สาริศ หยิบแชมป์ เอดีที ‘บางกอก คลาสสิค’ บาท ที่ฟีนิกซ์ฯ กรุงเทพ
สาริศ สุวรรณรัตน์ นำม้วนเดียวจบหยิบแชมป์ เอดีที ‘บางกอก คลาสสิค’ที่ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ กรุงเทพฯ
สาริศ สุวรรณรัตน์ นักกอล์ฟวัย 29 ปีจากกรุงเทพฯ ทำสกอร์รวม 24 อันเดอร์พาร์ 264 คว้าแชมป์ เอดีที โคแซงชั่น ไชน่า ทัวร์ รายการ บางกอก คลาสสิค ไปครองสำเร็จ รับเงินรางวัล 255,000 หยวน (1.173 ล้านบาท) โดยมี ฮัค ชุน ยัต จากฮ่องกง และ แม๊ต คิลเลียน จากอังกฤษ คว้าอันดับ 2 สกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 270 แข่งขันกันที่สนาม ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แบงค็อก แบบพาร์ 72 ระยะ 7,186 หลา จบรอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569
รายการนี้จัดแข่งขันโดย เอเชียน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ หรือ เอดีที โคแชงชั่นกับ ไชน่าทัวร์ แข่งขันกันที่สนาม ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แบงค็อก (เซาท์ และ เวสต์ คอร์ส) ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 โดยวันนี้ทางคณะกรรมการตัดสินใจเริ่มรอบวันสุดท้ายด้วยการออกสตาร์ทแบบชอตกันสตาร์ท
รอบสุดท้ายแข่งขันวันที่ 28 มิถุนายน 2569 แชมป์ตกเป็นของ สาริศ สุวรรณรัตน์ นักกอล์ฟวัย 29 ปีจากกรุงเทพฯ ที่หวดนำตั้งแต่รอบแรกทำสกอร์เหนือคู่ปรับมาโดยตลอด ก่อนรอบสุดท้ายทำเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 จาก 1 อีเกิ้ล 4 เบอร์ดี้ กับอีก 2 โบกี้ สกอร์รวม 24 อันเดอร์พาร์ 264 คว้าแชมป์รายการนี้ รับเงินรางวัล 255,000 หยวน (1.173 ล้านบาท)
สาริศ เป็นเจ้าของแชมป์ เอเชียน ทัวร์ 2 รายการ ในการแข่งขัน อินโดนิเซียน มาสเตอร์ส 2022 และ วอลโว ไชน่า โอเพ่น 2023 ผลงานในฤดูกาล 2026 แข่งขัน 8 รายการ ไม่ผ่านตัดตัว 4 รายการ ผลงานดีที่สุดในรายการ ไอจีพีแอล บารัต คลาสสิค จบอันดับ 4 ร่วม และในสัปดาห์นี้ ลงแข่งขันในอเชียน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ (ADT) บางกอก คลาสสิค 2026 โคแซงชั่นร่วมกับ ไชน่า ทัวร์ ซึ่งผลปรากฏคว้าแชมป์ไปครองสำเร็จ
สาริศ เผยหลังจบการแข่งขันว่า “มันดีมากเหมือนกับได้ยกอะไรบางอย่างออกจากอกเลย หลังจากนั้นรู้สึกโล่งเบามาก แล้วก็รู้สึกเหมือนว่าวันนี้สามารถสร้างสรรค์อะไรสักอย่างขึ้นมาได้ มันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้เยอะเลย ปีที่แล้วมีโอกาสทำแบบนี้ถึงสองครั้งในรายการเอเชียนทัวร์แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ดังนั้นเลยดีใจมากที่ได้เอาชนะความกลัวในใจตัวเองและทำมันได้สำเร็จในที่สุด พอตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ เรื่องราวของวันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตไปแล้ว ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง รู้ดีว่าต้องทำอะไรบ้าง เตรียมตัวเหมือนกับสัปดาห์นี้ ตั้งสมาธิใหม่ และลงเล่นด้วยความมั่นใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สัปดาห์นี้แฟน แม่ และพ่อ มาคอยเชียร์ มีความสุขมาก โดยเฉพาะกับอาหารฝีมือแม่ที่ได้ทานทุกวัน”
ฮัค ชุน ยัต จากฮ่องกง และ แม๊ต คิลเลียน จากอังกฤษ รับอันดับ 2 จากผลงานรวม 18 อันเดอร์พาร์ 270 เท่ากัน รับเงินรางวัลคนละ 129,750 หยวน (596,850 บาท) อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ จากไทย, คาวิส วาราดาน จากมาเลเซีย, กิลล์ ปุคราช ซิงห์ จากอินเดีย, หยาง มินห์ยอค จากเกาหลีใต้ และ จิน ซีฮาว จากจีน คว้าอันดับ 4 ร่วมสกอร์รวม 17 อันเดอร์พาร์ 271 แบ่งเงินรางวัลกันคนละ 54,720 หยวน (251,712 บาท)
ด้านนักกอล์ฟไทยคนอื่นๆ วาริส มั่นธรณ์, ดลภัทรชัย นิยมชน จบอันดับ 9 ร่วมสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 272 ภูมิ ภัทโรพงศ์ จบอันดับ 15 สกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 273 กัมลาส นาเมืองรักษ์ อันดับ 16 ร่วมสกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 274 ภูพิรัฐ กลิ่นเกษร อันดับ 21 ร่วมสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 276 แจ๊สส์ เจนวัฒนานนท์ อันดับ 23 ร่วมสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 277 รันชนพงศ์ อยู่ประยงค์ อันดับ 34 ร่วมสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 280 นิรันดร์ แซ่อึ้ง อันดับ 42 ร่วมสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 283

คุณจรรยา สว่างจิตร ประธานบริษัท พี.โอ.ซี. ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แบงค็อก จำกัด, เผยถึงการจัดการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ดีใจที่เห็น เอเชียน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ และ ไชน่า ทัวร์ เล็งเห็นศักยภาพในการจัดการแข่งขันของเรา รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการจัดแข่งขันครั้งนี้ และนับเป็นอีกรายการแข่งขันที่ดี เพราะนอกจากจะมีนักกอล์ฟจาก เอเชียน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ แล้ว ยังมีนักกอล์ฟจากจีนมาร่วมการแข่งขันรายการนี้ด้วย อีกอย่างเป็นการโปรโมทสนามไปในตัวอีก”
ด้าน พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการบริษัท พี.โอ.ซี. ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แบงค็อก จำกัด กล่าวว่า “สนามฟีนิกซ์ แบงค็อก คือเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เราได้เป็นเจ้าบ้าน ซึ่งแน่นอนในอนาคตเราจะผลักดันให้เกิดทัวร์นาเม้นท์ ระดับนานาชาติเพื่อพัฒนาวงการกอล์ฟของเมืองไทยต่อไป”


