คอลัมน์ในอดีต

ศรัทธาสร้างพลัง (10)

ศรัทธาสร้างพลัง (10)

3 กรกฎาคม 2549

ฝันอีกว่า ลูกชายอีกคนอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ใกล้สะพานรถไฟ สะดุ้งตื่น

ผู้เขียนมิอาจรอช้า มุ่งตรงหัวหิน วัดเขาอิติสุคโต ทันที วัดนี้อยู่ข้ามทางรถไฟ ผู้เขียนพบเด็กสาวบวชเป็นชีพราหมณ์อยู่ เธอเดินเข้ามายกมือไหว้มองดูแล้วเหมือนกำลังตั้งครรภ์ผู้เขียนอธิษฐานทันที หากเป็นลูกแม่ขอให้ลูกดิ้น แล้วผู้เขียนก็เอามือไปสัมผัสที่ท้องของเธอ เด็กในท้องดิ้น ผู้เขียนขนลุกซู่ เด็กสาวคนนั้นพูดขึ้นมาว่า…หนูยกให้เป็นลูกพี่แจ๋ว ดูซิ ดิ้นใหญ่เลย…

เมื่อเด็กชายเข้ามาอยู่ในครอบครัว “ผลชีวิน” โดยสมบูรณ์แล้ว ผู้เขียนไม่เคยลืมสัญญาที่ให้กับเด็กหญิงตากลมโต แม้เป็นเพียงความฝัน จึงมุ่งมั่นสวดมนต์เพราะมั่นใจว่าพลังแห่งการสวดมนต์จะเปลี่ยนวิถีชีวิต และยังเชื่อมั่นว่า “พลังแห่งรักจะสร้างปาฏิหาริย์” ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เวลาผ่านไปเกือบ 4 ปี ก็ไม่มีวี่แววสื่อสารใดๆให้ผู้เขียนทราบอีกเลย แต่ผู้เขียนไม่เคยย่อท้อยังคงมุ่งมั่นสวดมนต์ภาวนาอยู่เป็นนิจ ผู้เขียนคิดเสมอว่าเราต้องหากันจนเจอ จนที่สุด

วันที่ 13-14 สิงหาคม 2552 ผู้เขียนฝัน2 คืนติดต่อกันว่าผู้เขียนกำลังตั้งท้องได้ 4 เดือน อีก 5 เดือนจะคลอดแล้ว

ปริศนาธรรมครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนมีความหวังมีพลังขึ้นอย่างอัศจรรย์ จึงตั้งจิตอธิษฐาน การอธิษฐานจิต จะทำให้เกิดสมาธิเกิดพลัง เอาคุณงามความดีกลับเข้ามาหาตัวเรา ครอบครัววงศ์ตระกูล คนที่เรารักและญาติมิตร การอธิษฐานเป็นความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำในสิ่งนั้น ความตั้งมั่นที่จะฟันฝ่าอุปสรรคให้ไปสู่ความสุขความสำเร็จ ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทำบุญทำกุศลเพื่อเป็นการสร้างบารมี ให้กับตนเอง แรงอธิษฐานจึงเป็นพลังบวก

“หากเรามีบุญที่จะได้ดูแลกันในภพชาตินี้ขอให้เราได้พบเจอกัน”

แล้วผู้เขียนก็เริ่มสวดมนต์ภาวนาเพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ย่อท้อ

 

12 กันยายน 2552

เสียงโทรศัพท์จาก “นุช” ที่นับถือผู้เขียนเหมือนแม่ เล่าให้ฟังว่า “เขาฝันเห็นบ้านเก่าที่ ต.หนองปลิง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของตายาย และได้ยินเสียงว่า “มีเด็กมาเกิดแล้ว”โดยผู้เขียนกับน้องแชมป์ลูกสาวคนรองยืนอยู่ด้วย

ผู้เขียนฟังแล้วขนลุกจึงให้นุชถามว่าญาติคนไหนที่หนองปลิงท้องบ้าง? จนหาคำตอบได้ว่าลูกพี่ลูกน้องกำลังตั้งท้อง โดยไม่รอช้าผู้เขียนชวนสามีและลูกสาวคนโตน้องโค้ช คนรองน้องแชมป์ ไปบ้าน “นุช” ที่เมืองกาญจนบุรีทันที อย่างอัศจรรย์! ผู้เขียนและครอบครัวเจอกับญาติของ “นุช” โดยมิได้นัดหมาย ผู้เขียนตรงรี่เข้าไปจับที่ท้องเขาและพูดว่า “หนูท้องได้ 4 เดือนแล้วไช่ไหม?” เขาพยักหน้าตอบ ท่ามกลางญาติหลายๆคนของนุชที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเขาตั้งท้องต่างตกอกตกใจ ผู้เขียนพูดต่อไปว่าดูแลลูกในท้องให้ดีแล้วผู้เขียนจะเป็นคนช่วยเหลือเกื้อหนุนตามกำลัง  “ลูกในท้องของหนูเป็นผู้หญิงนะ” สามีและลูกๆก็อยู่ ณ ที่นั้นด้วย แต่ผู้อุ้มท้องอยู่กลับบอกว่าลูกของเธอเป็นผู้ชาย ซึ่งผู้เขียนมิได้ติดใจอะไรเพราะวันนั้นผู้เขียนมีความปิติสุขอย่างบอกไม่ถูก ผู้อ่านหรือหลายๆคนอาจมีคำถามว่ารู้ได้อย่างไร ว่าเด็กในท้องเป็นเด็กผู้หญิงที่ผู้เขียนตามหา ผู้เขียนคงจะอธิบายได้ยากยิ่ง บางอย่างความลับฟ้าก็พูดไม่ได้ บอกไม่ได้ แต่ผู้เขียนเชื่อมั่นในการปฏิบัติสวดมนต์ภาวนาสมาธิ ทุกอย่างเป็นปัจจัตตัง ปฏิบัติเองได้เอง ตามคำสอนของ องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งใช้ได้ตราบนิจนิรันดร์ ผู้เขียนได้ “นุช” เป็นสะพานบุญ ญาติพี่น้องสายธรรมโดยเฉพาะน้องเล็กน้องสาวคนสุดท้องของผู้เขียนเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา ที่สุดก่อนคลอดญาติของนุชที่ตั้งท้องก็มามอบเด็กน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกให้กับผู้เขียนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ พลังบุญเกิดขึ้นแล้ว พลังแห่งรักสร้างปาฏิหาริย์ ได้จริงๆ

เด็กหญิงตากลมโต มีลักยิ้มแก้มขวาก็ลืมตามาดูโลก

 

2 กุมภาพันธ์ 2553

คุณยายแม่ของผู้เขียนตั้งหน้าตั้งตาคอยหลานสาว ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่บ้าน “ผลชีวิน” เมื่อยื่นเด็กหญิงตากลมโต ลักยิ้มแก้มขวาให้คุณยายระยับ ช้วนกุล คุณยายพูดกับผู้เขียนว่า แม่ก็มีฝันที่บันทึกไว้ให้หนูแล้ว

ผู้เขียนเชื่อว่า พลังแห่งรักเป็นพลังปาฏิหาริย์ ที่ก่อเกิดขึ้นจากหัวใจมนุษย์ที่มีความเชื่อ ความศรัทธาในพลานุภาพของความรัก และการสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาในบทคาถาพุทธมนต์ต่างๆซึ่งความจริงแล้ว การสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาดำรงอยู่คู่กับคนไทยมานานแสนนานจนถึงปัจจุบัน มีพลานุภาพมากมายเกินกว่าจะกล่าวได้ทั้งหมด การสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตายังสามารถบำบัดโรคภัยได้อย่างอัศจรรย์ ที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์ แต่เป็น พุทธศาสตร์ ที่พิสูจน์ได้ บทสวดมนต์แต่ละบทแต่ละพยางค์ล้วนมีพลังอำนาจความหมายอยู่ในตัวอักษรเหล่านั้น ผู้เขียนจึงเชื่อมั่นมีศรัทธา อันแรงกล้าในการสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตา เมื่อปรารถนาสิ่งใดก็จะตั้งจิตอธิษฐานแล้วท่านก็จะได้ตามประสงค์ แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่บุญวาสนา เวรกรรมที่ทำมาตั้งแต่อดีตชาติถึงภพปัจจุบัน

มณีจันทร์ฉาย