ฟาวเลอร์ คว้าแชมป์ ด้อยท์ชแบงค์

ฟาวเลอร์ แซงช่วงท้าย
คว้าแชมป์ด้อยท์ชแบงค์

ริคกี้ ฟาวเลอร์ โปรกอล์ฟอเมริกันไล่แซงกลับมาเฉือนชนะ เฮนริก สเตนสัน จากสวีเดนอย่างสนุก ในศึกด้อยท์ชแบงค์ แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 8.25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กอล์ฟพีจีเอทัวร์ เฟดเอ็กซ์ คัพ ซีรีส์ รายการที่ 2 ณ สนาม ทีพีซี บอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา

ตอนที่เหลือ 8 หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน ริคกี้ ฟาวเลอร์ ยังเป็นฝ่ายตามหลัง เฮนริก สเตนสัน อยู่ถึง 3 สโตรค ก่อนไล่อย่าวเต้ฒที่และจบสกอร์รอบสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ไปครองโดยเฉือนชนะ สเตนสัน หวุดหวิดเพียงสโตรคเดียว

ผลงานในรอบสุดท้ายนั้น ฟาวเลอร์ ทำเข้ามา 1 อีเกิ้ล 3 เบอร์ดี้ และ 2 โบกี้ ทว่าการเล่นในเก้าหลุมสุดท้ายของเขานั้นไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็นเลย ซึ่ง ฟาวเลอร์ นักกอล์ฟหนุ่มวัย 26 ปีจากแคลิฟอร์เนียแสดงให้เห็นว่าเขานิ่งขึ้นมาในการเล่นรอบสุดท้าย

ทางด้าน เฮนริก สเตนสัน นักกอล์ฟมากประสบการณ์จากสวีเดนเองที่พลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 16 และนั่นส่งผลสำคัญที่ทำให้เขาพลาดแชมป์ไปในที่สุด

สเตนสัน ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายมีสกอร์นำหน้า ฟาวเลอร์ อยู่หนึ่งสโตรค จบสกอร์รอบสุดท้ายเข้ามา 1 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสี่วันจบอันดับสองด้วยสกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์

“ผมพยายามเกาะอยู่บนลีดเดอร์ให้ได้นานที่สุด พยายามสร้างโอกาสให้ตัวเองขึ้นไปมีลุ้น และในที่สุดผมก็สามารถเก็บพัตต์ช็อตสำคัญๆได้ 2-3 ครั้ง ซึ่งนั่นทำให้โอกาสของผมยังคงเปิดกว้างอยู่” ฟาวเลอร์ กล่าว

“เฮนริก มาเล่นผิดพลาดเองในช่วงท้ายๆ แต่นับเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ผมสามารถสู้กับเขาได้อย่างสนุกอย่างที่ผมทำ”

ที่จบไล่หลัง สเตนสัน 3 สโตรคที่ 11 อันเดอร์พาร์ คือ ชาร์ลีย์ ฮอฟฟ์แมน ที่จบสกอร์รอบสุดท้าย 4 อันเดอร์พาร์ 67 ดีกว่านักกอล์ฟอีก 5 คนที่ประกอบด้วย จิม ฟิวริก, แพทริก รีด, ฮันเตอร์ เมแฮน, ฌอน โอนีล และ แมทท์ โจนส์ ที่จบอันดับที่สี่ร่วมกันที่สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์

ริคกี้ ฟาวเลอร์ ออกสตาร์ทรอบสุดท้านได้ดั่งใจฝันเมื่อเขาสามารถเก็บอีเกิ้ลได้ที่หลุม 2 พาร์ 5 หลังจากลากพัตต์ยาวระยะ 33 ฟุตลงไป

ทว่า ฟาวเลอร์ ยังดีใจได้ไม่เท่าไหร่ต้องมาพลาดเสียสองโบกี้ติดต่อกันที่หลุม 3 และหลุม 4 ก่อนมาได้เบอร์ดี้คืนที่หลุม 7 ทำให้รอบสุดท้ายเขามีอยู่ 1 อันเดอร์พาร์

ด้าน เฮนริก สเตนสัน ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำยังครองความได้เปรียบในช่วงเก้าหลุมแรกหลังจากออกสตาร์ทด้วยการเก็บ 2 เบอร์ดี้ติดต่อกันในการเล่น 2 หลุมแรก แม้จะพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 4 แต่ก็แก้ตัวทันทีด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 5 ทำให้จบเก้าหลุมแรก สเตนสัน นำหน้า ฟาวเลอร์ อยู่ 2 สโตรค

ตามด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 10 ที่นักกอล์ฟจากสวีเดนพัตต์ระยะ 14 ฟุตลงไป ส่วผลให้ สเตนสัน หนีห่างเป็น 3 สโตรค

แต่โมเมนตั้มเหมือนจะเปลี่ยนที่หลุม 11 พาร์ 3 เมื่อ สเตนสัน พลาดท่าออกโบกี้ จากนั้นเป็น ฟาวเลอร์ ที่พัตต์เบอร์ดี้ระยะ 13 ฟุตลงไป ทำให้นักกอล์ฟหนุ่มอเมริกันไล่หลังเหลือเพียงสโตรคเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สเตนสัน พยายามแก้ตัวที่หลุมถัดมา หลุม 12 พาร์ 4 ด้วยเบอร์ดี้ที่ห้าของวัน เป็นการพัตต์ระยะ 36 ฟุตลงไปทำให้เขาขยับขึ้นไปนำ 2 สโตรคและเหลืออีกเพียง 6 หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน

ทั้ง สเตนสัน และ ฟาวเลอร์ ต่างเซฟพาร์ไม่ยากเย็นนักที่หลุม 13 แต่เป็น ฟาวเลอร์ ที่พัตต์เบอร์ดี้สำคัญระยะ 38 ฟุตลงไปบนกรีนหลุม 14 ทำให้กลับมาไล่หลัง สเตนสัน เหลือเพียงสโตรคเดียวเท่านั้น

ผ่านหลุม 15 ไปสกอร์ยังห่างกับ 1 สโตรค แต่ดราม่ามาเกิดขึ้นที่หลุม 16 พาร์ 3 เมื่อ สเตนสัน ตัดสินใจที่จะใช้เหล็กเจ็ดทีช็อตออกจากแท่นทีหลังจากเห็นลูกที่ ฟาวเลอร์ ใช้เหล็กหกตีออกไปนั้นตกห่างธงประมาณ 23 ฟุต

แต่การเปลี่ยนใจของ สเตนสัน นั้นส่งผลให้ลูกของเขาสั้นไปไม่ถึงกรีนก่อนที่จะกระดอนตกน้ำและต้องเสียดร็อป

ฟาวเลอร์ นั้นทำสองพัตต์เซฟพาร์สำเร็จจากระยะ 23 ฟุต ส่วน สเตนสัน ต้องขึ้นมาเซฟโบกี้ระยะ 12 ฟุต ซึ่งนักกอล์ฟจากสวีเดนพลาดและออกดับเบิ้ลโบกี้ ส่งผลให้นักกอล์ฟหนุ่มอเมริกันขยับขึ้นมาเป็นผู้นำเป็นครั้งแรก

ที่หลุม 17 ทั้งคู่เซฟพาร์ได้ และความกดดันมาเกิดขึ้นอีกครั้งที่หลุม 18 ซึ่งช็อตแอพโพรชของทั้ง สเตนสัน และ ฟาวเลอร์ ไม่ออนกรีนด้วยกันทั้งคู่ สเตนสัน ตีแก้มาได้แต่พัตต์เบอร์ดี้ระยะไกลไม่ลง ส่วน ฟาวเลอร์ ทำสองพัตต์จากระยะ 10 ฟุตคว้าชัยชนะไปครอง

สรุปผลด้อยท์ชแบงค์ แชมเปี้ยนชิพ (สนามพาร์ 71)
269 ริคกี้ ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 67-67-67-68
270 เฮนริก สเตนสัน (สวีเดน) 67-68-65-70
273 ชาร์ลีย์ ฮอฟฟ์แมน (สหรัฐฯ)  67-63-76-67
276 จิม ฟิวริก (สหรัฐฯ) 71-65-70-70
276 แพทริก รีด (สหรัฐฯ) 72-67-67-70
276 ฮันเตอร์ เมแฮน (สหรัฐฯ) 69-73-64-70
276 ฌอน โอแฮร์ (สหรัฐฯ)  68-67-67-74
276 แมทท์ โจนส์ (ออสเตรเลีย)  67-67-68-74
277 แดเนียล ซัมเมอร์เฮยส์ (สหรัฐฯ)  71-68-70-68
277 แมทท์ คูชาร์ (สหรัฐฯ)  69-72-65-71
277 เจอร์รี เคลลี (สหรัฐฯ)  71-66-68-72