ไม่มีหมวดหมู่

วงการกอล์ฟเศร้า สูญเสียอาร์โนลด์

วงการกอล์ฟเศร้า สูญเสียอาร์โนลด์

อาร์โนลด์ พาลเมอร์ นักกอล์ฟระดับตำนานชาวอเมริกันที่มีแฟนกอล์ฟอเมริกาตามเชียร์เป็นจำนวนมากที่รู้จักกันดีในนาม “กองทัพของอาร์นี” เสียชีวิตแล้วที่เมืองพิทท์สเบิร์ก ด้วยวัย 87 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา

ด็อก กริฟฟิน ที่เป็นผู้ช่วยของ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ มายาวนานได้ออกมายืนยันว่านักกอล์ฟเจ้าของฉายา “เดอะ คิง” ได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ พิทท์สเบิร์ก เมดิคัล เซ็นเตอร์ เพรสบายเทอเรียน ออสปิทัล โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุแห่งการเสียชีวิตแต่อย่างใด

“พวกเราได้สูญเสียหนึ่งในบุคลากรชั้นสุดยอดของเกมกอล์ฟและวงการกีฬาไปแล้ว” แจ๊ค นิคลอส นักกอล์ฟเจ้าของฉายาเจ้าหมีทอง แชมป์เมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ 18 รายการกล่าว

“เขาเป็นนักสู้ตลอดกาลผู้ไม่เคยย่อมพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด   เขาไม่เคยยอมพ่ายแพ้แม้กระทั่งตอนนี้  บางทีอาจจะเป็นสภาพร่างกายของเขาที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ผมผมรู้จัก อาร์โนลด์ เป็นอย่างดี จิตวิญญาณของเขาไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน”

ตลอดอาชีพอันยิ่งใหญ่นั้น อาร์โนลด์ พาลเมอร์ คว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์ไปครอง 7 รายการ เป็นการคว้าแชมป์เดอะ มาสเตอร์ส ที่ออกัสต้า 4 สมัยในปี 1958, 1960, 1962 และ 1964 บริติช โอเพ่น 2 สมัยในปี 1961 และ 1962 และ ยูเอส. โอเพ่น 1 สมัยในปี 1960

อาร์โนลด์ พาลเมอร์ นับเป้นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการกอล์ฟทางโทรทัศน์คนแรก จากสไตล์การเล่น รูปร่างที่สมกับเป็นนักกีฬา และวงสวิงที่แตกต่างจากในอดีต เขามีส่วนสำคัญที่ทำให้กีฬากอล์ฟได้รับความสนใจจากผู้ชมในจำนวนที่มากขึ้น

นอกจาก อาร์โนลด์ พาลเมอร์ แล้วในยุคของเขายังมี แจ๊ค นิคลอส และ แกรี เพลเยอร์ ที่ช่วยยกระดับวงการกอล์ฟ ทั้งในเรื่องค่าลิขสิทธิถ่ายทอดสดที่สูงขึ้นสหาศาล เช่นเดียวกับจำนวนเงินรางวัลที่มากขึ้น ก่อนจะมาได้รับความนิยมสูงสุดในยุคของ ไทเกอร์ วู้ดส์

“ขอขอบคุณ อาร์โนลด์ สำหรับมิตรภาพที่มีต่อกัน ขอบคุณคำแนะนำ และเสียงหัวเราะจำนวนมาก” ไทเกอร์ วู้ดส์ กล่าวผ่านทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของตนเอง “มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงวงการกอล์ฟในยุคที่ไม่มีคุณ คงไม่มีอะไรสำคัญกับเกมกอล์ฟมากไปกว่าเดอะ คิง อีกแล้ว”

ในพิธีเปิดการแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส ที่ออกัสต้า ในทุกเดือนเมษายนนั้น พาลเมอร์, เพลเยอร์ และ ริคลอส จะได้รับเกียรติเป็นคนทีออฟเปิดรายการทุกครั้ง และปีนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ พาลเมอร์ ไม่ได้ทีช็อตเปิดการแข่งขัน แต่นั่งร่วมพิธีชมเพื่อนอีก 2 คนทีออฟแทน

ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ชื่อของ การ์โนลด์ พาลเมอร์ กับวงการกอล์ฟจะไม่โดดเด่นเหมือนในอดีต แต่บรรดาซูเปอร์สตาร์รุ่นใหม่ต่างระลึกถึงสิ่งที่นักกอล์ฟระดับไอคอนสร้างอิมแพ๊คให้กับวงการเป็นอย่างดี เจสัน เดย์ จากออสเตรเลีย เคยกล่าวในปีนี้ว่า “ด้วยความวัตย์จริง อาร์โนลด์ พาลเมอร์ นี่เองที่ทำให้เกมกอล์ฟดูเซ็กซี่”

อาร์โนลด์ พาลเมอร์ เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 1929 เขาเป็นบุตรของนักกอล์ฟอาชีพประจำสโมสรและคนดูแลกรีนของ ลาทรอป คันทรี่คลับ พาลเมอร์ เริ่มเป็นแค็ดดี้ที่สนามแห่งนี้ตั้งแต่อายุ 11 ปี และจำนวนเกือบทุกประเภทที่สนามแห่งเดียวกันนี้มาแล้ว

พาลเมอร์ ได้รับทุนการศึกษาทางด้านกอล์ฟเข้าเรียนที่ เวค ฟอเรสท์ ยูนิเวอร์ซิตี้ และเมื่ออายุเพียง 24 ปี ก็ไปคว้าแชมป์ยูเอส อเมเจอร์ เมื่อปี 1954 ที่คันทรี่คลับ ออฟ ดีทรอยท์

ถัดจากนั้นหนึ่งปี อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ก็ประกาศเทิร์นโปรก่อนสร้างผลงานอย่างมากมายตลอดกว่า 6 ทศวรรษที่อยู่ในวงการกอล์ฟอาชีพ เขาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ไปครอง 62 รายการ ซึ่งนั่นทำให้อยู่ในอันดับห้าตลอดกาลของบรรดาผู้ชนะพีจีเอทัวร์มากที่สุด

เขาเป็นนักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของพีจีเอทัวร์ 4 สมัย และเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำเงินรางวัลในหนึ่งฤดูกาลเกิน 100,000 เหรียญสหรัฐฯ

พาลเมอร์ ติดทีมอเมริกันลงเล่นในไรเดอร์คัพ 6 สมัย และเป็นกัปตันทีมไรเดอร์คัพพาทีมลุงแซมคว้าชัยชนะอีก 2 ครั้ง ก่อนจะเริ่มอาณาจักรธุรกิจโดยจับมือกับ มาร์ค แม็คคอร์แม็ค เป็นคนแรกที่ทำบริษัทดูแลผลประโยชน์ให้นักกีฬาในนาม อินเตอร์เนชั่นแนล แมเนจเม้นท์ กรุ๊ป หรือ ไอเอ็มจี

ในปี 1974 ชื่อของ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ ได้รับการเสทอชื่อเข้าทำเนียบเกียรติยศแห่งวงการกอล์ฟ หรือ เวิลด์ กอล์ฟ ฮอล ออฟ เฟม

พาลเมอร์ นับเป็นราชันแห่งเดอะ มาสเตอร์ส ที่ออกัสต้า ด้วยการคว้าชัยชนะมาครองได้ถึง 4 สมัย แต่น่าเสียดายที่ตลอดอาชีพของเขาไม่สามารถทำแคเรีย แกรนด์สแลม ได้ แม้ว่าจะชนะ มาสเตอร์ส, บริติช โอเพ่น และ ยูเอส.โอเพ่น มาหมดแล้ว แต่สำหรับ พีจีเอ  แชมเปี้ยนชิพ เขาทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ 3 สมัยในปี 1964, 1968 และ 1970