“..เป็นผู้ให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน..” พรหมพร เอี่ยมจิตเมตตา

พรหมพร เอี่ยมจิตเมตตา
สนามกอล์ฟกัซซัน ขุนตาน ลำพูน
“เป็นผู้ให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน”

ถ้าหากแมวมีเก้าชีวิตได้ ชีวิตและธุรกิจของ คุณฟ้า พรหมพร เอี่ยมจิตเมตตา ก็คงไม่แตกต่างกันนัก เพราะกว่าจะมีวันนี้ เธอต้องล้มลุกคลุกคลาน เจอกับปัญหาที่ทำให้ท้อจนเกือบถอย หรือเรื่องราวร้ายแรงจนแทบเอาชีวิตไม่รอด… แต่ การปฏิบัติธรรม จนเกิด สติ ก็สามารถทำให้คุณฟ้ากลับมามีกำลังใจ ลุกขึ้นฮึดสู้ฝ่าฟันกับอุปสรรคแบบที่น้อยคนนักจะทำได้ จนศัตรูตัวร้ายต้องพ่ายต่อความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของ Working Woman คนนี้

“ชีวิตนี้โกนหัวบวชชีมาแล้วหลายครั้งค่ะ… ทั้งเมื่อตอนที่ชีวิตทุกข์ที่สุด และ เมื่อชีวิตมีความสุขที่สุด” คุณฟ้า เอ่ยถึงความหลัง กับชีวิตที่เคยขื่นขม แล้วกลับมาเป็นสุขสมหวัง อย่างอารมณ์ดี

“ภาพที่เห็นตั้งแต่จำความได้คือคุณพ่อต้องใส่บาตรเป็นประจำ ถ้าวันไหนไม่ได้ใส่ ก็จะเป็นลูกๆ ทั้ง 7 คน คอยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ ทุกคืนท่านจะไหว้พระ ปักธูป 21 ดอกทั่วทั้งบ้าน ถ้าวันไหนพ่อไม่ทำก็ต้องเป็นลูกๆ อีกเช่นกัน แล้วท่านก็ยังเป็นตัวอย่างในเรื่องของการปฏิบัติธรรม การเป็นผู้ให้ และสิ่งสำคัญที่พ่อขอกับลูกๆ ทุกคนคือ กลางวันจะไปไหนไม่ว่า แต่ทุกเย็นทุกคนต้องมาทานข้าวกับพ่อ แล้วท่านก็จะอบรมสั่งสอนพวกเราบนโต๊ะอาหารทุกวัน”

“สิ่งที่พ่อแม่ ดูแลปฏิบัติกับปู่ย่าเป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่จำได้อย่างแม่นยำ แล้วพวกเราลูกๆ ทุกคนก็นำสิ่งนี้มาประพฤติปฏิบัติกับพ่อแม่ด้วย นั่นคือความกตัญญูรู้คุณผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดูเรามา แล้วเรายังต้องรู้สำนึกบุญคุณกับผืนแผ่นดินที่ทำกิน จิตสำนึกนี้ยังได้ส่งต่อให้กับคนใกล้ชิด พนักงานในบริษัท สืบทอดกิจวัตรมาจนถึงองค์กรที่เราดูแลอยู่ การไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกวัน การถวายผลไม้ในวันพระ หรือทำพิธีไหว้ในวันสำคัญต่างๆ”….

ทุกครั้งที่มีการไหว้ ตรุษ สารท ตามธรรมเนียมจีน คุณฟ้าจะจัดเต็มชุดใหญ่เสมอ ไล่เลียงตามลำดับความสำคัญทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพ จนถึงบรรพบุรุษ ซึ่งพนักงานก็จะมาร่วมพิธีด้วย โดยเธอจะสั่งสอนเสมอว่า ให้ทุกคนตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงบุญคุณบรรพบุรุษของทุกคนที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูมา บุญคุณของผืนแผ่นดินที่ให้พวกเขาได้อาศัยทำมากิน

“ดิฉันสอนกับพนักงานเสมอว่า การตั้งจิตกราบไหว้สักการะเช่นนี้ มีแต่ได้กับได้ เมื่อเราทำแล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ ให้กับผู้มีพระคุณ ให้กับผืนแผ่นดินที่ได้อาศัย เราก็ได้ความสบายใจ แล้วยิ่งถ้าพ่อแม่ของเรายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องนำอาหารดีๆ เหล่านี้กลับไปเลี้ยงดูท่าน ต้องดูแลพ่อแม่ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่กับเรา นั่นคือมงคลชีวิตขั้นสูงสุด ทุกตรุษ สารท เราจึงจัดเป็นงานใหญ่ นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ดีแล้ว เรายังได้อบรมสั่งสอนเลี้ยงดูพนักงาน ให้สำนึกในความกตัญญูรู้คุณ และยังสร้างความสามัคคีในองค์กรให้รักใคร่กลมเกลียวกันอีกด้วย”

การใส่บาตรถวายอาหารให้กับพระสงฆ์อาพาธเป็นหนึ่งในกิจวัตรที่คุณฟ้าและครอบครัวปฏิบัติมาตลอด เพราะเธอคืออดีตพยาบาลวิชาชีพ จึงทราบว่า บางครั้งพระอาพาธไม่มีความสะดวกในเรื่องของอาหารการกิน การที่ได้เข้าไปถวายอาหารเพื่อบำรุงทั้งร่างกายและจิตใจจึงเป็นกุศลยิ่งนัก

“ชีวิตครอบครัวดิฉันเริ่มต้นจากการแต่งงานที่ โรงพยาบาลสงฆ์ กรุงเทพฯ ทำบุญกับพระสงฆ์ที่อาพาธ ทุกวันนี้ก็จะใส่บาตรอยู่เป็นประจำที่ตลาดต้นพยอม เสร็จแล้วก็จะข้ามไปถวายอาหารที่โรงพยาบาลสงฆ์ เชียงใหม่ จัดหาอาหารที่เหมาะสมให้กับพระสงฆ์ที่อาพาธ ทุกครั้งที่ได้ทำจะรู้สึกอิ่มบุญมาก วันไหนที่ว่างตรงกันก็จะไปทั้งครอบครัว”

เมื่อก่อนนี้ลูกชายจะไม่ค่อยอยากไปใส่บาตรกับแม่ตามประสาเด็ก จนคุณฟ้าได้เอ่ยปากบอกกับเขาว่า “ในชีวิตนี้แม่รักลูกมากที่สุด อะไรที่ทำแนได้แม่จะทำให้ทั้งหมด แต่เรื่องทำบุญใส่บาตรแม่ทำแทนลูกไม่ได้ ใครทำคนนั้นก็ได้ แม่ถึงอยากให้ลูกไปใส่บาตรพร้อมกับแม่” และหลังจากนั้น น้องบูม ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ไม่ปฏิเสธเวลาที่คุณแม่ฟ้าชวนให้ไปใส่บาตรอีกเลย

คุณฟ้าเล่าว่าเคยถวายอาหารดูแลพระสงฆ์ที่อาพาธมานานจนรู้สึกคุ้นเคยกัน จนวันหนึ่งเธอก็ปฏิบัติหน้าที่เหมือนเช่นเคย แต่วันนั้นเมื่อถวายเสร็จท่านก็จะดึงสายเครื่องช่วยหายใจออกเพื่อจะพูดคุยอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนนั้นเธอกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเพื่อจะถวายพระรูปอื่นที่รออยู่อีกหลายรูป จึงคิดว่าเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะย้อนกลับมาสนทนาด้วย แต่ในที่สุดด้วยความเพลิดเพลินกับการหยิบโน่นจัดนั่นเมื่อถวายครบแล้วก็ลืมไปเลย มานึกได้อีกทีตอนออกมาแล้วก็คิดว่าเดี๋ยววันพรุ่งนี้จะไปทักทายสนทนากับท่าน เพราะคราวนี้จะไปทำบุญติดกันทั้งเสาร์อาทิตย์เลย… แต่พอเช้าวันอาทิตย์ เตียงตรงนั้นกลับว่างเปล่า ใจเธอหายวาบเพราะรู้สึกได้ทันทีว่าท่านได้จากไปแล้ว คุณฟ้า จึงได้เน้นย้ำถึงการลงมือทำทันทีเพื่อที่จะไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

“ถ้าอยากจะทำอะไรให้ใคร ให้ทำวันนี้ ทำทันทีแล้วจะไม่เสียใจ แม้กระทั่งกับตัวเอง เพราะช่วงเวลาดีๆ นั้นไม่อาจจะย้อนหวนคืนมาได้”….

ชีวิตในกัซซันก็เหมือนกับครอบครัวขนาดใหญ่ ที่คุณฟ้ารับบทบาทเป็นเสมือนแม่ของทุกคนในวิถีการทำงาน ตื่นก่อน นอนทีหลัง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ต้องเข้าออฟฟิศเสมอ มาทำงานตั้งแต่เช้า ถ้าเข้างานช้าก็จะรู้สึกผิด ตอนเย็นก็อยู่จนมืด ปิดออฟฟิศเองทุกวัน พนักงาน

เมื่อทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีแล้ว ในฐานะนาย ก็ต่อว่าลูกน้องได้เต็มปากเต็มคำ ในฐานะแม่ จะสั่งสอนลูกก็เต็มปากเต็มคำ คนเราต้องขยัน ต้องตื่นเช้า คนเราได้เวลามาเท่ากัน แต่จะเอาชนะกันได้ก็ตรงที่ใครจะใช้เวลาได้คุ้มค่ากว่า

“ที่โลกยุ่งเหยิงก็เพราะคนไม่มีระเบียบวินัย ทุกคนอยากได้สิทธิ์ แต่ไม่ค่อยจะรู้จักกับหน้าที่ เริ่มงาน 8.00 น. ตรง ถ้าช้า 15 นาที ต้องถูกตัดเงิน ก็จะมากันหลังแปดโมง ขอผลัดผ่อนแค่ไม่กี่นาทีก็ยังจะเอาอีก ต้องรอจนใกล้เวลาลงโทษก่อนถึงจะมาถึง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงมาให้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ไม่ได้”

“คำว่า “ลูกน้อง” คือ ลูก + น้อง ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง แต่เป็นมากกว่านั้นอีก เราอยู่ได้เพราะเขา เขาอยู่ได้เพราะเรา อยู่กันได้เพราะความปิติ เรารักเขา เขาก็รักเรา เราจึงมีพลังที่จะต่อสู้ องค์กรของเราอยู่ได้ด้วยธรรม ใครที่มาสมัครงานเมื่อผ่านการคัดสรรแล้ว วันไหนมาทำงานก็ต้องไปไหว้พระภูมิเจ้าที่ที่ดูแลผืนแผ่นดินที่ให้เราได้ทำมาหากิน แล้วดิฉันยังต้องสอนเรื่อง คุณธรรม 4 ประการ นั่นคือ อิทธิบาท 4 สำหรับการทำงาน ได้แก่ ฉันทะ ความพึงพอใจในที่ทำงาน, วิริยะ ทำงานด้วยความเพียร เข้มแข็งไม่ย่อท้อ, จิตตะ จดจ่อกับงานที่ทำ และ วิมังสา ตรวจตราในสิ่งที่ทำ…

ผู้บริหารก็ต้องมี พรหมวิหาร 4 เมตตา รักใคร่ ปรารถนาให้เขามีความสุข, กรุณา ความสงสาร ต้องการช่วยให้เขาพ้นทุกข์, มุทิตา ยินดี เมื่อผู้อื่นมีความสุข และ อุเบกขา วางตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียงด้วยรักและชัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราให้เขาไปเถอะ ถ้าเขาไม่เลวร้ายเกินไป ผลตอบกลับมาย่อมดีเช่นที่เรากระทำ…

อีกข้อคือ หิริโอตัปปะ คนเราย่อมมีอาการขยันบ้าง ขี้เกียจบ้าง แต่อย่าให้เกิดขึ้นบ่อยนัก ถ้าจะทำสิ่งใดที่นอกลู่นอกทาง ก็ขอให้นึกถึงเราที่ยังนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่บ้าง ให้นึกว่าถ้าเราจะโกหกจะทำอะไรผิด ก็ต้องรู้สึกละอายใจ เกรงกลัวต่อบาป”

“และข้อสุดท้ายที่เป็นเรื่องสามัญ ที่สำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตของทุกคน นั่นคือการรักษาศีล 5 ซึ่งคือเรื่องปกติธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน เมื่อได้ปฏิบัติตามแล้วชีวิตก็จะพบแต่ความสุขความเจริญ บางครั้งคนเราอาจจะผิดพลาดกันได้ ผิดไปข้อสองข้อยังพอแก้ไขให้กลับมาได้ แต่ถ้าเข้าสามข้อเมื่อไรแล้ว ชีวิตก็จะพบแต่ความตกต่ำ”

“แล้วถ้าอยากให้ชีวิตมีความสุขที่สุด ก็แค่รู้จักเป็นผู้ให้ โดยไม่หวังผลตอบแทน ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนเลวเกินไป ก็คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับเราว่าอยากตอบแทนบ้าง ใครดีกับเรา เราก็ดีตอบ”

ก่อนจบบทสนทนา คุณฟ้า ได้ให้แง่คิดดีๆ เพิ่มเติมอีกว่า

“ชีวิตนี้เข้าวัดเพราะความทุกข์ใจมาแล้วหลายรอบ เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็เข้าวัดโกนหัวบวชชี ผู้คนเห็นแล้วตกใจถามกันใหญ่เลยว่าชีวิตมีปัญหาหนักอีกแล้วหรือ แต่ก็ตอบกลับไปว่าไม่ใช่เลย การได้ไปปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ทอง วัดพระธาตุจอมทอง ทำให้ได้เห็นจริยวัตรอันน่าเลื่อมใสของท่าน แล้วได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ถ้ามีเวลาก็จะเข้าไปนั่งวิปัสสนา ปฏิบัติธรรม”

“หลายครั้งที่เห็นคนเข้าวัดเพราะมีความทุกข์ เห็นวัด เห็นพระเป็นที่พึ่ง รู้สึกเห็นใจพระท่านที่ต้องมาคอยดูแลคนที่มีความทุกข์ยาก ครั้งนี้จึงมาบวชเพราะชีวิตมีความสุข ได้อธิษฐานจิตสร้างบุญสร้างกุศลให้กับพ่อแม่ บวชให้กับผู้มีพระคุณที่ช่วยให้เราได้หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ บวชให้กับเจ้ากรรมนายเวร เจ้าที่เจ้าทาง บนผืนแผ่นดินที่เราอยู่อาศัยทำมาหากิน และยังเป็นการปฏิบัติธรรมให้เกิดความสุข ความปิติ ให้กับชีวิตและครอบครัว…นี่แหล่ะ ตัวตนของ คุณฟ้า กัซซัน Working Woman ตัวจริงอีกคนค่ะ”.

739ww fah 3

739ww fah 2