มิกเกลสัน ทุบสถิติอายุมากสุด ที่ชนะเมเจอร์

มิกเกลสัน ทุบสถิติอายุมากสุด ที่ชนะเมเจอร์

ฟิล มิกเกลสัน กลายเป็นนักกอล์ฟที่อายุมากสุดในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์หลังชัยชนะ 2 สโตรกในศึกพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 1.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 62 ล้านบาท ณ สนามเคียวาห์ ไอส์แลนด์ ในเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

ฟิล มิกเกลสัน นักกอล์ฟอเมริกันวัย 50 ปีคว้าเงินรางวัลไปครอง 2.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 66 ล้านบาทหลังคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่หกในอาชีพจากการสร้างช็อตท่ามกลางกระแสลมแรงที่เคียวาห์ ไอส์แลนด์ ในขณะที่นักกอล์ฟหนุ่มกลับร่วงหล่นกันไปเอง

“นี่เป็นวันที่สุดยอดจริงๆ” มิกเกลสันกล่าว “แน่นอนที่สุดว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต”

ชัยชนะส่งผลให้ มิกเกลสัน กลายเป็นนักกอล์ฟที่อายุมากที่สุดที่ชนะเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ ทำลายสถิติเดิมที จูเลียส โบรอส นักกอล์ฟอเมริกันอีกคนที่เคยชนะพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 1968 ด้วยวัย 48 ปี

“ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างได้ถึงความตื่นเต้น ความสมหวัง และความสำเร็จที่ผมสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้ที่มีความสำคัญขนาดนี้ได้ในขณะที่มีคนเพียงไม่กี่คนที่คิดว่าผมจะสามารถทำได้” มิกเกลสันกล่าว

มิกเกลสัน ทำสกอร์รอบสุดท้ายเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวม 72 หลุม 6 อันเดอร์พาร์ 282 ขณะที่ หลุยส์ อูสธุยเซน แชมป์บริติช โอเพน 2010 จากแอฟริกาใต้และ บรู๊ค เคปกา แชมป์เมเจอร์ 4 รายการจบอันดับสองร่วมกันด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 284

นับเป็นการกลับมาชนะเมเจอร์รายการแรกของมิกเกลสันนับตั้งแต่เขาชนะบริติช โอเพ่น เมื่อปี 2013

“นี่เป็นความรู้สึกที่สุดยอดจริงๆเนื่องจากผมเชื่ออยู่เสมอว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เพียงแต่ทุกอย่างไม่สามารถทำได้เพียงการพูด” มิกเกลสันกล่าว “ผมหวังว่าคนอื่นๆจะสามารถหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเองได้”

ไทเกอร์ วูดส์ แชมป์เมเจอร์ 15 รายการและเป็นหนึ่งในคู่แข่งของมิกเกลสันมายาวนานเขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “เป็นแรงบันดาลใจจริงๆที่ได้เห็นมิกเกลสันทำได้อีกครั้งในวัย 50 ปี ขอแสดงความยินดีด้วย”

แฟนกอล์ฟที่ถูกจำกัดไว้ประมาณ 10,000 คนเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเข้ามารวมกันรอบกรีนหลุม 18 เพื่อมาลุ้นแชมป์ประวัติศาสตร์ซึ่งมิลเกลสันเสียได้ถึงสามพัตต์จากระยะ 16 ฟุต แต่มิกเกลสันเข้าไปแท็ปอินพาร์คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ไปครองสำเร็จพร้อมเสียงตะโกน “เลฟตี้” ลั่นสนาม

“ผมไม่คิดว่าผมจะเคยมีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแบบนี้มากก่อน ขอบคุณทุกคนมากๆ” มิกเกลสันกล่าวขอบคุณแฟนๆระหว่างการรับมอบถ้วยรางวัลวานาเมกเกอร์ โทรฟี ที่โอเชียนคอร์สซึ่งเป็นสนามที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์เมเจอร์ด้วยระยะ 7,876 หลา

ในช่วงเก้าหลุมแรกนั้นมิลเกลสันฟอร์มขึ้นๆลงๆ เสียไปสามโบกี้แต่ก็ได้คืนมาสามเบอร์ดี้ ที่โดดเด่นก็คือการชิพอินระยะ 50 ฟุตจากบังเกอร์ทรายที่หลุม 6 พาร์ 3 ที่ทำให้เขาผ่านเก้าหลุมแรกด้วยการนำ 2 สโตรก

มิกเกลสันนักกอล์ฟอันดับ 115 ของโลกพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 12 ฟุตลงไปที่หลุม 10 ขณะที่ เคปกา และ อูสธุยเซน ต่างพร้อมใจกันออกโบกี้ ส่งผลให้นักกอล์ฟถนัดซ้ายที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลกหนีห่างออกไปเป็น 4 สโตรก

ในช่วงสี่หลุมแรกของการเล่นในเก้าหลุมหลังนั้น เคปกา พลาดเสียไปถึงสามโบกี้ ส่วน อูสธุยเซน นั้นไปออกดับเบิลโบกี้ที่หลุม 13 ส่งผลให้มิกเกลสันนำหน้า 5 สโตรกกับ 6 หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน

มิกเกลสันตีตกน้ำและออกโบกี้ที่หลุม 13 ซึ่งเป็นหลุมที่ยากที่สุดของการแข่งขันในรอบสุดท้าย จากนั้นไปเซฟพาร์ระยะ 7 ฟุตพลาดอีกที่หลุม 14 พาร์ 3 ทำให้ความกดดันเพิ่มขึ้นเมื่อ อูสธุยเซน ตามหลังเพียง 2 สโตรกและยังมีหลุมโหดสุดของสัปดาห์รออยู่

แต่มิกเกลสันก็ไดร์ฟไกลสดของสัปดาห์ด้วยระยะ 366 หลาลูกไปตกกลางแฟร์เวย์หลุม 16 จากนั้นตีทะลุกรีนและพิทช์ขึ้นมาเหลือระยะไม่กี่นิ้วก่อนขึ้นไปแท็ปอินเบอร์ดี้หนีห่างออกไปเป็น 3 สโตรกอีกครั้ง

นักกอล์ฟวัย 50 ปีชาวอเมริกันออกโบกี้ที่หลุม 17 ก่อนจะไดร์ฟที่หลุม 18 ลูกหลุดไปทางด้านซ้ายใกล้ๆกับเต้นท์ต้อนรับคนดู ตามด้วยช็อตแอพโพรชที่ทำให้ขึ้นมาเก็บสองพัตต์สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการกอล์ฟ

นับเป็นการคว้าแชมป์ยูเอสพีจีเอทัวร์รายการที่ 45 ในอาชีพของ ฟิบ มิกเกลสัน แต่เป็นการกลับมาชนะครั้งแรกนับจากชัยชนะที่เพ็พเพิลบีช เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา

มิกเกลสันยังปรับสถิติตัวเองในเมเจอร์เป็น 4 จาก 6 ครั้งที่สามารถคว้าแชมป์ได้หากเป็นผู้นำหรือผู้นำร่วมหลังผ่าน 54 หลุม โดยเขาคว้าแชมป์มาสเตอร์ส 2004 และ 2006 และพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2005 และ 2021 แต่ในรายการยูเอสโอเพ่นยังไม่เคยชนะ แต่ได้รองแชมป์สองครั้งในปี 2006 และ 2013

ส่วนชัยชนะในรายการเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ อีก 2 รายการที่ชนะโดยไม่ได้นำหลังจบรอบสามคือ เดอะ มาสเตอร์ส 2010 และบริติช โอเพน 2013

นอกจากนั้นช่วงว่าง 16 ปีระหว่างการคว้าแชมป์พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งแรกและชัยชนะในพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพครั้งหลังสุดนั้น ยังเป็นสถิติชนะเมเจอร์เดียวกันห่างปีที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย

ด้าน เคปกา ซึ่งลงเล่นแบบยังมีอาการบาดเจ็บหลังเข้ารับการผ่าตัดเข่าขวาเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาเคยชนะพีจีเอ แชมเปียนชิพ 2018 และ 2019 และลุ้นจะเป็นคนแรกที่ชนะเมเจอร์เดียวกันสามสมัยในรอบ 4 ปีต่อจาก ทอม วัตสัน ที่เคยชนะบริติช โอเพ่น 1980, 1982 และ 1983

พาเดร็ก แฮร์ริงตัน นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์วัย 49 ปีซึ่งเป็นกัปตันทีมยูโรเปียนไรเดอร์คัพซึ่งจะแข่งขันในเดือนกันยายนนี้และ เชน ลาวรี นักกอล์ฟไอร์แลนด์อีกคนจบอันดับสี่ร่วมที่สกอร์ 286 เท่ากับ แฮร์รี ฮิกก์ส จากสหรัฐอเมริกาและ พอล เคซีย์ จากอังกฤษ

สำหรับ จอร์แดน สปีธ นักกอล์ฟอเมริกันอีกคนซึ่งพยายามจะคว้าแชมป์พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เพื่อสร้างสถิติให้กับตนเองด้วยการคว้าแชมป์เมเจอร์ครบทั้ง 4 รายการจบสกอร์รอบสุดท้าย 2 โอเวอร์พาร์ 74 รวมสี่วัน 290

สรุปผลพีจีเอ แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 72)
282 ฟิล มิกเกลสัน (สหรัฐฯ) 70-69-70-73
284 หลุยส์ อูสธุยเซน (แอฟริกาใต้) 71-68-72-73
284 บรู๊คส์ เคปกา (สหรัฐฯ) 69-71-70-74
286 เชน ลาวรี (ไอร์แลนด์) 73-71-73-69
286 พาเดร็ก แฮร์ริงตัน (ไอร์แลนด์) 71-73-73-69
286 แฮร์รี ฮิกก์ส (สหรัฐฯ) 72-71-73-70
286 พอล เคซีย์ (อังกฤษ) (ENG) 71-71-73-71
287 อับราฮัม อันเวอร์ (เม็กซิโก) 74-72-76-65
287 จัสติน โรส (อังกฤษ) 72-75-73-67
287 คอลลิน มอริกาวา (สหรัฐฯ) 70-75-74-68
287 จอน ราห์ม (สเปน) 72-75-72-68
287 วิล ซาลาตอริส (สหรัฐฯ) 71-74-72-70
287 สกอตตี เชฟเฟลอร์ (สหรัฐฯ) 72-74-71-70
287 โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 74-72-70-71
287 ริกกี ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 71-76-69-71
287 เควิน สตรีลแมน (สหรัฐฯ) 70-72-70-75