‘โจนส์’ ทิ้ง 5 สโตรค คว้าชัย ฮอนด้า คลาสสิค

‘โจนส์’ ทิ้ง 5 สโตรค คว้าชัย ฮอนด้า คลาสสิค

แมตต์ โจนส์ นักกอล์ฟจากออสเตรเลียคว้าแชมป์ยูเอสพีจีเอทัวร์รายการที่สองในอาชีพด้วยชัยชนะ 5 สโตรค ในศึกฮอนด้า คลาสสิค ชิงเงินรางวัลรวม 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 216 ล้านบาท ณ สนามพีจีเอ เนชั่นแนล ในปาล์มบีช การ์เดนส์ ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

แมตต์ โจนส์ นักกอล์ฟวัย 40 ปี จากซิดนีย์ ฉกฉวยความได้เปรียบจากการเล่นผิดพลาดเองของ แอรอน ไวส์ นักกอล์ฟอเมริกันที่กำลังไล่กดดันในช่วงกลางรอบ ก่อนคว้าชัยชนะที่ พีจีเอ เนชั่นแนล ในปาล์มบีช การ์เดน แบบไม่ยากเย็นนักหลังจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 68

โจนส์ ซึ่งออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยดารนำ 3 สโตรคหลังจบรอบสามเมื่อวันเสาร์เข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 69 ก่อนเก็บอีก 5 เบอร์ดี้ และพลาดเสียไป 3 โบกี้ ก่อนกลับมาชนะยูเอสพีจีเอทัวร์อีกครั้งนับตั้งแต่คว้าแชมป์ ฮิวสตัน โอเพ่น เมื่อปี 2014

“ผมต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากระหว่างชัยชนะครั้งที่แล้วจนกระทั่งมาถึงชัยชนะครั้งนี้  มันค่อนจ้างจะสะเทือนอารมณ์ทีเดียว” โจนส์ กล่าว “ผมเจอสถานการณ์ที่แย่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นบนกรีน แต่ผมก็ทำไปฝึกซ้อมอย่างหนักกับโค้ชในออสเตรเลีย ซึ่งในที่สุดผมก็ได้รับผลตอบแทน”

โจนส์ ซึ่งออกสตาร์ทรอบแรกด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการหวด 9 อันเดอร์พาร์ 61 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญพาเขากลับมาสู่ชัยชนะ กล่าวว่าเขากลับรู้สึกผ่อนคลายตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์โดยแทบไม่มีความกดดันเลย

“อาจจะเป็นรายการที่ผมเล่นด้วยความนิ่งและสงบมากที่สุดตลอดทั้ง 4 วันของการแข่งขัน” โจนส์ กล่าว “คุณอาจจะไม่เจอสภาพสนามกอล์ฟที่ยากไปกว่าในสัปดาห์นี้อีกแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ผมทำสำเร็จ และยังมีบางสิ่งที่ผมสามารถจะพัฒนาเพิ่มได้ในอนาคต”

ชัยชนะของ โจนส์ ในรายการนี้ยังสามารถรักษาความภาคภูมิใจของชาวออสเตรเลียนที่มาประสบความสำเร็จในยูเอสพีจีเอทัวร์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยตอนนี้นักกอล์ฟจากออสเตรเลียชนะพีจีเอทัวร์อย่างน้อยปีละ 1 รายการมาติดต่อกัน 33 ฤดูกาลแล้ว มากที่สุดเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ

ในช่วงต้นของรอบสุดท้าย โจนส์ เจอความกดดันพอสมควนจากผลงานของ แอรอน ไวส์ นักกอล์ฟอเมริกันที่จบเก้าหลุมแรกเก็บเข้ามา 4 เบอร์ดี้ และเสียไปเพียง 1 โบกี้ สกอร์รวมตามหลังผู้นำเพียงสโตรคเดียวเท่านั้น

แต่นักกอล์ฟอเมริกันวัย 24 ปี ต้องมาเจอกับฝันร้ายกับ ทริปเปิ้ลโบกี้ ที่หลุม 10 หลังจากเสีย 4 พัตต์จากระยะ 27 ฟุต เปิดโอกาสให้ โจนส์ ควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยการนำห่างถึง 4 สโตรค

ถึงแม้ว่า โจนส์ จะพลาดออกโบกี้ที่หลุม 11 และสองเบอร์ดี้ติดต่อกันที่หลุม 12 และหลุม 13 ก็ส่งให้ โจนส์ หนีห่างเป็น 5 สโตรค กับการแข่งขันอีก 6 หลุมสุดท้าย

โบกี้ที่หลุม 14 ทำให้ โจนส์ นำหน้าเหลือ 4 สโตรค แต่ชัยชนะของนักกอล์ฟหนุ่มจากออสเตรเลียก็ดูไม่มีปัญหาอะไร

ส่วน แอรอน ไวส์ นั้นยังเจอปัญหาไม่เลิกเมื่อตีช็อตสองตกน้ำที่หลุม 16 และออกดับเบิลโบกี้ ทำให้หมดลุ้นอย่างเป็นทางการ ก่อนที่หนุ่มอเมริกันจะจบรอบสุดท้ายเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ 73 รวมสี่วันแพ้ โจนส์ ถึง 8 สโตรค

ในขณะที่รายชื่ออื่นๆที่อยู่บนลีดเดอร์บอร์ดนั้นต่างเล่นจบขึ้นไปรอบนคลับเฮาส์หมดแล้ว มีแต่หายนะเท่านั้นที่จะสามารถปฏิเสธชัยชนะของ โจนส์ ได้

ตรงกันข้าม โจนส์ พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 16 ฟุตลงไปที่หลุม 16 ขึ้นนำ 5 สโตรคที่สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์กับสองหลุมสุดท้ายที่นักกอล์ฟจากออสเตรเลียเก็บพาร์ไปได้พร้อมกับคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 268

แบรนดอน ฮากี นักกอล์ฟอเมริกันอีกคนจบการแข่งขันในอันดับสองหลังจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามา 4 อันเดอร์พาร์ 66 รวมสี่วัน 7 อันเดอร์พาร์

เชส ซีเฟิร์ต, เบรนแดน สตีล, เดนนี แม็คคาร์ธีย์ และ รัสเซลล์ เฮนลีย์ สี่นักกอล์ฟอเมริกัน และ ซี ที แพน จากไต้หวันจบอันดับสามร่วมกันด้วยกสอร์รวม 6 อันเดอรืพาร์ และกลุ่มนักกอล์ฟอีก 5 คนที่จบอันดับแปดร่วมกันด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์

สรุปผลฮอนด้า คลาสสิค (สนามพาร์ 70)
268  แมตต์ โจนส์ (ออสเตรเลีย)  61-70-69-68
273  แบรนดอน ฮากี (สหรัฐฯ)  69-62-76-66
274  เชส ซีเฟิร์ต (สหรัฐฯ)  67-74-69-64
274  เบรนแดน สตีล (สหรัฐฯ) 73-65-71-65
274  เดนนี แม็คคาร์ธีย์ (สหรัฐฯ)  68-65-74-67
274  รัสเซลล์ เฮนลีย์ (สหรัฐฯ)  64-69-73-68
274  ซี ที แพน (ไต้หวัน)  67-72-65-70
275  อดัม แฮดวิน (แคนาดา) 72-65-70-68
275  คามิโล วิลเลกัส (โคลอมเบีย)  69-65-72-69
275  แซค จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 67-68-70-70
275  อิม ซัง-แจ (เกาหลีใต้)  68-68-69-70
275  แซม ไรเดอร์ (สหรัฐฯ)  69-63-72-71