จบไม่สวย

แม้ว่าเรื่องของการแข่งขันกีฬา “ซีเกมส์”ที่เพิ่งจบไปไม่นานมานี่เจ้าภาพก็ยังคงความเป็นจ้าวเหรียญทองกันไปตามระเบียบปฏิบัติเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา บรรดาประเทศที่มีความได้เปรียบทางประชากร ขนาด และเศรษฐกิจก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งเหรียญทองที่เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งทั้งหมดก็รวมถึงประเทศไทยของเราด้วยเช่นกัน ทีนี้ลองมาส่องกล้องมองกันที่ชนิดของกีฬาว่ามีอะไรที่สามารถจะผ่านชั้นเลื่อนเป็นกีฬาที่ควรจะส่งเสริมหรือกีฬาที่ควรจะแค่สนับสนุนแค่นั้น

ว่ากันตามเนื้อผ้ากันเลยก็เห็นจะเป็นฟุตบอลชายที่ตกรอบแรกมันซะง้าน…ซึ่งความจริงมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น เรามีเวลาเตรียมทีมกันนานแค่ไหนหรือตัวนักฟุตบอลมีบาดเจ็บถอนตัวกันก่อนหน้ากันเพียบ โค้ชชาวอาทิตย์อุทัยเองก็อาจจะให้ความสำคัญกับเหรียญนี้น้อยไปในเบื้องต้น ซึ่งมันควรจะเป็นแบบนั้นแต่กับเหรียญทองซีเกมส์คนไทยถือเป็นศักดิ์ศรีที่เราควรจะได้มา เพราะจากสถิติ 6 ครั้งติดต่อกันมาไทยคือเบอร์ 1 สุดท้ายก็เข้าใจกับทองเหรียญนี้ว่ามันใหญ่เกินกว่าจะมองข้ามไป แต่ช้าไปครับความพร้อมที่พกติดตัวมาน้อยนิด “คิดได้ทำไม่ได้”เสียแล้ว คำว่า “ตกรอบแรก” ก็มาเยือนอีกครั้งหลังจากเงียบไป 12 ปี…จบนะฟุตบอล

กอล์ฟก่อนไปนัยว่าจะกวาดทุกเหรียญที่มีอยู่ แต่ดูเรามั่นใจเกินฝีมือกันไป สุดท้ายปลายทางก็ตีรถเปล่ากลับบ้านกันเป็นแถว จากตัวเต็งมันกลายเป็น “ตัวเกร็ง” ไม่มีอะไรที่แก่นสารสักนิด จะว่าไปเกิดเคืองกันเปล่าๆว่าการให้ข่าวแบบ “กวาดทุกทอง”มันคือความกดดันที่นักกีฬารับไปเต็มๆ คิดดูดีๆขนาดระยะสองฟุตเศษๆจะผิดเผื่อเป็นแชมป์หรือชวดแชมป์ยังมีสั่นสั่นตกม้าตายมามากต่อมาก แล้วนี่จะเอา 4 ทองเลย… คิดได้พูดได้แต่ไม่ได้เล่นเอง กอล์ฟนะจะเก่งมาจากไหนไม่รู้หรือจะพ่วงแชมป์อะไรก็ช่างเป็นพรวน พอมาเจอแรงกดดันแบบนี้เข้าก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน แล้วยิ่งคู่ต่อสู้เล่นแต่ละวันมีหือมีอือตลอด สุดท้ายก็อย่างทราบกันครับ จบเห่กันเด็กชุดนี้แต่ “กอล์ฟ”มันวัดกันที่อาชีพครับ “สมัครเล่นคือสมัครเล่น”ครับ…เด็กชุดนี้จะดังในอาชีพมากกว่าคอยดูไปก็แล้วกัน

แต่ที่น่าชื่นชมสุดๆก็ต้องเจ้า “นักกรีฑา”ที่คว้ามาได้สองทองในระยะ 5,000 เมตร กับ 10,000 เมตรซึ่งเจ้าตัวก็ขอสละเงินรางวัลทั้งหมดให้อะไรไปซักอย่างโดยที่แข่งเสร็จก็กลับมาเรียนต่อที่มหาลัยทันทีเลย นั่นคงเป็นกฎหรือข้อบังคับที่ทางโน้นเขามีกันอย่างต่อเนื่องและยาวนานมาว่า “นักกีฬาสมัครเล่นไม่สมควรที่จะไปแตะต้องเงินรางวัล”เพราะมันคือศักดิ์ศรีของสถาบันนั่นเอง…สรุปได้ว่าเราพลาดเป้าไปโขอยู่กับซีเกมส์ครั้งนี้ แถมโดนเวียดนามข้ามหน้าไปเป็นที่สองในช่วงท้ายของการแข่งขัน แบบนี้ก็ต้องยอมเขาไปแล้วยิ่งคราวหน้าจะไปว่ากันที่เมืองเขาด้วยซึ่งนับว่าเขาเข้าใจคิดหรือเรียกง่ายๆ “เผาหัวก่อนออกตัว”ในอีกสองปี ส่วนเราคงเหมือนเดิมพูดกันไปคุยกันไปสุดท้ายก็ “ตีรถเปล่า”กลับบ้าน…สบายใจปายยยย

ครูไก่