กอล์ฟ หายไปไหน 112 ปี จากโอลิมปิก?

เกาะติดกอล์ฟ โอลิมปิก โตเกียว 2020
ไขข้อสงสัยว่าทำไมกีฬาระดับโลกไม่มีแข่งเป็นร้อยปี

หลังจากรอคอยมายาวนานถึง 112 ปี กอล์ฟ ก็ได้หวนคืนสู่มหกรรมกีฬาของมนุษยชาติอีกครั้ง ในการจัดโอลิมปิก ครั้งที่ 28 ณ กรุงริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล โดยเจ้าของเหรียญทองประวัติศาสตร์ ฝ่ายชายได้แก่ ‘จัสติน โรส’ จากสหราชอาณาจักร โดยมี ‘เฮนริก สเตนสัน’ (สวีเดน) และ ‘แมทท์ คูชาร์’ (สหรัฐอเมริกา) ได้เหรียญเงิน และทองแดง ตามลำดับ ส่วนฝ่ายหญิง โปรเกาหลีใต้ ‘อินบี ปาร์ค’ เป็นเจ้าของเหรียญทอง, เหรียญเงิน ‘ลิเดีย โค’ (นิว ซีแลนด์) และ เหรียญทองแดง ‘ซาน ซาน เฟง’ (จีน) เป็นที่น่าสังเกตว่า นักกีฬาชาย มาจากทวีปยุโรปทั้งหมด โดยนักกีฬาหญิงมาจากเอเชียทั้งหมด

แล้วกีฬากอล์ฟ หายไปไหน ยาวนานถึง 112 ปี? เรื่องนี้มีที่มาดังนี้ครับ…

ในการแข่งขันโอลิมปิกยุคใหม่ครั้งแรก จัดขึ้นที่ กรุง เอเธนส์ ประเทศกรีซ มีกีฬาทั้งหมด 9 ชนิด, 43 รายการ มีผู้เข้าร่วมจาก 14 ประเทศ (ประเทศจากเอเชียยังไม่ได้เข้าร่วม) โดยไม่มีกีฬา กอล์ฟ รวมอยู่ด้วย แต่ในอีก 4 ปีถัดมา เมื่อมีการจัดโอลิมปิกครั้งที่ 2 ในปี 1900 ซึ่งประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ กอล์ฟ จึงได้บรรจุไว้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 2 – 4 ตุลาคม 1900 ณ คองเปียญ กอล์ฟคลับ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ชาย 36 หลุม, หญิง 9 หลุม และ ชาย เน็ตสกอร์ 18 หลุม แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า กอล์ฟ ไม่ได้รับความสนใจจากคณะจัดการแข่งขันมากนัก เนื่องจาก โอลิมปิก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดงาน เวิร์ลแฟร์ ทำให้การจัดการแข่ง เต็มไปด้วยปัญหายุ่งยาก

ผลการแข่งขันกอล์ฟครั้งแรกในโอลิมปิก ชัยชนะทั้ง 3 ประเภท เป็นของ นักกอล์ฟอเมริกันล้วน ๆ โดย ชาลส์ แซนด์ ชนะในการแข่ง 36 หลุม, อัลเบิร์ต แลมเบิร์ต ชนะในการเล่นแบบมีแต้มต่อ 18 หลุม และ มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต ชนะในการเล่น 9 หลุม ของฝ่ายสุภาพสตรี เรื่องน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งก็คือ มาร์การ์เร็ต แอ็บบ็อต ซึ่งจะต้องได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันระดับโอลิมปิก ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า กำลังอยู่ในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ กลับได้รับเพียงจานที่ระลึก จนเมื่อเวลาผ่านไป ทายาทรุ่นลูกถึงได้รับข้อมูลข่าวดีว่า แม่ของพวกเขาเป็นถึงนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก หลังจากเธอได้ลาโลกไปแล้วหลายปี

การแข่งกอล์ฟโอลิมปิกครั้งที่ 2 จัดต่อเนื่องในโอลิมปิก ครั้งที่ 3 เมื่อ ปี 1904 จัดขึ้น ณ เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดร่วมกับงาน เวิร์ลแฟร์ อีกเช่นกัน โดย กอล์ฟ แข่งขัน ระหว่าง 17-19 กันยายน 1904 ณ สนาม นิว เกลน เอคโค่ คันทรี คลับ มีตัวแทนเข้าแข่งขันเพียง 2 ประเทศ, สหรัฐอเมริกา 74 คน และแคนาดา 3 คน รูปแบบแข่งขันไม่เหมือนครั้งก่อน มีทั้งการแข่งขันตีไกล แข่งขันพัตต์ แข่งแบบคิดแต้มต่อ การแข่งขันทีมนัซซอร์ (วิธีเล่นแบบหนึ่งที่นับคะแนน ดีที่สุด 9 หลุมแรก 9 หลุมหลัง และ 18 หลุม) และการแข่งขันแมตช์เพลย์ เพื่อชิงเหรียญโอลิมปิก ซึ่งไม่มีการแข่งขันของสุภาพสตรีรวมอยู่ด้วยเลย โดย อัลเบิร์ต แลมเบิร์ต แชมป์ประเภทมีแต้มต่อในครั้งก่อนที่ ปารีส ได้ร่วมลงแข่งขันด้วย ทำให้เขาได้สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นนักกีฬาเพียงคนเดียว ที่ได้ลงแข่งกอล์ฟในโอลิมปิกทั้งสองครั้ง และ อัลเบิร์ต แลมเบิร์ต คนนี้แหล่ะ ที่เป็นตัวตั้งตัวตี วิ่งเต้นจนทำให้กอล์ฟ ได้เข้าไปอยู่ในโอลิมปิก ครั้งที่ 2 ณ เมืองเซ็นหลุยส์ จนสำเร็จ โดย ผู้พันจอร์จ แม็คกรูว์ พ่อตาของเขาเองคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ส่วนผลการแข่งขันนั้น ประเภททีม สหรัฐอเมริกา กวาดเหรียญไปได้ทั้งหมด และประเภทเดี่ยว จอร์จ ลียง สุดยอดนักกอล์ฟจากแคนาดา เฉือนนักกอล์ฟเจ้าถิ่นอเมริกันได้อย่างฉิวเฉียด คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ทั้งที่ในชีวิตของเขาเริ่มเล่นกีฬาช้าไปหน่อย จนเหลือแค่ กอล์ฟ ที่พอเล่นไหว แล้วเขาก็ทำได้ดีมากจนคว้าแชมป์ แคนาเดี้ยน อะเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ ได้ถึง 8 ครั้ง ก่อนมาแข่งโอลิมปิก ก็เป็นแชมป์มาแล้ว 3 สมัย

อัลเบิร์ต แลมเบิร์ต ชาวอเมริกัน นักกอล์ฟคนเดียวที่ได้แข่งโอลิมปิก 2 ครั้ง

โอลิมปิก ครั้งต่อมา จัดขึ้นในปี 1908 ที่ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า กีฬากอล์ฟ ได้ลาจากโอลิมปิกไปแล้ว โดย จอร์จ ลียง เจ้าของเหรียญทอง โอลิมปิก ที่ เซ็นหลุยส์ ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ล่องเรือเพื่อไปป้องกันแชมป์ แต่กลับพบว่า ไม่มีกีฬากอล์ฟในการแข่งขัน ทั้งนี้ เนื่องจากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เล่น ระหว่าง คณะกรรมการกอล์ฟโอลิมปิกและ Royal & Ancients ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในวงการกอล์ฟ จนทำให้นักกอล์ฟชาวอังกฤษถอนตัวจากการแข่งขัน กีฬากอล์ฟถูกยกเลิก, คณะกรรมการ เสนอให้มีการมอบเหรียญทองกับ จอร์จ ลียง เพื่อจะปลอบในเชิงสัญลักษณ์ แต่เขากลับบอกปฏิเสธข้อเสนอนี้ และเดินทางกลับแคนาดาด้วยความผิดหวัง

จอร์จ ลียง จากแคนาดา ผิดหวังเพราะโอลิมปิก ที่ลอนดอน ปี 1908 ยกเลิกกอล์ฟ

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้ง 4 จัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์มในปี 1912 ซึ่งมีการเล่นกอล์ฟไม่มาก จึงไม่ได้ถูกบรรจุเข้าไป พอถึงปี 1914 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 โอลิมปิก จึงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย พอถึงปี 1920 กลับมาจัดอีกครั้งที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม แต่ผู้เล่นไม่มีจึงต้องงดไปอีก และในปีถัดมา 1921 คณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิก โดยกำหนดบทบัญญัติว่า กีฬาจะต้องมีองค์กรคอยดูแล และต้องเล่นใน 40 ประเทศ เนื่องจากข้อกำหนดใหม่นี้ กอล์ฟจึงขาดคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในปี 1936 ที่กรุงเบอร์ลินอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เยอรมนีได้จัดการแข่งขันกอล์ฟระดับนานาชาติ ‘The Great Golf Prize of Nations’ ซึ่งเล่นที่เมืองบาเดิน-บาเดิน ร่วมกับการแข่งขันโอลิมปิก และวางแผนให้มีพิธีมอบเหรียญรางวัล คล้ายกับงานโอลิมปิก มี 7 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน ผู้ชนะประเภททีม 2 คน จากการเล่น 4 รอบ จะได้รับถ้วยรางวัลของฮิตเลอร์ ซึ่งเขาเคยสัญญาไว้ว่า หากผู้ชนะเป็นชาวเยอรมัน จะมอบถ้วยรางวัลนี้ด้วยตัวเอง

รอบสุดท้าย ทีมเยอรมันขึ้นนำทีมอังกฤษ, ฟอน ริบเบนทรอป รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมัน ขอให้ฮิตเลอร์เดินทางมาที่สนาม ในขณะที่เขาคิดว่าเยอรมนีจะชนะอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทอมมี่ เธิร์สก์ และ อาร์โนลด์ เบนท์เลย์ จากทีมอังกฤษ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่ง เธิร์สก์ ได้สร้างสถิติด้วยคะแนน 65 พาทีมอังกฤษขึ้นนำ ส่วนทีมเยอรมัน เล่นได้อย่างน่าผิดหวัง จนตกลงไปอยู่อันดับ 3 โดยทีมฝรั่งเศสแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 2, รัฐมนตรีฯ ฟอน ริบเบนทรอป จำเป็นต้องแจ้งข่าวร้ายแก่ท่านผู้นำ เมื่อฮิตเลอร์ทราบข่าวก็โกรธจัด สั่งคนขับรถให้กลับเบอร์ลินทันที ทิ้งให้ ดร.คาร์ล เฮงเคลล์ เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลชนะเลิศให้กับทีมอังกฤษ และนั่นคือครั้งสุดท้าย ที่กอล์ฟเกี่ยวข้องกับโอลิมปิก ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่กีฬาไม้ประดับ…

ทอมมี เธิร์สก์ และ อาร์โนลด์ เบนท์เลย์ จากทีมสหราชอาณาจักร ชนะเลิศในการแข่งขันกอล์ฟ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในโอลิมปิก ปี 1936 แต่ไม่ได้ถ้วยจากมือ ฮิตเลอร์

ถ้านับอย่างเป็นทางการแล้ว ครั้งสุดท้าย ที่ กอล์ฟ บรรจุในโอลิมปิก ก็คือ โอลิมปิก ครั้งที่ 3 ณ เมืองเซ็นต์หลุยส์ อเมริกา ใน ปี 1904 แล้วก็ว่างเว้นไปจนถึง ปี 2016 เป็นเวลาถึง 112 ปี ที่รอคอย โอลิมปิก ครั้งที่ 28 ณ เมืองรีโอ เดจาเนโร ประเทศบราซิล กอล์ฟถึงได้กลับมาเป็นกีฬาในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ระหว่าง 11 – 14 สิงหาคม 2016 (บุคคลชาย) และ 17 – 20 สิงหาคม 2016 (บุคคลหญิง)

ส่วน โอลิมปิก ครั้งที่ 29 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่แน่นอนแล้วว่า กอล์ฟ ได้ถูกบรรจุไว้อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดแข่ง 29 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2021 (บุคคลชาย) และ 4 – 7 สิงหาคม 2021 (บุคคลหญิง)

ถ้าจะให้สรุปส่งท้าย ว่าทำไม? กอล์ฟ ถึงได้หายไปจากโอลิมปิกถึง 112 ปี หลังจากมีอยู่ในรายชื่ออย่างเป็นทางการเพียง 2 ครั้งเท่านั้น สาเหตุหลักก็คงเป็นเพราะ ในอดีต ยังมีผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ไม่มากนัก จนขาดความกระตือรือร้นที่จะผลักดันให้เกิดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเจอกับ กฎ กติกา ข้อห้าม ข้อบังคับ ซึ่งว่าไปแล้ว บางข้อ ก็ทำให้รู้สึกสับสน ในคำจำกัดความของสถานะผู้เล่น ว่าเป็นสมัครเล่นหรืออาชีพ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับ กีฬาอื่น ๆ ในโอลิมปิกมาแล้ว เช่น บาสเกตบอล เทนนิส ฯลฯ ยิ่งทำให้ กอล์ฟ ต้องห่างไกลออกไปอีก จนอาจจะคิดกันว่า เอาเวลาไปใส่ใจกีฬาอื่น ๆ ดีกว่า ส่วนกอล์ฟ ก็ปล่อยให้เป็นกีฬาเฉพาะตัวไป ถึงไม่มีในโอลิมปิก ก็ตามดูได้เรื่อย ๆ แต่ยังโชคดีที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ เปิดใจกว้าง รับฟังเหตุผล ที่จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เห็นผลอย่างทันตาก็คือ วิสัยทัศน์นี้ ช่วยทำให้ กอล์ฟ และ กีฬา ทุกประเภท จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน.

ที่มา : ภาพ/ข้อมูล golfcollege.edu, olympics.com, wikipedia.org, google.com