เกาะอาดัง-ราวี ทะเลที่จะลดความร้อนและเพิ่มความรัก

ว่ากันว่า คนไปทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก แต่ไม่ว่าจะหนีอะไรมา ถ้าหนีมาถึง “อาดัง-ราวี” ได้ ก็น่าจะหนีพ้นแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าไกลถึงสุดปลายด้ามขวาน แต่เพราะความสวยงามของทะเลและความน่ารักของผู้คน ที่จะช่วยลดความร้อนจากอากาศ และเพิ่มความรักให้ชีวิตได้มากขึ้น

หมู่เกาะอาดัง-ราวี เป็นหมู่เกาะใน เขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล ซึ่งอุทยานแห่งชาติตะรุเตานั้น ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวนถึง 51 เกาะ จนชาวมลายูเรียกเรียกหมู่เกาะแห่งนี้ว่า “ตะโละเตรา” ซึ่งแปลว่า “มีอ่าวมาก” ก่อนจะเพี้ยนมาเป็นคำว่า “ตะรุเตา” ในปัจจุบัน ซึ่งเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะนี้ ล้วนมีความสวยงามขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกาะตะรุเตา ดินแดนของนักโทษการเมืองในอดีต, เกาะไข่, เกาะหินงาม ซึ่งก็รวมถึงเกาะดังอย่าง เกาะหลีเป๊ะ ที่อยู่ในหมู่เกาะ อาดัง-ราวี ด้วย

การท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตานั้น จะเที่ยวแบบวันเดย์ทริปหรือพักค้างคืนก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่คนแถวนี้ มาถึงที่นี่ แล้วเที่ยวแบบวันเดียวถือว่าพลาดมาก และเกาะที่ผู้คนนิยมไปพักค้างคืนกันก็คือ เกาะหลีเป๊ะ ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในหมู่เกาะย่านนี้เลยก็ว่าได้

สำหรับการเดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะนั้นก็ต้องขึ้นเรือที่ท่าเรือปากบารา ซึ่งก็มีเรือเป็นรอบๆ ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย แนะนำให้จองล่วงหน้าในรอบเวลาที่สะดวกและลงตัวกับวิธีการเดินทางของเรา ซึ่งถ้ามาทางเครื่องบิน แนะนำให้เลือกเที่ยวบินที่มาถึง สนามบินหาดใหญ่ก่อนเก้าโมงเช้า เพราะจะมีรถมาท่าเรือปากบารา เริ่มเวลา 09.30 น.

สำหรับใครที่ขับรถยนต์มาเอง ถ้ามาถึงเย็นๆ ค่ำๆ ก็ไม่ต้องกังวล บริเวณรอบๆ ท่าเรือมีที่พักราคาย่อมเยาว์ สะดวก สะอาด ให้เลือกพักมากมาย หรือจะลากยาวๆ มาเช้าที่ท่าเรือเลยก็ได้ บริเวณท่าเรือมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ สามารถซื้อหาของใช้ต่างๆ ก่อนลงเรือได้ ในส่วนของที่จอดรถนั้น แม้ว่าบริเวณหน้าท่าเรือจะมีลานจอดรถ แต่ก็จอดได้ราวๆ 20 คันเท่านั้น ซึ่งถ้าจอดค้างคืนก็จะเสียค่าบริการเท่ากัน ดังนั้นแนะนำให้มองหาบริการที่จอดรถเอกชน ปกติจะมีพนักงานขับมอเตอร์ไซค์มาเสนอ แต่ถ้าไม่เจอก็ลองถามตามร้านตัวแทนขายตั๋วเรือได้ ที่จอดรถในร่มสะดวกขับห่างออกมาจากท่าเรือเล็กน้อย แต่เจ้าของก็จะบริการรับ-ส่งให้ มีบัตรรับรถเบอร์ติดต่อให้เรียบร้อย

ส่วนเรือไปเกาะนั้น ถ้าจะเอาสบายๆ ไม่รีบร้อน ก็เลือกรอบตามช่วงเวลาเดินทางของเราตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย แต่จะมีบางรอบจะพิเศษกว่ารอบอื่นๆ หน่อย ตรงที่เรือจะแวะที่ เกาะไข่ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปถ่ายรูป ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะไปส่งนักท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจะเป็นรอบไหนนั้น ต้องสอบถามที่จุดจำหน่ายตั๋ว โดยปกติจะเป็นรอบ 11.30 น. เวลาลงเรือที่ท่าเรือนั้นสะดวกสบาย แต่การไปขึ้นเรือที่เกาะอาจจะแอดเวนเจอร์หน่อยๆ บางรอบก็ส่งที่หาดได้เลย บางรอบอาจจะต้องขึ้นที่โป๊ะนอกหาด แล้วต่อเรือเล็กเข้าไป ดังนั้นชุดสวยๆ สำหรับสาวๆ ก็ควรจะทะทัดทะแมงด้วย

หมู่เกาะอาดัง-ราวี นอกจากจะประกอบด้วย เกาะอาดัง และ เกาะราวี ซึ่งเป็นชื่อของหมู่เกาะแล้ว ยังมีเกาะบริวารน้อยใหญ่เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะหินงาม เกาะยาง เกาะดง เกาะหินซ้อน เกาะจาบัง เป็นต้น คำว่า “อาดัง” มาจากคำเดิมในภาษามลายูว่า “อุดัง” มีความหมายว่า “กุ้ง” เพราะบริเวณนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้งทะเล

การเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะนั้นมีหลากหลายบรรยากาศให้เลือก ถ้ามาเที่ยวดำน้ำชมความสวยงามใต้น้ำและชื่นชอบความสนุกสนานคึกครื้น ให้พักที่ “หาดพัทยา” เพราะใกล้โป๊ะท่าเรือ สะดวกแก่การนัดหมายลงเรือไปจุดดำน้ำ มีร้านอาหารริมชายหาด และที่สำคัญเป็นจุดเริ่มต้นของ ถนนคนเดินหลีเป๊ะ หรือ Walking Street Lipe ที่มีทั้งร้านอาหาร ร้านแฮ้งค์เอ้าท์ ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ร้านค้า ร้านยา ตู้เอทีเอ็ม บริษัททัวร์ดำน้ำ และที่พักมากมาย

ขณะที่หาด “หาดซันไรซ์” นั้นจะลดความคึกคักลงมาหน่อย แต่ก็ยังมีที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ไว้บริการ หรือถ้าใครชอบความเงียบสงบก็ต้องหาด “หาดซันเซ็ท” มีนักท่องเที่ยวน้อย มีรีสอร์ตไม่เยอะ แต่ร้านค้าสิ่งอำนวยความสะดวกก็จะน้อยตามไปด้วย เกาะหลีเป๊ะมีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวทั่วชมทั้ง 3 หาดได้ในระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง หรือถ้าไม่อยากเดิน ที่นี่ก็มีแท็กซี่เป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไว้ให้บริการด้วย

แต่ถ้าใครอยากได้บรรยากาศแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ก็แนะนำให้ข้ามไปพักที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ ต.ต.5 บริเวณแหลมสน บนเกาะอาดัง ซึ่งต้องเหมาเรือแท็กซี่จากบริเวณหาดซันเซ็ตข้ามไปอีกไม่ไกล และสามารถนัดหมาย วัน-เวลารับกลับได้ด้วยเลย โดยขากลับเรือจะรับจากแหลมสนไปส่งที่หน้าหาดพัทยาเลย หรือถ้าใครจะฟิวชั่น 2 เกาะ นอนอาดังมาปาร์ตี้ที่หลีเป๊ะก็ทำได้ ให้นัดแนะกับเรือไว้ ว่าจะข้ามมาอาดังกี่ทุ่มกี่ยาม ก็จะได้บรรยากาศนั่งเรือออกทะเลยามดึกๆ ดื่นๆ แถมมาด้วย

ในส่วนของเกาะอาดังนั้นเรียกว่าอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ จะพักที่พักของอุทยานก็ได้สะดวกสบายราคาย่อมเยาว์ หรือถ้าอยากนอนรับลมทะเลใกล้ชิดติดริมหาดจะนอนเต้นท์ของอุทยานหรือเอาเต้นท์ไปเองก็ได้เช่นกัน ค่าธรรมเนียมกางเต้นท์ก็ราคาปกติของอุทยานแห่งชาติทั่วไป มีจุดอาบน้ำจืด มีห้องน้ำรวมสะอาด แยกชาย-หญิงไว้อย่างเรียบร้อย ในส่วนของอาหารการกินนั้นก็ไม่น่าห่วงแต่ก็ต้องวางแผนกันดีๆ หน่อย เพราะร้านสวัสดิการนั้นเปิดเป็นเวลา ช่วงเช้า / กลางวัน / เย็น จะซื้อน้ำ ซื้อขนม เช่าอุปกรณ์ดำน้ำต่างๆ ต้องคิดเผื่อให้ดีๆ ในส่วนของอาหารนั้นก็มีสั่งได้ตามวัตถุดิบที่มีอยู่ในตอนนั้นๆ และถ้าสั่งไว้ล่วงหน้ากินเช้าสั่งกลางวันไว้ กินกลางวันสั่งเย็นไว้ ก็จะสะดวกทั้งคนเตรียมและคนกิน สิ่งสำคัญที่ต้องว่างแผนกันให้ดีๆ ก็คือ น้ำดื่ม เพราะบนเกาะราคาสูงเป็นปกติ ในส่วนของที่พักอุทยานก็มีนโยบายแปลกไปจากที่พักทั่วไป คือ การเข้าพัก 1 ครั้ง ไม่ว่าจะคืนเดียวหรือ 2 คืน จะมีน้ำดื่มให้แค่ 2 ขวด ถ้าไปพัก 2 คืนแต่เปลี่ยนหลังก็จะได้น้ำดื่มใหม่ ในราคาเท่ากันแถมได้เปลี่ยนบรรยากาศด้วย

นอกจากความใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว หน้าหาดแหลมสน ก็เป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่นิยมอีกแห่ง บ.นำเที่ยวมักจะพากรุ๊ปมาลงดำดูตรงนี้ แต่ถ้าเราพักที่นี่นอกจากจะเล่นน้ำทะเล เล่นหากทรายขาวแล้ว จะลงดำน้ำดูปะการังตอนไหนก็ได้ จุดชมวิวผาชะโด เป็นที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่คนมาอาดังต้องขึ้นไปให้ถึง ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ของกลุ่มโจรสลัดเพื่อเข้าโจมตีเรือสินค้า ปัจจุบันเป็นจุดชมทิวทัศน์สวยงามของท้องทะเล ทางเดินขึ้นค่อนข้างชัน มีอยู่ 2 จุด ที่ระดับความสูง 300 และ 500 เมตร ใช้เวลาเดินขึ้น 30-40 นาที ที่จุดชมวิวนอกจากจะเห็นทิวสนและหาดทรายสีขาวของเกาะอาดังแล้ว ยังมองเห็นความงามของเกาะหลีเป๊ะในแบบพานอราม่า และในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส จะสามารถมองเห็นถึงเกาะตะรุเตา และเกาะลังกาวีในน่านน้ำมาเลเซียด้วย เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนพระอาทิตย์ตกนั้นไม่เห็น แต่จะได้เป็นบรรยากาศยามเย็นของเกาะหลีเป๊ะ ก็สวยไม่แพ้กัน ทางเดินค่อนข้างลำบาก ควรแต่งกายทะมัดทะแมง รองเท้าหุ้มส้น ที่เตรียมไฟฉายติดตัวขึ้นไปด้วย เพราะถ้ากลับหลังพระอาทิตย์ตกจะมืดมาก

หมู่เกาะ อาดัง-ราวี ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายน ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรง ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว หนีร้อนนะมาได้ตลอดฤดูร้อน แต่ถ้าจะหนีรักมาที่นี่ ก็ต้องอกหักหน้าร้อนเท่านั้นนะ