เดอแชมโบ ซิวเมเจอร์แรกในศึก ยูเอส โอเพ่น

ไบรสัน เดอแชมโบ คว้าแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิตหลังจบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วันคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น ครั้งที่ 120 ชิงเงินรางวัลรวม 12.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 387 ล้านบาท ณ สนามวิงด์ฟุต กอล์ฟคลับ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ไบรสัน เดอแชมโบ นักกอล์ฟอเมริกันวัย 27 ปีทีไปเสริมสร้างสภาพร่างกายเพื่อเพิ่มพาวเวอร์เกมในช่วงที่ปิดเบรคเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา เก็บอีเกิลที่หลุม 9 พาร์ 5 ในระยะ 40 ฟุต ก่อนคว้าชัยชนะโดยทิ้ง แมทธิว โวล์ฟ เพื่อนร่วมชาติวัย 21 ปีถึง 6 สโตรก

“โอ้พระเจ้า ผมไม่อยากจะเชื่อเลย นั่นมาจากการทำงานที่หนักมากๆ”เดอแชมโบกล่าว โดยตลอดสัปดาห์เขาทีช็อตอยู่ในแฟร์เวย์เพียง 23 ครั้ง แต่จบ 72 หลุมด้วยสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 274 ซึ่งต้องขอบคุณผลงานในวันสุดท้ายที่เขาเป็นคนเดียวที่ทำอันเดอร์สนามได้

เดอแชมโบ กลายเป็นผู้เล่นคนแรกนับจากปี 1955 ที่คว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น ไปครองได้สำเร็จแบบที่เป็นคนเดียวที่สามารถทำอันเดอร์สนามได้ในการแข่งขันรอบสุดท้าย และนับเป็นนักกอล์ฟคนที่สี่ในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำผลงานนี้ได้

การแข่งขันยูเอส โอเพ่น นับเป็นรายการที่ขึ้นชื่อว่ารัฟยาวที่สุดรายการหนึ่งในวงการกอล์ฟ แต่ไม่สามารถหยุดความแรงของ เดอแชมโบ ที่ไปเสริมความแข็งแกร่งขอร่าวกายด้วยการเสริมโปรตีนบวกกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มพาวเวอร์เกม บวกกับจินตนาการในการสร้างช็อตภายใต้เลย์เอาท์สุดโหดในมาราโรเนค นิวยอร์ก ที่ทำให้เขาฉีกออกไปจากคู่ต่อสู้คนอื่นๆ

“ตลอดการเล่นในช่วง 9 หลุมสุดท้ายนั้นผมต้องใช้ความคิดอยู่ตอลดเวลาว่าควรจะต้องเล่นแบบไหน ที่สำคัญคือผต้องมีสมาธิกับทุกช็อตที่กำลังจะเล่น และทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ นั่นคือสิ่งที่ผมทำ” เดอแชมโบ กล่าว

ระยะไดร์ฟ 325 หลาของ เดอแชมโบ นับเป็นสถิติทีช็อตระยะไกลที่สุดของนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น มาครอสำเร็จ ซึ่ง เดอแชมโบ กล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่ผมฝึกซ้อมมาตลอดชีวิตเพื่อการนี้ ผมไม่หวั่นที่จะพลาดเป้าหมาย แต่ที่ผมต้องการคือความมั่นใจที่มากขึ้นในการเล่นตลอดทั้งสัปดาห์”

ในคืนวันเสาร์ก่อนเข้ารอบสุดท้ายในวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกานั้น เดอแชมโบ เป็นนักกอล์ฟคนสุดท้ายที่ออกจากสนามวิงด์ฟุต เนื่องจากซ้อมไดร์เวอร์ของเขาท่ามกลางความมืด “แน่นอน นี่คือผลตอบแทนของความทุ่มเท มันน่าทึงมาก”

หลุยส์ อูสธุยเซ่น นักกอล์ฟจากแอฟริกาใต้ อดีตแชมป์บริติช โอเพ่น เมื่อปี 2010 จบการแข่งขันในอันดับสามด้วยสกอร์รวม 282  ดีกว่า แฮร์ริส อิงลิช นักกอล์ฟอเมริกัน หนึ่งสโตรก โดยทั้งคู่จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามาคนละ 3 โอเวอร์พาร์ 73

ทางด้าน โวล์ฟ ที่ลงเล่นยูเอส โอเพ่น เป็นครั้งแรกในชีวิต ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายของเขาด้วยการนำหน้า เดอแชมโบ อยู่ 2 สโตรก แต่สุดท้าย โวล์ฟ พลาดที่จะเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดที่ชนะ ยูเอส โอเพ่น นับตั้งแต่ บ็อบบี โจนส์ เมื่อปี 1923 และแชมป์เมเจอร์ที่อายน้อยที่สุดนับตั้งแต่ ไทเกอร์ วูดส์ ชนะมาสเตอร์ส เมื่อปี 1997

สำหรับ เดอแชมโบ นั้น ก่อนหน้านี้เคยชนะพีจีเอทัวร์มาแล้ว 6 รายการ หลังสุดชนะที่ดีทรอยท์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตามด้วยการจบอันดับสี่ร่วมในศึกพีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนสิงหาคม ที่นับว่าเป็นผลงานดีที่สุดของเขาในรายการเมเจอร์ก่อนมาชนะ ยูเอส โอเพ่น รายการนี้

สรุปผลยูเอส โอเพ่น ครั้งที่ 120 (สนามพาร์ 70)
274 ไบรสัน เดอแชมโบ (สหรัฐฯ) 69-68-70-67
280 แมทธิว โวล์ฟ (สหรัฐฯ) 66-74-65-75
282 หลุยส์ อูสธุยเซ่น (แอฟริกาใต้) 67-74-68-73
283 แฮร์ริส อิงลิส (สหรัฐฯ) 68-70-72-73
284 ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ) 68-72-70-74
285 ดัสติน จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 73-70-72-70
285 วิล ซาลาตอริส (สหรัฐฯ) 70-74-70-71
286 โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 69-73-73-71
286 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 65-73-76-72
286 เว็บบ์ ซิมป์สัน (สหรัฐฯ) 71-71-71-73
286 แซก จอห์นสัน (สหรัฐฯ) 70-74-68-74
286 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 67-76-68-75
287 ลี เวสท์วูด (อังกฤษ) 67-76-72-72
287 อดัม ลอง (สหรัฐฯ) 71-74-69-73
287 แพทริก รีด (สหรัฐฯ) 66-70-77-74
287 วิคเตอร์ ฮอฟแลนด์ (นอร์เวย์) 71-71-70-75