Golf NEWS

‘สตั๊ปส์’ แชมป์ ‘อชิตะ’ จบที่ 45 ร่วม ‘เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์’

‘แจสเปอร์ สตั๊ปส์’ นักกอล์ฟเจ้าถิ่นออสเตรเลีย คว้าแชมป์ ‘อชิตะ’ จบที่ 45 ร่วม ‘เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์’

แจสเปอร์ สตั๊ปส์ นักกอล์ฟเจ้าถิ่นออสเตรเลีย คว้าแชมป์กอล์ฟ ‘เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ’ ครั้งที่ 14 พร้อมสิทธิ์เล่น 2 รายการเมเจอร์ ขณะที่ อชิตะ เปี่ยมกุลวนิช จบที่ 45 ร่วม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566

ในการเล่นรอบสุดท้าย ณ สนามรอยัล เมลเบิร์น กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,055 หลา พาร์ 71 เมืองเมลเบิร์น สตั๊ปส์ ทำ 2 อันเดอร์ 69 สกอร์รวม 1 โอเวอร์ เท่ากับสองนักกอล์ฟจีน เหวินยี่ ดิง (70) และ ผู้นำรอบสาม แซมป์ซั่น เจิ้ง (75) โดยในการเล่นเพลย์ออฟหลุมแรก ดิง พลาดท่าพ่ายไปก่อน ทำให้ สตั๊ปป์ และเจิ้ง ต้องสู้ต่อในเพลย์ออฟหลุมที่ 2 ก่อนที่ สตั๊ปส์ จะทำพาร์คว้าแชมป์ไปครอง

แชมป์ครั้งนี้ทำให้ สตั๊ปส์ คว้าสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ รายการ เดอะ มาสเตอร์ส 2024 และ รายการ ดิ โอเพ่น ครั้งที่ 152 นอกจากนั้น ยังได้สิทธิ์เล่นกอล์ฟ อเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ 129 นอกจากนั้น ชัยชนะของสตั๊ปป์ วัย 21 ปี ทำให้ออสเตรเลียมีแชมป์รายการนี้เป็นคนที่ 4 เท่ากับทั้ง จีน และญี่ปุ่น ส่วนแชมป์อีก 2 ครั้งของรายการนี้เป็นของเกาหลีใต้

ขณะที่ เจิ้ง ซึ่งออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยการนำห่างถึง 4 สโตรก นั้น จะได้สิทธิ์แข่งขันรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายในการชิงตั๋วเพื่อเล่นรายการ ดิ โอเพ่น ครั้งที่ 152 ด้วยเช่นกันในฐานะรองแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้

นักกอล์ฟไทยผลงานดีที่สุด ได้แก่ อชิตะ เปี่ยมกุลวนิช ที่รอบสุดท้ายตี 4 โอเวอร์ สกอร์รวม 19 โอเวอร์ จบที่ 45 ร่วม, อาศิษฐ์ อารีพันธ์ ตีรอบสุดท้าย 2 โอเวอร์ สกอร์รวม 20 โอเวอร์ จบที่ 48 ร่วม และ พงศภัค เหล่าภักดี ปิดด้วยสกอร์อีเวนพาร์ สกอร์รวม 23 โอเวอร์ จบที่ 56 ร่วม จากนักกอล์ฟทั้งหมด 67 คน

อชิตะ กล่าวว่า พอใจกับผลงานในรอบสุดท้าย แต่โดยรวมก็ยังผิดหวังเพราะตีเกินในทุกๆ รอบ “จริงๆ ก็พอใจกับการตีเกิน 4 นะครับในรอบนี้ แต่แอบผิดหวังเล็กน้อยที่ตีบวกทุกวัน การวางแผนการเล่นและมีความรอบคอบดีกว่าทุกวัน และลูกตีเสียก็น้อยลง” อชิตะ ที่ลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่ 2 กล่าว “จริงๆ ก็พอใจกับการเล่นในครั้งนี้ ได้ประสบการณ์มากมาย เล่นครั้งนี้ก็ตื่นเต้นน้อยลง แต่ก็คงต้องไปปรับปรุงเรื่องแผนการเล่นต่อไป”

อาศิษฐ์ นักกอล์ฟจากเชียงราย กล่าวว่า แม้จะผิดหวังที่ไม่สามารถทำตามเป้าที่ตั้งไว้หลังจากผ่านเข้ารอบมาได้ แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในแมตช์นี้ “รอบสุดท้ายวันนี้ ก็ถือว่ายังทำได้ดีอีกนิด ก็ถือว่าปิดน่าพอใจ ได้เรียนรู้ ประสบการณ์หลายอย่างจากทั้งสภาพสนามและอากาศ ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่เข้ารอบมา แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ได้ ทำให้รู้ว่าต้องไปพัฒนาและก็ซ้อมกันอีกมากครับ”

ส่วน “ฟีฟ่า” พงศภัค แม้ว่าจะผลงานในรายการนี้ไม่ดีนัก แต่ก็ภูมิใจที่กลับมาหาฟอร์มตัวเองได้ในรอบสุดท้าย “ก็รู้สึกภูมิใจในวันนี้ครับที่กลับมาหาฟอร์มในวันสุดท้าย หลังจากนี้ก็จะกลับไปแก้ไขเกมต่างๆ” ฟีฟ่า ซึ่งลงเล่นรายการนี้เป็นปีที่ 2 กล่าว “สำหรับการแข่งขันรายการนี้ปีหน้าที่ญี่ปุ่นนั้น ก็คงเป็นอะไรที่ท้าทายมากอีกเหมือนเดิมเพราะเป็นสนามที่ยากนและนักกอล์ฟเจ้าถิ่นก็ล้วนฝีมือดี” ในการแข่งขันรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว พงศภัค จบอันดับ 5 ร่วม

การแข่งขัน ‘เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ’ เกิดขึ้นในปี 2009 โดยความร่วมมือระหว่างสหพันธ์กอล์ฟเอเชีย-แปซิฟิก (เอพีจีซี), เดอะ มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนท์ และ เดอะ อาร์แอนด์เอ โดยนักกอล์ฟหลายคนที่เคยเล่นรายการนี้สามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์อาชีพกว่า 120 รายการในทัวร์ต่างๆ ทั่วโลก ทั้ง พีจีเอทัวร์, ดีพีเวิลด์ทัวร์, เอเชียนทัวร์ และเจแปน กอล์ฟ ทัวร์ โดยแชมป์ดังกล่าวก็รวมถึง ฮิเดกิ มัตสึยาม่า อดีตแชมป์ เอเชีย-แปซิฟิก อเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ 2 สมัย, คาเมรอน สมิธ, ซี วู คิม, ไรอัน ฟ็อกซ์, เค เอช ลี, คาเมรอน เดวิส, มิน วู ลี, ลูคัส เฮอร์เบิร์ต, และซี ที แพน

ภาพ : AAC