อมยิ้มริมกรีน

ตกม้าตาย หลุมสุดท้าย

ตกม้าตาย หลุมสุดท้าย

ที่จริงการแข่งขันกอล์ฟรายการสำคัญกลางเดือนก่อน ผ่านไปตั้งสามสัปดาห์แล้ว แต่”คาใจ”อยากเขียนถึงครับ

นั่นคือ กอล์ฟแอลพีจีเอ ดิ เอวิยอง แชมเปียนชิพ ที่ฝรั่งเศส รายการเมเจอร์สุดท้ายของปี เงินรางวัลรวมประมาณ 128 ล้านบาท ที่โปรเม เอรียา จุฑานุกาล ได้แชมป์เมื่อปีกลาย ปีนี้เป็นปีของ พี่สาว โปรโม โมรียา จุฑานุกาล

โปรเม ออกทะเล ไม่ผ่านรอบตัดตัว แต่โปรโม นำในลีดเดอร์บอร์ดมาตั้งแต่วันแรก มีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์หลายข้อด้วย

คือ หากได้แชมป์ ก็จะเป็นโปรกอล์ฟหญิง ที่ประเดิมแชมป์แรกด้วยรายการเมเจอร์ รับเงินรางวัลเฉียดยี่สิบล้านบาท อันดับโลกขึ้นกระฉูด ยังเป็นพี่น้อง ตระกูล จุฑานุกาล ที่มารับแชมป์ต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็เป็นข่าวระบือในวงการกอล์ฟโลกแน่

และสำคัญ อะไรก็ดูเหมือนจะเข้าทางโปรโม คือ รายการใหญ่ แต่แข่งแค่ 3 วัน เพราะพายุเข้า ในสองวันแรก โดยที่โปรโม เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม นำมาตลอด จนถึงวันสุดท้าย สกอร์ 9 อันเดอร์

ผมเชื่อว่า โปรโม เตรียมใจมาอย่างดีกับเกมใหญ่นี้ ด้วยการแข่งขันก่อนหน้านั้น เธอก็ทำได้ดี ไม่ได้แชมป์ก็ติดลีดเดอร์บอร์ดแทบทุกรายการ สถิติเกมกอล์ฟของเธอก็ดี พาร์คือเสมอสนาม เบอร์ดีคือรางวัล มีคอนซิสเตนซี่ ความแน่นอน กว่าเกมกอล์ฟของน้องสาว โปรเม เอรียา ที่ได้อีเกิลมากก็จริงแต่เสียดับเบิลโบกี้บ่อย ทริปเปิลยังมี

ผมดูการถ่ายทอดสดวันสุดท้าย (กดรีโมทสลับกับช่องกอล์ฟ แชนแนล ดู โปรอาร์ม กิรเดช ลุ้นแชมป์เหมือนกัน ) โปรโม ทำได้ดีนะครับ นิ่ง ควบคุมเกมตัวเองได้ดี ยิงเบอร์ดีเยอะเลย แต่ได้พาร์

น่าเสียดายหรือ หลุมพาร์ 5 รอบหลัง ที่ควรเป็นหลุมที่ทำแต้ม กลับทำไม่ได้

หลุม 13 ตีออกโอบี ช็อต4ยังไม่ออนเลย แต่ก็ยังสามารถพัตต์เซฟโบกี้ในระยะ5ฟุตได้ก็ถือว่า นิ่งดีแล้ว

หลุม 15 สามารถทำ2ออน ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยิงอีเกิล ออกพาร์ ด้วยพัตต์เบอร์ดีระยะครึ่งคันธงของเธอฟัดปากหลุม ไม่งั้นหลุมนั้นขึ้น 10 อันเดอร์ นำเดี่ยว จบง่ายแล้ว

สองหลุมสุดท้าย นับว่าเข้มข้นมาก เพราะสกอร์ 9 อันเดอร์ เรียกแถวกันมาเลย สี่ห้าคน รวมทั้ง ลิเดีย โคด้วย

หลุม 18 เป็นหลุมยากที่สุดของคอร์ส (เคยเป็นพาร์5ด้วยซ้ำ)

ขึ้นหลุม 18 โปรโมอยู่ที่ 9 อันเดอร์ ถ้าเธอทำเบอร์ดีได้ (เคยทำมาแล้วในรอบก่อนหน้า) เธอคือแชมป์ ถ้าเซฟพาร์ ก็จะออกซัดเดนเดธ

ช็อตทีออฟ ออกมาไม่ดี ลูกหลุดแฟร์เวย์ ไม่สามารถทำ2ออนได้ เธอจึงวางลูกหน้าน้ำ ช็อต 3 แอฟโพรชขึ้นกรีน หวังดำเพื่อพัตต์พาร์ รักษาสกอร์9อันเดอร์

ลูกก็เหน่งๆ ระยะข้ามน้ำไม่เกิน 130 หลา แต่เธอตีลูกบินครับ ลูกทะลุกรีนไปลงรัฟด้านหลัง ช็อต 4 จะพาร์ได้ก็คือ ชิพลงหลุมไปเลย แต่ทำได้ก็แค่ส่งเข้าไปดำ

เซฟโบกี้ สกอร์หล่นในหลุมสุดท้าย เหลือ 8 อันเดอร์ ไม่ได้เพลย์ออฟ จบด้วยอันดับ 3 เงินรางวัลเกือบเจ็ดล้านบาท

ส่วนผู้ชนะเลิศ ที่เป็น “ม้าตีนปลาย”มาพรวดๆคือ อันนา นอร์ดควิสต์ มือเก่าสวีดิช ซัดเดนเดธท่วมกลางสายฝน ชนะด้วยโบกี้ในหลุม 18 นั่นแหละ รับไปร่วมยี่สิบล้านบาท

เว้นตรงนี้นิด … ไปที่รายการ เคแอลเอ็ม โอเพ่น 2017 ที่เนเธอร์แลนด์ โปรอาร์ม กิรเดช อภิบาลรัตน์ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในสามวันแรก วันสุดท้ายออกก๊วนสุดท้าย โดยโปรอาร์มเป็นผู้นำที่ 14 อันเดอร์

โปรอาร์ม เป็นผู้นำมาตลอด จนถึง 4 หลุมสุดท้าย ในหลุม 15 พาร์ 5 ขณะที่คู่ต่อสู้ที่แต้มนำร่วมเป๋ออกทะเลไปหมดแล้วในช็อตทีออฟ ลูกโปรอาร์มอยู่กลางแฟร์เวย์ ยังไงก็ต้องสู้ทำ 2 ออน หวังได้เบอร์ดี ทำแต้มเดี่ยวแล้ว แต่ลูกเลี้ยวตกน้ำครับ ดร้อปขึ้นช็อต 4 หน้าน้ำ ระยะร้อยนิดๆ แอพโพรชดำ ก็เซฟพาร์ แต่โปรอาร์ม ตีลูกท้อป บินไปหลังกรีน ต้องชิพกลับมาเซฟโบกี้ หวังนำเดี่ยว ถึงแชมป์ กลับเป็นตามกลุ่มผู้นำ 1 สโตรค

เหมือนรีเพลย์เทปเลยที่หลุม 18 พาร์ 5 โปรอาร์มต้องบังคับสู้ หวังเบอร์ดี (รอบก่อนก็ทำได้) เพื่อได้สกอร์เท่าผู้นำ ออกซัดเดนเดธ ลูกทีช้อตงดงาม ไปไกลเหน่งๆ ระยะช้อต 2 ใช้เหล็กยาว ไม่ต้องหัวไฮบริดจ์เลย เพื่อความแม่นยำ แต่ก็ตกน้ำจนได้

พอเสียช้อตซ้ำซาก โปรอาร์มก็หลุดเลย ช็อตแอพโพรชกรีนก็พลาด กลับมา 5 พัตต์เซฟโบกี้ไม่ได้ จบหลุมสุดท้ายด้วยดับเบิลโบกี้ จากผู้นำ 14 อันเดอร์ จบที่ 12 อันเดอร์ อันดับร่วงยาวไปถึงอันดับ 9 เงินรางวัลตกหายหลายล้าน

วันนั้นเป็นวันแห่งความผิดหวังของนักกอล์ฟทั้งชายหญิงของไทย คือ มา “ตกม้าตาย” ในหลุมสุดท้าย

ในทางตรงกันข้าม หากทั้งสองคน โปรโม และโปรอาร์ม ชนะเลิศ วันเดียวกัน เวลาไล่เลี่ยกัน..ไทยแลนด์คงกระหึ่มโลกแห่งกอล์ฟแน่ๆ

ใครไม่เล่นกอล์ฟ ไม่รู้ลึกในเกมแห่งกอล์ฟ จะไม่รู้หรอกว่า เกมกอล์ฟมันทารุณโหดร้ายกับจิตใจแห่งผู้พลาดขนาดไหน ยิ่งใกล้แชมป์ อีกนิดเดียว ก็ยิ่งร้าวราน เป็นฝันร้าย สลัดไม่หลุดในระยะเวลาอันสั้น

คนตีกอล์ฟดูหน้าจอ บอก..มันผิดพลาดได้ยังไงวะ? ช็อตสำคัญอย่างนั้น ไม่ใช่อเมเจอร์เสียหน่อย

ช็อตที่พลาดนั้น ต่อให้ซ้อมเป็นล้านๆครั้ง สวิงลมเป็นร้อยที ก่อนตีจริง..มันก็ผิดพลาดได้ ในอณูเสี้ยววินาทีที่

ลงไม้ดาวน์สวิงนั่นแหละครับ

ก็สูดลมหายใจลึกๆ ควบคุมอารมณ์ทุกอย่างดีแล้วละ ทำตามตำราเป๊ะ แต่ที่ไม่อาจควบคุมได้ คือ การหลั่งของสารเคมีจากต่อมไร้ท่อในสมอง ที่ไม่อาจรักษาความสมดุลได้ มันหลั่งออกมามากเกินไป ก็มีผลต่อการบังคับกล้ามเนื้อบางส่วน ที่นำไปสู่การเกร็งเกินไป เร่งเกินไป เร็วเกินไปเที่ยวเศษเสี้ยววินาที นำไปสู่ความผิดพลาดของวง

แอ๊ดจัสต์ร่างกายแล้ว สมองคิดมาดีแล้ว ตรองแล้วว่าจะทำเช่นนี้ แต่กล้ามเนื้อบางส่วนมันทำ “เกิน” ในเสี้ยววินาทีที่สำคัญยิ่งนั้น

ช็อตที่ผิดพลาดยิ่งใหญ่ของนักกอล์ฟ ไม่ว่าระดับอเมเจอร์หรือระดับโลก อันเป็นฝันร้ายของบรรดาเขานั้น ไม่ได้มาจากการเล่นที่ลนลาน ไม่ละเอียด ใจสั่น ใจไม่นิ่ง แต่ประการใด แต่เป็นเพราะไม่อาจควบคุมการหลั่งกระตุ้นของสารเคมีจากต่อมไร้ท่อในสมองนั่นแหละ

เรารู้จักในความหมายกว้างๆว่า..แรงกดดันมหาศาล ทำให้เกิดการเกร็ง ผิดจังหวะ ผิดเป้าหมาย ซึ่งเกิดกับนักกีฬาทุกประเภท ไม่ต่าง

แต่สิ่งเหล่านี้ เมื่อเกิดกับใครแล้วครั้งสองครั้ง จะเป็นประสบการณ์ให้กับเจ้าตัว เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นอีก

ไม่ใช่ ผิดแล้วจำ จะได้เป็นบทเรียน ทำให้ไม่พลาดอีก แบบที่พร่ำสอนกันนะครับ

แต่เป็นประสบการณ์ที่ จิตใต้สำนึก ได้รับรู้ จะส่งสัญญาณระงับความตื่นเต้น ไปยังเซลสมองที่ควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ ว่าจะเกิดข้อผิดพลาดซ้ำซากอีก ถ้าเอ็งยังขืนหลั่งสารเคมีกระตุ้นมากเกินสมดุล เอ็งก็รู้นี่นา

นั่นแหละ ทุกอย่างจะ clam down วงจร วงสวิงก็จะไม่ผิดพลาด (อย่างที่เคยเป็น)

พลาดแล้ว กลับมาฝึกหนัก ซ้ำๆกับช็อตที่พลาดเป็นพันๆครั้ง ให้ กล้ามเนื้อมีความจำ หรือ ไปฝึกจิต ทำสมาธิในใจนิ่ง อะไรก็ตาม..อาจไม่ได้ตอบโจทย์ ข้อผิดพลาดนั้น

เพราะ ยามนั้น สิ่งแวดล้อมนั้น แรงกดดันนั้น มันต่างกัน มันคือการเผชิญหน้า ที่ไม่ใช่เพียงรูทีมช้อต

บทเรียนที่เคยเจอมาแล้ว(ที่ใครว่าเป็นแผลเป็นทางใจ) ต่างหากที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์นั้น อันเป็นระบบกายวิภาค วิทยาศาสตร์ล้วนๆ

แต่ก็นั่นแหละครับ คนที่มีจิตใต้สำนึกละเอียดอ่อน ปรับจิตสำนึกตัวเองได้ดีกับบทเรียนภาคบังคับ จนจิตใต้สำนึก มีพลังพอที่จะปรับการหลั่งของสารเคมีกระตุ้นจากต่อมไร้ท่อได้ดี..ก็จะไม่พลาดอีก

แต่ถ้า การทำงานของจิตใต้สำนึกตรงนี้ไม่ดีนัก..ก็จะแก้ไม่ได้ในภาวะเผชิญกับวิกฤติ แล้วก็จะผิดซ้ำซาก

สำหรับนักกอล์ฟก็คือ การเล่นที่หลุด นำไปสู่กับเสียโบกี้ ดับเบิลโบกี้ จนกระทั่ง ทริปเปิลโบกี้

กระนั้นก็ตาม ผมว่าโปรกอล์ฟ ไม่ว่าใครยังโชคดีกว่า นักกีฬาอาชีพอื่นๆ ประเภทกีฬาอื่น ที่พลาดแล้วแพ้เลย แพ้แล้วใช้เวลายาวนาน กว่าจะมีโอกาสใหม่

แต่กอล์ฟอาชีพ โปรแกรมแข่งมีทุกวีก มีเงินรางวัลให้ไล่ล่า แก้ตัวได้ตลอด จริงไหมครับ

ยอดชาย ขันธะชวนะ