นอนว่าในศึกพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่โตเกียว ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24 สิงหาคมถึง 5 กันยายนนี้ ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่ซุ่มซ้อมมาหนักก็พร้อมบุกกวาดเหรียญทองกันแล้ว หลายชนิดกีฬามั่นใจมีเซอร์ไพรส์ใหญ่กว่าที่บราซิลแน่นอน

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ในประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการแข่งขันพาราลิมปิกที่กรุงโตเกียวในครั้งนี้ นักกีฬาพาราลิมปิกของไทยจะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากนักกีฬาจากทุกสมาคม ทั้งสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาคนพิการทางปัญญาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ได้เก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับความพร้อม ทั้งในเรื่องของอุปกรณ์การซ้อมก็ดีขึ้น และการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยในการพัฒนาศักยภาพของตัวนักกีฬา ทำให้นักกีฬาหลายๆ คนทำผลงานได้ดี จะเห็นได้จากจำนวนนักกีฬาของเรา ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นในพาราลิมปิกครั้งนี้ มีจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เชื่อว่าจะสามารถสร้างผลงานได้กว่าพาราลิมปิกครั้งที่ผ่านมา”

หลังเก็บตัวฝึกซ้อมมาอย่างยาวนานกว่า 4 ปีเต็ม ทีมเทเบิลเทนนิสคนพิการทีมชาติไทย ประกาศความพร้อมเต็มร้อย จากโควต้าเข้าร่วมการแข่งขันได้ถึง 12 คน ได้สิทธิ์ลงชิงชัยถึง 17 รายการ ตั้งเป้าหมายเข้าชิงอย่างน้อย 2 รายการ จาก รุ่งโรจน์ ไทยนิยม ดีกรีเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ที่แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันพร้อมเกือบ 90 เปอร์เซ็นแล้ว แต่ยังถ่อมตัวตั้งเป้าขอแค่เข้ารอบรองฯก่อนเป็นอันดับแรก

ขณะที่ ทีมวีลแชร์เทนนิส มีนักกีฬาได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน 3 คน ประกอบด้วย สาคร ขันทะสิทธ์ นักกีฬาหญิงเดี่ยว ประสบการณ์สูงที่ผ่านพาราลิมปิกเกมส์มาแล้วถึง 5 สมัย, สุธี คลองรั้ว นักกีฬาชายเดี่ยวที่ชั่วโมงบินไม่แพ้กัน ลุยพาราลิมปิกมาแล้ว 4 สมัย ซึ่งทั้งคู่ขอเค้นประสบการณ์ทำผลงานกระหึ่มในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้เป็นการทิ้งทวน และอีกหนึ่งนักกีฬาชายเดี่ยวที่จะไปสู้ศึกครั้งนี้ บรรจบ สุวรรณ ที่เพิ่งได้สิทธิ์ลุยหนแรก ยอมรับตื่นเต้น แต่ก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน “โตเกียวเกมส์” มาให้ได้มากที่สุด

บรรจบ สุวรรณ – สาคร ขันทะสิทธ์ – สุธี คลองรั้ว

ทางด้าน ทัพฉลามหนุ่ม-เงือกสาวพาราทีมชาติไทยได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 4 คน แบ่งเป็น นักกีฬาชาย 3 คน คือ ชาคร แก้วศรี, ภูชิต อิงชัยภูมิ, วรวิทย์ คำแก้ว และนักกีฬาหญิง 1 คน คือ อัญชญา เกตุแก้ว ถือว่ามีโอกาสลุ้นเหรียญด้วยกันทั้งหมด โดยเฉพาะ วรวิทย์ คำแก้ว ที่ถือเป็นนักกีฬาที่มีแรงกิ้งติดอยู่ 1ใน 10 ของโลก และ อัญชญา เกตุแก้ว เงือกสาวดาวรุ่งทีมชาติไทย ที่มีโอกาสไปเก็บตัวถึงสหรัฐอเมริกา ได้เทคนิคการว่ายน้ำติดมือมาเพียบ พญ.พรระวี เพียรผดุงรัชต์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชี้ หากวันแข่งขันสามารถผ่านรอบคัดเลือกได้ เราเชื่อมั่นว่าทุกคนมีโอกาสมีเหรียญรางวัลติดมือกลับมา

ภูชิต อิงชัยภูมิ – ชาคร แก้วศรี

ส่วน อ๋อม – เมทินี วงษ์ชมภู นักกีฬายูโดคนตาบอดทีมชาติไทย หนึ่งเดียวที่สามารถคว้าตัวเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 มีดีกรีเป็นรองแชมป์เอเชีย 2 สมัย ในปี 2018 และ 2019 จะลงแข่งขันในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 52 กก.หญิง คลาส บี 1 ซึ่งมีนักกีฬายูโดลงชิงชัยทั้งสิน 12 คน ซึ่งในรอบแรกจะแข่งขันในระบบน็อคเอาท์แพ้ตกรอบทันที ถ้าผ่านมาถึงรอบสองจะไม่ตกรอบมีโอกาสลุ้นในรอบไต่อันดับเพื่อแย่งสิทธิ์เข้าไปชิงเหรียญทองแดงได้ ซึ่งหลังเก็บตัวซ้อมเข้มข้น โค้ชโต้ง ภาคภูมิ เทียนทอง การันตีอ๋อมสู้ได้ทุกคนในรุ่น แม้หลุดจากการเป็นมือวางก็ตาม พร้อมย้ำมีโอกาสหยิบเหรียญรางวัล

เมทินี วงษ์ชมภู

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของนักกีฬาพาราไทยจากทั้งหมด 77 คน ใน 14 ชนิดกีฬา ที่ผ่านเข้าร่วมชิงชัยการแข่งขันมหกรรมกีฬา พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 24 สิงหาคมถึง 5 กันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นการแข่งขันพาราลิมปิก ที่มีนักกีฬาไทยผ่านเข้าไปร่วมแข่งขันมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แฟนกีฬาอย่าลืมร่วมส่งแรงใจไปเชียร์ ให้ทัพนักกีฬาไทยกวาดเหรียญรางวัลกลับมากันเยอะๆ นะครับ