‘ราห์ม’ ผงาดแชมป์ ดีพีเวิลด์ ที่ ดูไบ

‘ราห์ม’ ผงาดแชมป์ดีพีเวิลด์ที่ดูไบ
สเปนคนที่สองครองมือหนึ่งยุโรป

จอน ราห์ม กลายเป็นนักกอล์ฟจากสเปนคนแรกต่อจากตำนานอย่าง เซวี บาเยสเตอรอส ที่ครองตำแหน่งนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของยูโรเปียนทัวร์ หลังคว้าแชมป์ดีพี เวิลด์ ทัวร์ แชมเปียนชิพ และ เดอะ เรซ ทู ดูไบ ไปครองสำเร็จ ในการแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 240 ล้านบาท ณ สนาม จูไมราห์ กอล์ฟ เอสเตทส์ มหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรทส์

ที่เอิร์ธคอร์ส ของจูไมราห์ กอล์ฟ เอสเตทส์ จอน ราห์ม นักกอล์ฟวัย 25 ปีจากสเปนสตาร์ทวันด้วยการเก็บ 5 เบอร์ดี้ในการเล่น 7 หลุมแรกและทำท่าจะชนะอย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่ ทอมมี ฟลีทวูด จากอังกฤษจะมาแรงปลายด้วยการเก็บ 5 เบอร์ดี้ในการเล่น 7 หลุมสุดท้ายของเขา

โชคดีที่ ราห์ม สตาร์ทวันสุดท้ายด้วยกานนำร่วมกับ ไมค์ ลอเรนโซ-เวร่า จากฝรั่งเศสด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ และการจบสกอร์รอบสุดท้าย 68 ส่งผลให้ ราห์ม นักกอล์ฟหมายเลขห้าของโลกจบการแข่งขันด้วยสกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ ส่วน ฟลีทวูด ที่จบรอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วันแพ้ไปเพียงสโตรกเดียวเท่านั้น

ชัยชนะรายการนี้ทำให้ ราห์ม รับเช็คมูลค่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 91 ล้านบาทจากการคว้าแชมป์ดีพี เวิลด์ ที่นับเป็นเงินรางวัลก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กอล์ฟ นอกจากนี้การเข้าอันดับหนึ่ง เดอะ เรซ ทู ดูไบ นักกอล์ฟจากสเปนยังจะได้โบนัสอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 60 ล้านบาท

“นี่เป็นผลสะท้อนของปีที่ยอดเยี่ยมจากการทำงานหนักมาคตลอดจนทำให้สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ดี” ราห์ม ที่อันดับโลกจะขยับจากอันดับห้าขึ้นไปเป็นอันดับสามของโลกกล่าว

“วันนี้มันคล้ายๆกับผมมีสองวันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในช่วงเจ็ดหลุมแรกของการแข่งขันนั้น ผมรู้สึกว่าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรให้เห็นแม้แต่ช็อตเดียว” นักกอล์ฟหนุ่มจากสเปนกล่าว “แต่จากนั้นทีช็อตที่ผิดพลาดและตามด้วยการเสียสามพัตต์ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปกลายเป็นเลวร้าย”

“หลังจากเสียโบกี้ที่หลุม 15 ผมเริ่มไตร่ตรองแล้วว่าต้องมีความมุ่งมั่นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ หลังจากนั้นผมก็เล่นด้วยความอดทนและหัวใจที่ต้องการเพียงชัยชนะ การเล่นในสามหลุมสุดท้ายของผมเป็นกุญแจที่สำคัญมากสำหรับชัยชนะรายการนี”

การที่ ราห์ม กลายเป็นนักกอล์ฟจากสเปนคนที่สองในประวัติศาสตร์ต่อจาก เซวี บาเยสเตอรอส ที่สามาาถครองมือหนึ่งของยูโรเปียนทัวร์มาครองสำเร็จนั้น กลับกลายเป็นสิ่งที่เขายากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

“ผมไคร่ครวญเรื่องนี้มาตลอดทั้งสัปดาห์ แม้กระทั่งในช่วงสองชั่วโมงที่ผ่านมาผมก็เพิ่งคิดถึงเรื่องนี้ หรือในตอนที่ผมพัตต์สุดท้ายลงไปแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้ผมอยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นแบบนั้นจริงๆ” นักกอล์ฟชาวสแปนิชกล่าว

“มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะเชื่อว่าแชมเปียนผู้ยิ่งใหญ่ของยูโรเปียนทัวร์ และวงการกอล์ฟสเปนจะไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้สำเร็จใน๘ระที่ผมสามารถทำได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี นั่นเป้นปัญหาที่ทำให้ผมไม่อยากจะเชื่อ”

“ในประวัติศาสตร์วงการกอล์ฟสเปนเรามีนักกอล์ฟที่ยอดเยี่ยมมากมาย อาทิ เซอร์จิโอ (การ์เซีย) และ โอลลี (โฆเซ มาเรีย โอลาซาบัล) ที่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จแต่พวกเขากลับไม่สามารถขึ้นมือหนึ่งยุโรปได้ ดังนั้น มันจึงแทยจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าหลังจาก เซวี แล้วผมจะเป็นคนแรกที่ทำได้” ราห์ม กล่าว

ทางด้าน ฟลีทวูด ที่สตาร์ทวันสุดท้ายตามหลังผู้นำ 4 สโตรก บอกว่าเขาพึงพอใจกับผลการแข่งขันที่ออกมา

“ผมรู้สึกดีเลย ผมคงไม่สามารถทำอะไรได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว คุณรู้อะไรไหม ในช่วงท้ายเกมที่ผมสามารถตีช็อตได้อย่างที่ตอ้งการ และเริ่มจะมองเห็นโอกาสว่าผมอาจจะไล่กลับมาทัน” นักกอล์ฟวัย 28 ปีจากเซาธ์พอร์ต กล่าว

“ผมภูมิใจมากกับการเล่นของตัวเองในช่วง 2-3 หลุมสุดท้าย ผมภูมิใจกับการปิดฤดูกาลด้วยความสวยงาม เป็นสองสัปดาห์ที่ดูเหมือนฤดูกาลนี้ของผมจะสดใสและเห็นแสงสว่างได้มากกว่าที่เคยทำได้ในช่วงต้นซีซั่น”

“แต่นั่นก็ยุติธรรมสำหรับ จอน แล้ว นี้เป็นช่วงเวลาของจอน และผมก็มีความสุขกับสัปดาห์นี้ของผม” ฟลีทวูด กล่าวในที่สุด

สรุปผลดีพี เวิลด์ แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 72)
269  จอน ราห์ม (สเปน)  66-69-66-68
270  ทอมมี ฟลีทวูด (อังกฤษ)  67-68-70-65
271  ไมค์ ลอเรนโซ-เวร่า (ฝรั่งเศส)  63-69-69-70
276  รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ)  64-74-65-73
277  แดนนี วิลเล็ทท์ (อังกฤษ)  69-72-67-69
278  เซอร์จิโอ การ์เซีย (สเปน)  71-73-67-67
278 ทอม ลูอิส (อังกฤษ) 67-70-73-68
278 โธมัส ปีเตอร์ส (เบลเยี่ยม)  70-68-68-72
279  แมทธิว ฟิทซ์แพทริก (อังกฤษ)  71-71-68-69
280  เจสัน สไคฟเนอร์ (ออสเตรเลีย)  71-72-72-65
280 แอนดี ซัลลิแวน (อังกฤษ) 70-74-67-69
281  เชน ลาวรี (ไอร์แลนด์)  73-68-70-70
281 คริสเตียน เบซุยเดนเฮาท์ (แอฟริกาใต้) 71-67-70-73
282  พอล วอริง (อังกฤษ)  71-77-68-66
282 โรเบิร์ต แม็คอินไทร์ (สกอตแลนด์)  71-74-68-69