จิตวิทยาการกีฬา

จิตวิทยาฟุตบอลจตุรมิตร

จิตวิทยาการกีฬากับการยอมรับวิวัฒนาการของศาสตร์

เมื่อกล่าวถึงการพัฒนานักกีฬาให้มีความสามารถสูงสุด เรามักจะนึกถึงการนำหลักการทางวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง โดยในองค์ประกอบย่อยของวิทยาศาสตร์การกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการฝึกร่างกายและเข้าใจกลไกการทำงานและการใช้พลังานของร่างกาย (สรีรวิทยาการออกกำลังกาย) จิตวิทยาการกีฬา โภชนาการศาสตร์การกีฬา แม้แต่เรื่องของการเคลื่อนไหวร่างกาย มุมและแรงของการใช้ร่างกายในกีฬา (ชีวกลศาสตร์การกีฬา) เวชศาสตร์การกีฬา ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและบำบัดการบาดเจ็บในระหว่างการเล่นกีฬา และอื่นๆ ล้วนแต่ส่งผลต่อความสำเร็จทั้งสิ้น

ในบรรดาองค์ประกอบย่อยของวิทยาศาสตร์การกีฬา จิตวิทยาการกีฬาเป็นองค์ประกอบที่ใหม่ และมีความเข้าใจไม่มากนักเมื่อเทียบกับองค์ประกอบอื่น ด้วยเหตุผลของความเป็นรูปธรรมของศาสตร์ การได้มาซึ่งหลักฐานและผล ที่ยังต้องค่อยๆพิสูจน์กันต่อไป

อย่างไรก็ตามในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลจตุรมิตร ที่เป็นการแข่งขันฟุตบอลประเพณีที่มีมาถึง 30 ครั้งแล้วในปีนี้ (ระหว่าง 8 ถึง 18 พฤศจิกายน) มีความน่าสนใจและสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการและการยอมรับในการนำศาสตร์ทางด้านจิตวิทยาการกีฬามาใช้ร่วมในการทำทีม ประเด็นที่สะท้อนให้เห็นถึงในกรณีนี้คือ การมองเห็นความสำคัญและผลกระทบทางด้านจิตใจที่มีต่อร่างกายและทักษะชัดเจนขึ้น

ทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน หรือโรงเรียนอัสสัมชัญ ได้มีการเพิ่มนักจิตวิทยาการกีฬา เข้าร่วมเป็นสตาร์ฟโค้ช เป็นส่วนหนึ่งในทีมอย่างครบถ้วน และนักจิตวิทยาการกีฬาที่เข้าร่วมทุกทีมนี้ ล้วนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และทำงานในระดับชาติทุกคน โดยการดำเนินการมีส่วนร่วมในครั้งนี้มีตั้งแต่ในระหว่างฝึกซ้อมและติดตามในระหว่างการแข่งขัน

ประเด็นของการเตรียมทีมและการให้บริการให้คำปรึกษา (ทั้งเป็นทีมพร้อมกันและแยกเป็นรายบุคคล) มีหลากหลาย เช่น ในเรื่องของความตื่นเต้น การควบคุมอารมณ์ หรือการมีเป้าหมายที่ถูกต้องเหมาะสมของการแข่งขัน ที่ไม่ใช่แพ้ชนะเป็นหลักแต่เป็นเรื่องของการได้แสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ การอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับสิ่งที่ตนเองควบคุมได้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

ตัวอย่างของความตื่นเต้นที่มีการนำมาพูดคุยกันของแต่ละทีมเนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลประเพณีนี้ มีความสำคัญและศักดิ์ศรีของสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความจริงจังตั้งใจจึงสูง มีผู้เข้าชมการแข่งขันทั้งที่เป็นศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจำนวนมาก ในสนามแข่งขันระดับชาติ ซึ่งมีความแตกต่างกันมากกับบรรยากาศในขณะฝึกซ้อม และนี่คือสาเหตุสำคัญที่เรื่องของความตื่นเต้นจึงเกิดขึ้น ความสามารถในการควบคุมความตื่นเต้นจึงมีผลต่อการเล่นมาก อย่างไรก็ตาม 2 แนวทางของการควบคุมความตื่นเต้นนี้ นักกีฬาสามารถลดความตื่นเต้นได้หากได้รับการฝึกซ้อมที่มีบรรยากาศ เสียงดัง ที่มีความคุ้นเคยและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ดังกล่าว เช่น มีความเข้าใจว่าทั้ง 4 ทีมที่แข่งขัน อยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน (สถานการณ์ที่การซ้อมและแข่งขันมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันมาก) นั่นแสดงว่าถ้าเราตื่นเต้น ทีมที่เหลือก็มีความตื่นเต้นที่คล้ายๆกับเรา การฝึกการหายใจลึก ยาว ต่อเนื่อง ก็เป็นส่วนหนึ่งของการลดความตื่นเต้นดังกล่าว

สรุปคือ แม้ว่าจะไม่ใช่กีฬากอล์ฟเป็นหลักในการพูดครั้งนี้ แต่หลักการที่เกี่ยวข้องกับจิตใจดังกล่าว ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกีฬากอล์ฟหรืออื่นๆได้ เช่น หากจะลดความตื่นเต้นของนักกีฬา เราควรฝึกซ้อมในสภาพการณ์ที่มีความใกล้เคียงกับสภาพการณ์จริง หรือการฝึกคิดด้วยเหตุผล เช่น ความตื่นเต้นเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกันทุกทีมเมื่อสถานการณ์เดียวกัน รวมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าการจะทำทีมให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มความสามารถ ร่างกายที่แข็งแรง มีทักษะที่ดี โดยไม่เตรียมพร้อมความเข้มแข็งทางจิตใจคงไม่ได้อีกแล้ว ในกีฬาฟุตบอล กอล์ฟและกีฬาอื่นๆ

มาเตรียมความพร้อมทางจิตใจให้มีความเข้มแข็งกันครับ ไม่ว่าเราจะเล่นกีฬาอะไรก็ตาม

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
นายกสมาคมจิตวิทยาการกีฬาประยุกต์แห่งประเทศไทย