คนไทยทำได้

คนไทยทำได้

ในห้วงช่วงเวลาเกือบสองปีมานี่คนไทยเราผ่านอะไรมาเพียบส่วนมากจะมาสาย “นรกมาเยือน” ก็เรื่อง “โควิด-19” บวกกับ “ความไม่เป็นโล้เป็นพายของนักการเมืองที่เรามี” แค่นี้ก็เจียนไปเจียนอยู่แล้วครับท่าน จะอะไรก็ช่างมนุษย์นักการเมืองเล่นเอาชีวิต “คนไทย” มาต่อรองเพื่อวิถีการเมืองของพวกเขาเอง แบบนี้มันใช่เรื่องไหมนี่ดูง่ายๆ กทม.กับส่วนกลางพวกยังโทษกันไปโทษกันมาถึงวัคซีนที่ กทม.ได้รับกับที่ส่วนกลางจัดให้ไปนี่มันอะไรกันหว่าถ้าเป็นแบบนี้พอจะมองออกว่าในอนาคตอันใกล้ยังมีคนป่วยและตายอีกมากหากคนกลุ่มที่เราไว้วางใจยังบ้าบอกันอยู่แบบนี้ เช่นนี้ผู้คนอย่างเราๆ จะทำอย่างไรกันดีครับ..

เรื่องแบบนี้มันยังพอมีทางรอดอยู่บ้างสำหรับใครหลายคนที่กำลังท้อแท้อยู่ ข้อแรกต้องคิดว่า “ทั่วโลกเขาก็เพียบอยู่เหมือนกัน” ส่วนเราคือเหมือนประเทศอื่นๆ ที่มีชะตากรรมเดียวกันยังต่อมาคือ “อย่าคิดถึงแต่เรื่องลบๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน” อะไรที่จะทำให้ใจเราขุ่นมัวขึ้นก็อย่าดูหรืออย่างฟัง “เลิกได้ยิ่งดี” ประการต่อมาคืออย่าสร้างปัญหาใหม่ๆ ให้ตัวเราเองอีกเรื่องนี้ถ้าเราขืนสร้างปัญหาใหม่ๆ เข้ามาอีกสุดท้ายก็อาจเป็นเราที่ต้องยอมจำนนไปเอง เพราะปัญหาสุดท้ายจะกลายเป็นทุกข์ต่อตัวเราและสังคมโดยรวมไปอีก ช่วงนี้ขนาดจะหายใจยังต้องเลือกเวลา แล้วปัญหาหากเราไม่หามามันจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด…

หลายท่านอาจมองว่าแล้วเวลานี้ผู้คนไม่มีอะไรเหลือจะทำอย่างไรกันดี นั่นต้องมองย้อนกลับไปก่อนหน้าว่าในยามที่บ้านเมืองปกติเราได้รู้จักคำว่า “เก็บหอมรอบริบบ้างหรือเปล่า” ความสุรุ่ยสุร่าย” ในอดีตมันกำลังตามมาหลอกหลอนเราอยู่ในยามนี้ ครูไก่เชื่อว่านรกบนดินคราวนี้จะทำให้คนไทยรู้จักตัวเองมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพราะบางครั้งก่อนจะโทษลมโทษฝนที่พัดพาบ้านช่องพังเราเคยใส่ใจกับอะไรที่มันผุพังมาก่อนหรือเปล่า ความเป็นคนไทยที่อยู่กันแบบครอบครัวให้อยู่แบบขยาย แต่ความจริงการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นมันแทบจะไม่มีเอาเลยจริงๆ ใครจะว่าผมคิดแรงเขียนแรงก็ไม่ว่ากัน เราต้องยอมรับความจริงกันในเรื่องนี้ แล้วการที่เราจะกระดุกกระดิกพลิกตัวเข้าสู่วิถีใหม่ของชีวิตมันก็สามารถทำได้หากแต่ต้องมีอะไรมากระชากให้ผู้คนละเลิกจากความไม่ได้เรื่องได้ราวที่มีอยู่…

จากความมืดมัวสิ้นหวังของใครหลายๆ คน ถึงแม้จะมีการสูญเสียของชีวิตที่หลุดร่วงเป็นใบไม้ร่วง ซึ่งมันก็บ่งบอกได้ว่าความจริง “การสาธารณสุขของเรามันทั่วถึงหรือดีจริงหรือ” เพราะจากความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคที่พกพามา 10 ประการทั้งหลายทั้งปวงคือความจริงที่ว่า “โรคที่เกิดขึ้นแล้วติดตัวมามันเป็นเรื่องที่มาจากความไม่ใส่ใจตัวเองขอผู้คนทั้งสิ้น” เห็นกันแล้วนะครับผมเองถ้าไม่สนอกสนใจตัวเองแต่กาลก่อนป่านนี้ก็อาจจะต้องไปนอนเฝ้ารากมะม่วงหรือนอนคุยกับไส้เดือนไปแล้ว แต่นี่ดีที่เราเคยพบเคยเห็นอบายมุขมามากมายทั้งใกล้และไกลตัวมีหลายครั้งที่เกือบจะไปกับเขาด้วยแล้วแต่…แค่ความคิดดีต่อตัวเองเท่านั้นเองจริงๆ ผมไม่เคยคิดว่าใครต่อใครจะมาเสียใจกับผมในยามที่ผมนรกมาเยือน ก็ผมจะรู้และเรียนได้ด้วยตัวเองคนแรกที่จะรู้คือเราเองนี่แหละให้คนอื่นเขาชื่นชมในความสำเร็จของเราก็พอแล้ว…ทำแบบนี้จะทำกันได้มั้ย…เชื่อว่าคนไทยทำได้ครับ….

ครูไก่