อดีตที่ยังทรงคุณค่า

อดีตที่ยังทรงคุณค่า

เผลอแป๊ปเดียว เกือบจะสิ้นเดือนเข้าไปอีกแล้ว ความรู้สึกเพลง “สวัสดีปีใหม่” เพิ่งจะผ่านหู ไปแหม็บๆ แต่นี่ล่วงเข้าตรุษจีนเข้าไปแล้ว นั่นย่อมแสดงว่า เวลาในอดีตกับปัจจุบัน ถึงแม้มันจะเท่ากันในทุกมุมโลก เรากลับเหมือนว่า “เวลามันจะเร็วอะไรกันหนักหนา” อะไรที่อยากทำก็ต้องเร่งคิดเร่งทำให้เกิดมรรคเกิดผลขึ้นโดยเร็ว

แต่มีสถานที่อยู่แห่งหนึ่ง ที่เมื่อใดที่ได้เข้าไปแล้วเหมือนเดิมแทบจะทุกตารางเมตร หลายสิบปีก่อนเป็นอย่างไร ปัจจุบันใกล้เคียงของเดิมมาก นั่นคือ “พาหุรัด” สถานที่ซึ่งเมื่อก่อนเคยค้าขายอะไร ทุกวันนี้ก็ยังคงค้าขายของที่ใกล้เคียง หากผิดแผกก็เพียงรูปแบบของสินค้า ความจริงครูไก่เองไม่ได้มีธุระปะปังอะไรนักหนากับ “พาหุรัด” เพียงแต่ขอเป็นทางเดินผ่านไปสู่ยังอีกสถานที่หนึ่งเท่านั้น จากรถเมล์สาย 4 ที่ขึ้นจากพระราม 4 นั่งแบบเพลินๆ ผ่าน รพ.จุฬาฯ, สถานเสาวภา ที่ซึ่งเคยต้องมาเปิดพุงให้ฉีดยากันครึ่งค่อนเดือน ไม่มีอะไรมาก แค่จากโรค “พิษสุนัขบ้า” แค่นั้นเอง แล้วก็มากันเป็นสิบคน พอผ่านเข็ม 7,8,9 บอกได้เลยอยากจะบ้าเสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

สักครู่ก็ “หัวลำโพง” แล้วก็หลุดเมือง เข้าเยาวราชผ่านไปที่ว่านั้นแหละ พาหุรัด จากนั้นก็เดินทะลุเขตของผู้ค้าขายเชื้อสายจีน ย่ำผ่านไปสองสามซอย เข้าสะพานหัน.. เข้าเขตของ “อินเดีย” จากสินค้ากลิ่นหอมด้วยอะไรสักอย่าง แล้วก็บรรดาเทพไม่รู้องค์ใด เป็นสายบู๊หรือสายบุ๋น ความจริงก็อยากลองชิมอาหารแบบอินเดียสักมื้อ แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัดจำเขี่ยก็อดไปก่อน

สุดท้ายปลายทางก็มาถึงเป้าหมายที่อยากมานานเนแล้วครับ “ร.ร.เพาะช่าง” ซึ่ง ณ ปัจจุบัน
ก็เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามไปยาวเหยียด แต่อย่างไรก็ตามคำว่า “โรงเรียนเพาะช่าง” ก็ยังคงมีอยู่ให้เห็น หันหน้าเข้าประตูใหญ่ตัวอาคารถูกปรับสีสันเป็นฟ้าไข่กาล้วน แต่ละเขตแต่ละห้องก็ว่ากันไปตามชอบของเด็กๆ สายศิลป์ แต่ก็อย่าลืมนะครับ สถาบันการศึกษาแห่งนี้ “สร้างศิลปินแห่งชาติ” มานับไม่ถ้วน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และจากไป ผลงานของแต่ละท่านคงเป็นที่ประจักษ์

ครูไก่เองด้วยความมุ่งหวัง แรกก็จะเข้ามาขอความรู้เรื่อง “หนัง” ที่เป็นหนังสัตว์แล้วมีการทำเป็นข้าวของเครื่องใช้ แต่น่าเสียดาย คงได้พบแต่ห้องเรียนกับเครื่องมือมากมาย เพราะวิชานี้ถูกปรับเป็นเพียงวิชาเลือกเท่านั้น ไม่ได้เป็นวิชาหลักเหมือนเมื่ออดีต นั่นคงเป็นเพราะตลาดของสินค้าเช่นนี้มันเกือบจะหายากยิ่ง แล้วคนที่จะใช้ก็เป็นเพียงกลุ่มคนเฉพาะเท่านั้น สรุปจบก็งานนี้ไม่ได้ตามเป้าหมายแต่แรก เสียดายอยู่เหมือนกัน ไหนๆ ก็มาแล้วอย่าเสียเหลี่ยมลูกกำนันเลยเดินดูเดินถามไปเรื่อย เพราะทั้งหลายทั้งปวงที่นี่คือ สถานการศึกษาซึ่งมีความ “ขลัง” เป็นอย่างมาก แล้วบรรยากาศมันให้เป็นอย่างมาก พอเราอดเรื่องหนังก็มาได้เรื่องของการปั้นแบบศิลปไทย ที่นี่กลับสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก ทั้งความรู้เรื่องของดินปั้น การทำพิมพ์เครื่องไม้เครื่องมือ ส่วนครูอาจารย์ก็ตัดสินใจยากมาก ว่าใครเป็นใครกันหว่า ก็ทรงคล้ายๆ กันไปหมด

สุดท้ายปลายทางก็อดเรื่องหนัง แต่ก็กลับมาได้ของหนักที่ต้องพาตัวเองกลับไปเพาะช่างกันอีกรอบ พอหมดความที่นั่นก็ผันตัวเองเป็นนักชิม เพียงเดินเข้าไปตลาดข้างการไฟฟ้า บอกได้เลยของกินเพียบ ทั้งคาวหวาน ของฝากผู้เฒ่าผู้แก่มีหมด… ในฉบับหน้าจะเล่าเรื่องพื้นที่ใกล้เคียงที่เคยเป็นสถานที่โด่งดังในอดีตแล้วปัจจุบันเป็นอย่างไร

ครูไก่ ลำพอง ดวงล้อมจันทร์