พลตรี ปรีชา เบ็ญจขันธ์

พลตรี ปรีชา เบ็ญจขันธ์
ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า
“ทำดี ย่อมมีความภาคภูมิใจ”

เด็กราชบุรี : ผมเป็นลูกนายทหารชั้นประทวน เห็นพ่อลำบาก เงินเดือนน้อย ต้องเลี้ยงลูกอีกสองคน ครั้งแรกผมไม่ได้คิดว่าอยากจะเป็นทหาร เพราะเห็นชีวิตทหารของพ่อลำบากมาก อยากไปเรียนสายอื่นด้วยซ้ำ แต่ด้วยเหตุความเหมาะสมทางฐานะ เรียนอย่างอื่นอาจจะต้องใช้เงินเยอะ เรามาจากต่างจังหวัดด้วย เรียนเตรียมทหารมอบตัวทีละไม่กี่พันบาท เข้าโรงเรียนนายร้อยมีข้าวกิน ทุกอย่างมีให้หมด ให้หลวงดูแล และการเข้าเตรียมทหาร เข้าโรงเรียนนายร้อยได้ ก็ถือว่า เราได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่

โรงเรียนเตรียมทหาร : ผมไม่ใช่คนหัวดี แต่มีความขยันในการอ่านหนังสือ คนอื่นอ่านรอบเดียว ผมอาจจะต้องอ่าน 2-3 รอบ จะสอบอะไร ก็ต้องรู้เขารู้เรา จะทดสอบร่างกายแบบไหน ว่ายน้ำ วิ่ง ดึงข้อ ก็เตรียมตัวมาให้พร้อม ชีวิตผมไม่ได้ผ่านการมีเพื่อนชั้น ม.ปลาย แต่โชคดีที่ผมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ ส่วนน้องไปทางตำรวจ ความใฝ่ฝันของพ่อที่เป็นนายทหารชั้นประทวน ขอให้ลูกได้เป็นนายร้อย แรกๆ อาจจะยังไม่ได้รักชอบเต็มร้อย แต่พอชีวิตเมื่อเลือกมาแล้ว ก็ทำเต็มที่ เมื่อเรียนนายร้อย ได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์ ทั้งกายและใจ เราก็เป็นทหารเต็มร้อย

ทหารม้า : พ่อเป็นทหาร ก็อยากให้ลูกเป็นตำรวจ แต่ผมเลือกมาเป็นทหารบก เราก็ไม่ค่อยรู้อะไร เพราะไม่มีญาติเป็นตำรวจ เมื่อเลือกทหารบกแล้ว ต้องมาเลือกเหล่า ผมก็เลือกวิศวกรรมเครื่องกล เหล่าปืน ม้า ขนส่ง เลยมีโอกาสได้มาเลือกอยู่ทหารม้าที่สระบุรี เมื่อปี 2528

บรรจุที่ศูนย์การทหารม้า กองพันทหารม้าที่ 22 เป็นนายทหารสัญญาบัตร ตั้งแต่ยศต่ำสุดคือ ร้อยตรี จนกระทั่งยศสูงสุดของค่ายอดิสร คือพลตรี ในตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า ถือว่าเป็นคนแรกที่เป็นลูกหม้อของที่นี่เลย เพราะที่ผ่านๆ มา ผู้บัญชาการฯ ท่านอื่น เมื่อจบเป็นร้อยตรี จะบรรจุที่อื่นก่อน แล้วโตมาเรื่อยๆ ถึงมาเป็น ผบ. แต่ผมเกิดจากที่นี่โตที่นี่เลย

กีฬา : ผมไม่ได้เก่งกีฬาอะไรเป็นพิเศษ แต่ชอบการออกกำลังกาย อะไรที่สะดวก ง่ายที่สุด อย่างวิ่ง ก็ทำ หรือเมื่อมีโอกาสจะทำกิจกรรมต่างๆ กับลูกน้อง เช่นขึ้นเขา ผมก็ขึ้น จักรยาน กอล์ฟ ทำไปตามจังหวะ และหาทางส่งเสริมให้ทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาทักษะในกีฬาต่างๆ เมื่อเด็กๆ เคยเป็นนักฟุตบอลรุ่นจิ๋วของโรงเรียน ทำกิจกรรมด้านกีฬาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ควบคู่กับกิจกรรมด้านสาธารณประโยชน์ การเล่นกีฬาส่วนใหญ่ เป็นการเล่นเพื่อออกกำลังกาย ไม่ได้มุ่งเน้นเล่นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ตอนมาเป็นทหารใหม่ๆ เห็นสนามกอล์ฟ แต่ยังเล่นไม่เป็น เคยแค่มีส่วนร่วมในการปรับปรุงดูแลรักษา และเมื่อไม่นานนี้ ก็ได้ไปเป็น ผอ.ศูนย์พัฒนากีฬา

เขตทหารยินดีต้อนรับ : แผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวในเขตทหาร ทำตามแผนของกองทัพบก สอดคล้องกับแผนท่องเที่ยวของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรารวมจุดแข็งของแต่ละหน่วย มาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร ในศูนย์การทหารม้า เราได้อัญเชิญ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งพวกเรานับถือกันว่า เป็นบิดาแห่งทหารม้าของไทย ประดิษฐาน เด่นสง่า ที่หน้าศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร นับว่าเป็นสมบัติของคนสระบุรี ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสร้างขึ้นจากศรัทธาของพ่อแม่พี่น้องในเขตสระบุรี มีการทอดผ้าป่า รวมกับงบประมาณของหลวง

ค่ายอดิศร : เรามีสวนสุขภาพสระบุรี เป็นทั้งเลนจักรยานและลู่วิ่ง ระยะทางรวมแล้วประมาณ 4 กิโลเมตร มีอ่างเก็บน้ำ ภูมิทัศน์โดยรอบสวยงาม มีเขา มีน้ำ มีต้นไม้ คนสระบุรีสามารถมาใช้ประโยชน์เรื่องการออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ ขยับเข้ามาหน่อย ทางปีกขวา มีพิพิธภัณฑ์ประวัติของทหารม้า มีรถถัง M41 จอดอยู่กลางแจ้ง, ทางปีกซ้าย เรามีโรงยิมฯ สนามยิงปืน สนามมวย และด้านหลังเป็นสนามขี่ม้า และสนามกอล์ฟอยู่ด้านหลังสุด เราเรียกว่า ศูนย์พัฒนากีฬา ศูนย์การทหารม้า เป็นหน่วยรับผิดชอบ หรือชื่อเดิมที่คุ้นเคยคือ สนามกอล์ฟค่ายอดิศร ซึ่งผู้ที่ดำริให้สร้างไว้ในสมัยนั้นคือ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อครั้งท่านเป็นผู้บัญชาการที่นี่ จากเดิมที่มี 9 หลุม ก็พัฒนาปรับปรุงจนเป็น 18 หลุม ในปัจจุบัน เสน่ห์ของสนามแห่งนี้คือ ความเป็นสนามธรรมชาติ ความยากจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เรามีกอล์ฟประเพณี ติณสูลานนท์ ปีละครั้ง ในทุกกิจกรรม ที่ทำให้ประชาชนรู้จักทหาร รู้จักค่ายทหาร เป็นมิตรกับทหาร เราอยากให้พื้นที่ในค่ายของเรา คือดินแดนที่ประชาชนรัก และ เข้ามาเห็นภาพลักษณ์ในสิ่งที่ดีๆ

ดูแลสนามกอล์ฟ : ผมเคยมีโอกาสไปเป็น ผอ.ศูนย์พัฒนากีฬา เพื่อไปวางระบบ เคยเรียนท่าน ผบ.ว่า คุณสมบัติของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอยู่ข้อเดียว คือความซื่อสัตย์ในการดูแล ถึงขนาดเคยไปกางเต้นท์นอนที่สนามเลย อยากจะดูว่าตั้งแต่เช้าจนเย็น งานในทุกๆ ระบบของสนามกอล์ฟมันเป็นยังไง โดยให้นโยบายไว้ว่า รวดเร็ว ซื่อสัตย์ ยุติธรรม กับทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการ เสียงตอบรับก็กลับมาดี

กีฬากอล์ฟ : ผมเล่นกอล์ฟได้ เพราะเริ่มหัดตีที่นี่ พอรับแขกได้ แต่จะให้แข่งคงไม่ไหว ฝีมือไม่ดีถึงขนาดนั้น ผมอาจจะเล่นไม่ค่อยเป็น แต่สิ่งเดียวที่ผมมีในเกมก็คือ ความซื่อสัตย์ ด้วยเช่นกัน

ที่ไหนก็ทำงานได้ : ทำงานไม่จำเป็นต้องนั่งบนโต๊ะ แต่ต้องมีวิธีคิด วางแผน อย่าลืมว่าในยุคปัจจุบัน เราต้องมีเครือข่าย มีพันธมิตร ทำคนเดียวไม่ได้ จุดยืนสุดท้าย คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนรัก ศรัทธา เชื่อมั่นในตัวเรา ถือว่าเราได้ทำหน้าที่ของทหาร อย่างครบถ้วน มิใช่เพียงแค่จับปืนออกรบ

โอกาสชีวิต : ผมได้ไปเรียนปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ MPA 15 ที่นิด้า ทำให้มีโอกาสได้พบผู้หลักผู้ใหญ่ที่เข้าไปเรียนด้วยกัน ซึ่งในทหารบกผมก็เป็นน้องเล็ก จากพันตรี พันโท พันเอก ผมก็เข้ารับศึกษาตามแนวทางรับราชการของกองทัพบก สุดท้ายคือวิทยาลัยกองทัพบก ได้มีโอกาสเป็นพันเอกพิเศษ ตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำศูนย์การทหารม้า เลยมีโอกาสสมัครไปปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้สี่ปีเต็ม ได้ไปทำงานร่วมกับผู้บังคับบัญชา ที่ส่งไปจากกองทัพภาคต่างๆ ที่ไปรวมกัน ทำให้ผมมีเวทีได้แสดงในตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการร่วม เป็นเหมือนห้องยุทธการที่คอยรายงาน ทั้งวันทั้งคืน ประชุมสั่งการของผู้บัญชาการ หรือแม่ทัพในยุคนั้น ทำให้เราได้มีโอกาสรู้ปัญหา ก่อนจะได้กลับมาตามวาระ

การเปลี่ยนแปลง : ที่สระบุรีมีเยอะมาก สมัยก่อนเมื่อเป็นร้อยตรี ถนนมิตรภาพสามารถจะเดินเล่นกลางถนนได้เลย รถยังน้อยมาก ผิดจากปัจจุบันนี้ การจราจรหนาแน่นมาก เรากำลังจะมีทั้งมอเตอร์เวย์และรถไฟความเร็วสูง ทางด้านสังคม จิตวิทยา อาจจะไม่ต่างกันมาก แต่จำนวน ความหนาแน่นของผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมืองสระบุรี เหมือนเป็นทางผ่าน จะไม่ค่อยเด่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน เป็นเหมือนแค่ศูนย์การเพื่อจะไปสู่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่า และยังอยู่ไม่ไกลจนคิดว่า เมื่อมาถึงสระบุรี อีกนิดเดียวก็ถึงกรุงเทพฯ แล้ว

เตรียมงานใหญ่ : ในปีหน้าจะมีพิธีการสวนสนามสาบานธง กองทัพบก หรือกองทัพไทย จะมาสวนสนามกันในพื้นที่ค่ายอดิสร เป็นงานระดับกองทัพแต่มาใช้พื้นที่ที่สระบุรี ซึ่งไปสอดคล้องกับความเป็นนักรบ ค่ายอดิสรมีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้เปรียบเสมือนบิดาของเรา ที่เรามีเอกราชจนมาถึงทุกวันนี้ได้ ท้ายที่สุดก็เพราะพระองค์ท่านกอบกู้เอกราชเอาไว้ได้ เสียสละ สร้างคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงเพื่อคนไทยเราทุกคน นั่นคือความภาคภูมิใจของเราที่นี่

ค่ายทหารเพื่อชุมชน : จังหวัดสระบุรีให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะในพื้นที่ของสนามกีฬาซึ่งอยู่ด้านในของ อบจ. อาจจะคับแคบ จึงมีการผ่องถ่ายออกมาเป็นสวนสุขภาพในค่ายฯ จนทุกวันนี้ช่วงเย็นเริ่มจะหนาแน่นมากขึ้น มีการเชื่อมโยงระหว่างกีฬากับสันทนาการ การผจญภัยต่างๆ ที่ผ่านมา มีการจัด เดิน วิ่ง วิ่งเทรลขึ้นเขาสูงด้านหลังค่าย ปัจจุบันเรียกกันว่า ผาชูธง เพราะอดีตเรามีการฝึกหลักสูตรการรบแบบจู่โจม เอานักเรียนไปปักธง ปัจจุบันก็มีหลักสูตรการสร้างภาวะผู้นำ แต่ไม่ได้ทรหดมากนัก เขาความสูงไม่มากแต่จะมีบางช่วงสูงชัน นายทหารใหม่ หลักสูตรชั้นนายร้อย นายพัน จะพาขึ้นไปบนนั้น รวมไปถึงพลทหาร เราก็สร้างบริบท ความเป็นอยู่ มีการสัมภาษณ์พลทหารถึงความรู้สึกที่มาฝึกในนี้ สิ่งที่เขาไม่เคยทำ พอมาเป็นทหารแล้วเขาได้อะไรไปบ้าง ความรัก ความสามัคคี ความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ ฯลฯ พอส่งคลิปเข้าไปในโซเชี่ยล ก็มียอดวิวเป็นสิบล้านวิวแล้ว

ทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว : กินดีอยู่ดีคือคุณภาพชีวิต แล้วต้องมีวินัย เรามีหลายโครงการ เช่น โครงการทหารพันธุ์ดี ผลิตพันธุ์พืชต่างๆ ใช้สารอินทรีย์ ศูนย์ฯ อาจจะไม่ยิ่งใหญ่แต่ก็ค่อยๆ ทำไป เราไปขอไถ่โคมา เพื่อใช้มูล มีนาข้าว นาบัว ที่สามารถใช้เป็นจุดเช็คอินในโซเชี่ยล และยังมีการปรับปรุงถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำ ประปา ฯลฯ

คุณภาพของคน : ต้องเกิดจากตัวเองด้วย ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาช่วยทำให้ มีการปลูกฝังในเรื่องความขยันหมั่นเพียรในหน้าที่การงาน รักในอาชีพของตัวเอง มีความซื่อสัตย์ เพราะทำให้สังคมมีความสุข ทุกคนต้องซื่อสัตย์ต่อกัน ต่อองค์กร ต้องรู้จักซื่อสัตย์ตั้งแต่ตัวเอง ผู้บังคับบัญชา และต่อผู้อื่น 

ความพอเพียง : ผมใช้ปรัชญาของ ในหลวง ร.9 เป็นที่ตั้ง ซึ่งความพอเพียงของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่ต้องมีเหตุมีผลที่เหมาะสม ในการใช้ ในการทำ และยังต้องมีความอดทน ในการทำความดี บางทีก็ง่าย บางคนก็บอกว่ายาก แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำ ทั้งหมดคือกรอบที่เราใช้ในการปลูกฝังกำลังคนในค่าย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และยังต้องรู้รักสามัคคี รู้หน้าที่ มีวินัย เราทำทุกกิจกรรม เพื่อให้ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน เมื่อมีโอกาสก็จะนำเสนอเรื่องราวดีๆ ของค่าย ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้รับรู้

ภาวะผู้นำ : ต้องมีความเด็ดขาด และต้องดูกาลเทศะด้วย จะเด็ดขาดทุกครั้งก็คงจะไม่ใช่ ต้องดูปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกันไปด้วย ความแนบเนียน ความโอบอ้อมอารี ความกตัญญู ซึ่งเราถูกเพาะบ่มให้เห็นมาตั้งแต่เด็ก เราได้เห็นความทุกข์ร้อนของพ่อมาตั้งแต่เด็ก เติบโตมาก็มีโอกาสได้บวช ได้ปฏิบัติ ได้ปลูกฝังสภาพจิตใจให้มีพื้นฐานที่ดี มีความเมตตากับผู้ใต้บังคับบัญชาค่อนข้างมาก มีเหตุมีผล จะไม่ใช่แบบเผด็จการ

สิ่งสำคัญในชีวิต : พ่อแม่คือพระในบ้าน เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้ลูกๆ และเมื่อตอนบวช เคยถูกถามว่าศีลข้อไหนสำคัญที่สุด ผมก็นึกไม่ออก พระท่านก็บอกว่า สุรา เหตุผลก็คือ ทำให้ขาดสติ แล้วจะทำให้ข้ออื่นๆ ผิดไปหมด และผมคงไม่สามารถทำให้ทุกคนรัก หรือถูกใจได้หมด แต่สิ่งที่ทำให้ผมเติบโตมาจนถึงวันนี้ได้ คือความซื่อสัตย์ เพราะเมื่อมีข้อนี้แล้ว การจะเอาเปรียบคนอื่นก็ไม่เคยคิด หรือทำแล้วเราจะได้อะไรก็ไม่เคยคิด แต่เราจะถามอยู่เสมอว่า ทำแล้วหน่วยเราได้อะไร ทำแล้วคนอื่นจะได้อะไร ความสุขที่แท้จริง : คือ การได้กลับไปสู่สามัญ เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานคือหัวโขน แต่สิ่งที่สำคัญ คือการที่เราได้ทำอะไรไว้บ้าง เมื่อเวลาผ่านไป มองย้อนมาจะเห็นอดีตว่าเป็นอย่างไร เราไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ เพื่อตัวเราเองเลย ตัวเราเองคือผลพลอยได้ เราคิดใหญ่ ทำเพื่อชาติ เมื่อมีโอกาสอยู่ตรงนี้ ก็ทำให้เต็มที่ ทำให้ดี เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าเราทำดี ก็ย่อมมีความภาคภูมิใจ ที่สำคัญขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตามวัย ไม่เจ็บไข้ มีกายที่ดีแล้ว ต้องมีใจที่ดีด้วยครับ