สดมภ์ ขึ้นนำเดี่ยวรอบสอง กอล์ฟ บุญชู เรืองกิจ

สดมภ์ หวดเพิ่ม -9 ขึ้นนำเดี่ยวรอบสอง
กอล์ฟ บุญชู เรืองกิจ แชมเปี้ยนชิพ ที่แรนโชชาญวีร์

สดมภ์ แก้วกาญจนา ทำสกอร์เพิ่มในรอบสองได้ถึง 9 อันเดอร์พาร์ 62 รวมสองวันขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยวที่ 16 อันเดอร์พาร์ 126 โดยมี ฉ่างไท้ สุดโสม กัญจน์ เจริญกุล และ เศรษฐี ประคองเวช ทำสกอร์ตามหลัง 4 สโตรก ขณะนักกอล์ฟบางส่วนแข่งขันไม่จบเนื่องจากมีประจุไฟฟ้าในอากาศช่วงบ่าย ทำให้ต้องหยุดการแข่งขันไปร่วม 2 ชั่วโมง ต้องแข่งขันต่อในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น ในการแข่งขัน สิงห์ ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ รายการ “บุญชู เรืองกิจ แชมเปี้ยนชิพ 2021” ชิงเงินรางวัลรวม 4 ล้านบาท ณ สนามกอล์ฟแรนโชชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เมื่อ 5 มี.ค. 64

การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสะสมคะแนนอันดับโลก ออล ไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ รายการเปิดฤดูกาล 2021 จัดแข่งขันตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากการสนับสนุนโดย บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, การกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, แรนโชชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ เขาใหญ่ จัดแข่งขันรายการ “บุญชู เรืองกิจ แชมเปี้ยนชิพ 2021” ชิงเงินรางวัลรวม 4 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 4-7 มีนาคม 2564 ณ สนามกอล์ฟ แรนโชชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี คลับ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ระยะ 6,839 หลา พาร์ 71 ผู้ชนะจะรับเงินรางวัลไปครอง 600,000 บาท และคะแนนอันดับโลก 7 แต้ม

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ในช่วงเช้าเป็นการแข่งขันรอบแรกที่ตกค้างมาจากเมื่อวาน ทำให้การแข่งขันรอบสองต้องล่าช้ากว่ากำหนดไป 20 นาที โดย “โปรเพชร” สดมภ์ แก้วกาญจนา วัย 21 ปีจากนราธิวาส โชว์สวิงร้อนแรง เก็บเพิ่มได้ถึง 9 เบอร์ดี้ที่หลุม 1, 5, 7, 8, 11, 12, 13, 14 และ 16 โดยไม่เสียโบกี้ สกอร์รวม 2 วันขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยวที่ 16 อันเดอร์พาร์ 126 โดยมี ฉ่างไท้ สุดโสม (65) กัญจน์ เจริญกุล (65) และ เศรษฐี ประคองเวช (65) ทำสกอร์ตามหลัง 4 สโตรก ขณะนักกอล์ฟบางส่วนแข่งขันไม่จบเนื่องจากมีประจุไฟฟ้าในอากาศในช่วงบ่าย ทำให้ต้องหยุดการแข่งขันไปถึง 1 ชั่วโมง 42 นาที ต้องแข่งขันต่อในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น

โดย สดมภ์ ที่เคยคว้าแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ 2 รายการ ได้แก่ ธงชัย ใจดี ฟาวน์เดชั่น 2019 และ สิงห์พัทยาโอเพ่น 2017 เมื่อสมัยยังเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่น กล่าวว่า “วันนี้โดยรวมถือว่าทำได้ดีเกินคาดครับ เพราะว่าวันนี้ตีเหล็กค่อนข้างดีแล้วก็พัตต์ดีด้วย มันก็เลยทำให้สกอร์ ไหลลื่นขึ้นครับ วันนี้ตอนเช้าออกไปแรกๆกรีนค่อนข้างนุ่ม ตีแล้วตกถอยทำให้คุมสปินยากครับ แต่พอหลังๆมาเริ่มดีขึ้น เริ่มจับทางได้ ก็ค่อนข้างคุ้นชินอยู่แล้วครับกับสนามนี้ ฟอร์มตอนนี้ก็มั่นใจครับ ตีเหล็กค่อนข้างโอเค อยู่ที่ลูกพัตต์ สนามนี้สู้กันด้วยลูกพัตต์ครับ เรื่องเหล็ก เรื่องหัวไม้ มันก็ไม่ทิ้งกันอยู่แล้วครับ สำหรับพรุ่งนี้ก็จะตีเรื่อย ๆ ตีให้สนุกครับ ทำให้ดีที่สุด คือยังไม่คิดถึงผลที่เป็นสกอร์ครับ พยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

สำหรับผลงานนักกอล์ฟที่น่าสนใจ แดนไท บุญมา(62) ภวินท์ อิงคะประดิษฐ์(63) เนติพงศ์ ศรีทอง(67) อติรุจ วินัยเจริญชัย(67) และ ภูมิ ภัทโรพงศ์(67) ทำสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 131, สาริศ สุวรรณรัตน์(67) ธันยากร ครองผา(65) ขวัญชัย แท่นนิล(66) และ รฐนน วรรณศรีจันทร์(66) ทำสกอร์ 10 อันเดอร์พาร์ 132, “แชมป์เก่า” ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ(68) ภาณุพล พิทยารัฐ(64) ชัพชัย นิราช(65) ทำสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 133, ถาวร วิรัตน์จันทร์(67) โคสุเก ฮามาโมโต้(66) ทำสกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 134, ธงชัย ใจดี(65) ทำสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 135, ประหยัด มากแสง(68) ทำสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 136, พรหม มีสวัสดิ์(67) อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์(69) ทำสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 137, ธรรมนูญ ศรีโรจน์(71) ทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 138

ส่วนผลงานของ 4 โปรกอล์ฟสาวที่แข่งขันระยะเดียวกับนักกอล์ฟชาย อาฒยา ฐิติกุล ทำสกอร์เพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 2 วัน 3 อันเดอร์พาร์ 139 ชนกพิสุทฑ์ เจริญพัฒนาสถิตย์ ตีเกิน 5 โอเวอร์พาร์ 76 รวม 2 วัน 14 โอเวอร์พาร์ 156 ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ แข่งจบ 16 หลุม ทำเพิ่ม 2 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมอยู่ที่ 1 อันเดอร์พาร์ และ ภัทรภรณ์ มวลชู แข่งจบ 13 หลุม ทำเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมอยู่ที่ 1 โอเวอร์พาร์ โดยหลังจบรอบสองจะมีการตัดตัวนักกอล์ฟ 60 อันดับและเสมอผ่านเข้าไปแข่งขัน 2 รอบสุดท้าย โดยคาดว่าน่าจะตัดตัวที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 137

สำหรับการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 6 มี.ค. จะเริ่มแข่งขันรอบสองต่อในเวลา 7:00 น. และตามด้วยการแข่งขันรอบสาม โดยกลุ่มแรกจะเริ่มแข่งขันไม่ก่อนเวลา 9:15 น. แฟนกอล์ฟที่สนใจสามารถติดตามชมการแข่งขันได้ที่สนาม และสามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านระบบไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านทางเวปไซท์ www.allthailandgolftour.com และเฟสบุ๊คแฟนเพจ All Thailand Golf Tour โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 13:00 น.