ชวนเที่ยว โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ชวนเที่ยว โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ปลายปีจนถึงต้นปี เป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สถานที่สำคัญอีกหนึ่งประเภทที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะนอกจากจะมีบรรยากาศสวยงาม เหมาะสำหรับใช้เป็นทำเลทองของการถ่ายภาพทั้ง เซลฟี่ หรือจะจริงจังเป็นงานศิลป์ ทุกที่ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างสบาย และที่สำคัญยังเป็นเสมือนแหล่งสร้างแรงบันดาลใจ เนื่องจาก กว่าแต่ละแห่งก่อนจะมีความพร้อมสมบูรณ์อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั้น จุดกำเนิดเริ่มต้นส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีต้นทุนที่ติดลบ จากสภาพพื้นที่เสื่อมโทรม หรือมีปัญหามากมาย เกินกว่าที่เราจะจินตนาการถึง

และเนื่องด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของปวงชนชาวไทย ที่ทรงเล็งเห็นถึงประโยชน์สุขของประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ไกลหรือทุรกันดารแค่ไหน น้ำพระทัยจากพระองค์ท่านก็รินไหลไปถึง สร้างความอยู่เย็นเป็นสุข กินดีอยู่สบายให้กับผู้คนทุกหมู่เหล่าโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดไม่ได้ กับพสกนิกรของพระองค์ท่าน

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น มีอยู่มากมายและทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นทั้งแต่ปี พ.ศ.2495 จนถึงปี พ.ศ.2546 มีทั้งหมด 4,447 โครงการ แบ่งออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่ โครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ, โครงการพัฒนาด้านการเกษตร, โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม, โครงการพัฒนาด้านส่งเสริมอาชีพ, โครงการพัฒนาด้านสาธารณสุข, โครงการพัฒนาด้านคมนาคม การสื่อสาร, สวัสดิการสังคม การศึกษา, โครงการพัฒนาแบบบูรณาการ และ อื่นๆ

ด้วยเหตุนี้การได้ไปท่องเที่ยวในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของความสนุกสนานหรือความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้ ทำให้ทราบถึงพระราชกรณียกิจของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าพระองค์นั้นทรงมีพระวิริยะอุตสาหะมากมายเพียงใด ในการจะทำให้แต่ละโครงการประสบความสำเร็จ จนออกดอกออกผล สร้างอาชีพ สร้างความสุข สร้างความมั่นคงให้กับผู้คนในพื้นที่ และแน่นอนว่าสร้างความปิติให้ผู้มาเยือนอีกด้วย โดยแต่ละโครงการที่เกี่ยวข้องกับ ดิน ป่า น้ำ เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วจะมีภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะกับการทัศนศึกษาเป็นอย่างยิ่ง…

สถานที่น่าสนใจที่อยากจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของโครงการฯ ทั้งหมด ที่อยากจะชวนเชิญให้ท่านได้ไปสัมผัสกัน (ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)

1.โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ
เรียนรู้แนวคิดอันยิ่งใหญ่จากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งผาก หวนคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการฯ นั้น เดิมทีที่ดินบริเวณนี้มีความแห้งแล้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวจำนวน 250 ไร่ สำหรับเพาะปลูกพืช ทำเป็นโครงการตามพระราชดำริเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรและได้มีชาวบ้านนำมันเทศที่ปลูกมาทูลเกล้าฯ ถวาย จึงได้ทรงมีพระราชดำริให้ปลูกแปลงทดลองมันเทศในที่ดินส่วนนี้ แต่เมื่อเสด็จกลับมิได้ทรงนำมันหัวนั้นไปด้วย ครั้นพระองค์เสด็จฯ กลับมาอีกครั้งทรงพบว่ามันหัวนั้นงอกเป็นต้น จึงมีพระราชดำรัสว่า มันอยู่ที่ไหนก็งอกได้ จึงมีพระราชดำริให้จัดเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชต่างๆ โดยเน้นที่พืชท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สับปะรด ข้าวไร่พันธุ์ต่างๆและทรงมีพระราชดำริให้ปลูกแปลงทดลองมันเทศในที่ดิน ทั้งยังทรงให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือเพื่อใช้ในโครงการอีกด้วย โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริจึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรยั่งยืน รวมถึงเรื่องราวพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวไทยทุกคน

เวลาเปิดทำการ : 08.00 – 18.00 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ที่อยู่ 1 หมู่ 5 บ้านหนองคอกไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โทร. 032-472-700-1

การเดินทาง จากอำเภอท่ายางผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ไปตามเส้นทางตำบลท่าไม้รวกผ่านที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก – เขาเตาหม้อ ผ่านโรงเรียนบ้านทุ่งโป่ง ถึงโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เป็นระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร

2. โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย
โครงการตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับพัฒนาและฟื้นฟูป่าชายเลน โดยยึดหลักการ ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม ทุกคนจะได้รับความรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียอย่างถูกต้อง และได้สัมผัสกับประสบการณ์ในป่าชายเลนที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิตและเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ เดินชมป่าชายเลนบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 850 เมตร สองข้างทางจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติของป่าโกงกาง ต้นแสม ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามดาบ นกนานาชนิด ซึ่งแหลมผักเบี้ยนั้นได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 แหล่งดูนกที่ดีที่สุดของเมืองไทย ชมแหลมทรายทอดตัวยาวประมาณ 3 กิโลเมตร กั้นระหว่างหาดโคลนกับหาดทราย จนได้ชื่อว่าเป็นทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยตอนบน เยี่ยมชมหอภูมิทัศนาที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาของยอดโกงกางและต้นแสม ระหว่างทางอาจได้ยินเสียง กุ้งดีดขัน อันเป็นกริยาของกุ้งเวลาดีดตัวเพื่อเคลื่อนที่ไปในโคลน แวะซื้อของที่ระลึกของโครงการฯ เช่น เสื้อยืด หมวกสาน ผลไม้อบแห้ง โปสต์การ์ด หรือจะเลือกซื้องานสานจากหญ้าธูปฤาษีฝีมือกลุ่มแม่บ้านที่นำมาจำหน่าย

เวลาเปิดทำการ : 06.00-18.00
ที่อยู่ บ้านพะเนิน ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี 76100 โทร.032-441-264-5
www.lerd.org

การเดินทาง จากตัวเมืองเพชรบุรีใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3177 ตรงไประยะทางประมาณ 15 กม. สู่หาดเจ้าสำราญราว 1 กม. จะมีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายขับตรงไปประมาณ 6 กม.

3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ (ศูนย์ปลานีโม่)
อีกหนึ่งสถานที่ที่เต็มเปี่ยมด้วยสาระประโยชน์แบบผู้ใหญ่ก็ชอบ เด็กๆ ก็หลงรัก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งทะเล ที่เรียกกันติดปากว่า ศูนย์ปลานีโม่ หรือศูนย์กลางการศึกษา วิจัย และพัฒนา ทั้งเรื่องของแหล่งเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์สัตว์น้ำ รวมไปถึงการปลูกถ่ายเซลล์เพื่อให้ได้ปลาสายพันธุ์ใหม่ ผลงานวิจัยมากมายสร้างความฮือฮาในวงการประมงไทย และได้นำมาปรับใช้เพื่อดูแลทะเลไทยให้เหล่าสัตว์น้ำได้อยู่อย่างสมบูรณ์ นอกจากจะเน้นเรื่องของการวิจัยแล้วศูนย์ฯ ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองกระบี่ได้เป็นอย่างดี จุดเด่นอยู่ที่การจัดแสดงปลานีโม หรือปลาการ์ตูน ทำให้นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยจัดให้ที่นี่ติดอันดับต้นๆ ของสถานที่ห้ามพลาด ปลาการ์ตูนพระเอกของศูนย์ฯ ได้รับการเพาะเลี้ยงมากถึง 13 สายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีสัตว์ทะเลอีกนับไม่ถ้วน ทั้ง ปลากัดทะเล ปลาปักเป้าทะเล ปลานกแก้ว ดาวทะเล กุ้งมังกร ปลิงทะเล ฯลฯ ให้คนที่สนใจเข้าชมอย่างใกล้ชิด นับเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน

เวลาเปิดทำการ : 08.00-20.00
ที่อยู่ 141 หมู่ 6 บ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โทร 075 662 059-62

การเดินทาง จากตัวเมืองกระบี่ ใช้ถนนหมายเลข 4034 ประมาณ 5 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 4204 ไปตามทางอีก 7.5 กม.จะถึงริมชายทะเลให้เลี้ยวซ้ายเลียบหาด ศูนย์ปลานีโมตั้งอยู่ทางขวามือ

4. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
ย้อนกลับไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ใครจะเชื่อว่า เขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ดินแดนที่เสื่อมโทรม แห้งแล้ง แตกระแหง ดูแล้วไม่น่าจะพัฒนาที่ดินให้เจริญขึ้นได้เลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปผืนดินแห่งนั้นกลับเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้จัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ทางการเกษตร เพื่อพลิกฟื้นสภาพแวดล้อมของเขาหินซ้อนให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ด้วยการนำวิถีทางแห่งธรรมชาติมาใช้พลิกฟื้นผืนแผ่นดิน โดยการใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร มีการจัดทำสวนกล้วยไม้ สวนพรรณไม้หอม และจัดทำแปลงสาธิตการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ ตามแนวทฤษฎีใหม่ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ และเป็นต้นแบบของการพัฒนาให้แก่พื้นที่อื่นๆ นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมศูนย์ฯ จะได้ศึกษาดูงานทางด้านการเกษตรที่น่าสนใจหลายแง่มุม ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพ และโครงการสวนป่าสมุนไพร ผ่านแปลงทดลองปลูกพืชนานาชนิด เช่น หวาย อโวคาโด และมะม่วงทุกสายพันธุ์ที่มีในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยได้จัดตั้งเป็น สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก เพื่อดูแลงานวิจัยคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรต่างๆ

เวลาเปิดทำการ วันเสาร์-วันอาทิตย์ 08.00-16.00
ที่อยู่ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา โทร 038-599-105-6

การเดินทาง ริมถนน ฉะเชิงเทรา – กบินทร์บุรี ทางหลวงหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 53

5. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน และพื้นที่โดยรอบ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัยในเรื่องระบบนิเวศทางธรรมชาติ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดจันทบุรี และยังเป็นศูนย์ฯ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ให้เกิดความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศในป่าชายเลน และรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในศูนย์ฯ ได้สร้าง สะพานเดินศึกษาธรรมชาติและป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ระยะทาง 1,600 เมตร เป็นเส้นทางชมป่า พร้อมกับสร้างศาลาเล็กไว้เป็นระยะ สำหรับแสดงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน เริ่มต้นเส้นทางกันบริเวณ ศาลาที่ 1 จุดนี้จะอธิบายว่าอ่าวคุ้งกระเบนและป่าชายเลนเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรียกว่าเป็นการปูพื้นความรู้ก่อนลงพื้นที่จริง เมื่อเดินผ่านจุดแรกมาแล้ว ตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณขึ้นอย่างหนาแน่น และจะพบกับศาลาถัดๆ ไป ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น โกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ ขณะเดียวกันระหว่างเส้นทางที่เดินชม ยังจะได้เห็นสัตว์น้ำตัวเล็กๆ อย่างปลาตีน ปูแสม และแมงดาทะเล อีกด้วย และจุดสำคัญสุดท้ายคือ ศาลาชมวิว ที่สร้างยื่นออกไปในอ่าว จากจุดนี้สามารถมองเห็นแนวป่าชายเลนที่ทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำอย่างสวยงาม

เวลาเปิดทำการ ทุกวัน 06.30-18.00
ที่อยู่ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 22120 โทร 039 369 216-8, 039 433 216-8
www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสู่จังหวัดจันทบุรี กระทั่งถึงช่วงกิโลเมตรที่ 301-302 ให้เลี้ยวขวาที่แยกหนองสีงา ไปต่อตามเส้นทางหลักอีกประมาณ 27 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกที่ตัดกับทางไปคุ้งวิมาน ให้เลี้ยวซ้ายตรงไป จะพบป้ายบอกทางไปศูนย์ฯ อยู่ตลอดทาง

6.โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)
ภาพทิวสนสองใบและสนสามใบเรียงรายตลอดแนวอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่ กลางอ้อมกอดของขุนเขาเขียวชอุ่มยามเช้า คือมนต์เสน่ห์ของ ปางอุ๋ง ที่นำพานักเดินทางเข้ามาเยือนที่นี่อยู่ตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่มีสายหมอกขาวลอยเหนือผืนน้ำ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้กับที่นี่ ซึ่งเมื่อก่อนบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ปลูกฝิ่นของชาวเขา มีการบุกรุกทำลายป่าอยู่เสมอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรบริเวณนั้นพร้อมกับพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน ปัจจุบันปางอุ๋งได้กลายมาเป็นแหล่งปลูกพืชที่น่าสนใจหลายชนิด เช่น อโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วย อีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด สมุนไพรที่เป็นประโยชน์ในด้านอาหารและแพทย์แผนไทย ซึ่งกลมกลืนกับพื้นที่สูงและมีอากาศหนาวเย็น และสุดท้ายคือบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ประจำถิ่นซึ่งกำลังจะสูญพันธ์อย่าง เขียดแลว นอกจากกิจกรรมชมธรรมชาติยามเช้าของปางอุ๋งแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมล่องแพชมทัศนียภาพในทะเลสาบที่มีหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ มาเติมความงดงามให้ปางอุ๋งแห่งนี้อีกด้วย

เวลาเปิดทำการ : 06.00-20.00
ที่อยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร 053 611 244, 085 618 3303

การเดินทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน – ปาย เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกไปภูโคลน ผ่านภูโคลน น้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง ตรงไปจนถึงบ้านแม้วนาป่าแปก มีป้ายบอกทางเข้าปางอุ๋ง, จากอำเภอปาย ใช้เส้นทางปาย – แม่ฮ่องสอน ทางหลวงหมายเลข 1095 ผ่านอำเภอปางมะผ้า ก่อนถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 17 กิโลเมตร ผ่านถ้ำปลา แล้วเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านหมอกจำแป๋ ไปยังบ้านรวมไทย รวมใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

7.สวนแม่ฟ้าหลวง
สวนสวยที่สุดของเมืองเชียงราย การันตีด้วยรางวัลพาตา โกลด์ อวอร์ด (PATA Gold Award) ประเภทรางวัลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเอเชีย-แปซิฟิก มีเนื้อที่ราว 30 ไร่ ตั้งอยู่ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง ทั้งนี้ สวนแม่ฟ้าหลวงเกิดขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ต้องการให้คนไทยได้เห็นความสวยงามของไม้ดอกเมืองหนาว โดยภายในสวนจะมีการดูแลและปรับเปลี่ยนดอกไม้นานาพันธุ์ให้สวยงามตลอดเวลา และไม่ซ้ำแบบกันในแต่ละฤดูกาล โดยไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพมากที่สุดคืองานประติมากรรมของนางมิเซียม ยิบอินซอย ที่ประดับอยู่กลางสวนซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานชื่อว่า ความต่อเนื่อง (Continuity) อันหมายถึงการทำงานใดๆ จะสำเร็จได้ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และได้กลายเป็นแลนด์มาร์กที่แสดงให้ทุกคนรู้ว่า คุณได้มาเยือนสวนสวยแห่งนี้แล้ว

เวลาเปิดทำการ : 06.30 – 18.00
ที่อยู่ บริเวณพระตำหนักดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โทร 081 455 6183

การเดินทาง ตั้งอยู่ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง

8. โครงการชลประทานอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง
บึงโขงหลง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดบึงกาฬ ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้บึงน้ำแห่งไหน มีน้ำตลอดปีไม่เคยแห้งแล้ง นำมาซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพและมีระบบนิเวศที่ยิ่งใหญ่ ในปี พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริกับอธิบดีกรมชลประทานและผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ให้พิจารณาวางโครงการพัฒนาบึงโขงหลงเพื่อนำน้ำจากบึงโขงหลงไปพัฒนาการเกษตรได้อย่างเต็มที่ โครงการชลประทานอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง จึงเกิดขึ้น และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2523 ปัจจุบัน เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้หลากหลาย มีผลผลิตที่สูงขึ้น นำมาซึ่งรายได้ที่มากขึ้นตามลำดับ และผลพลอยได้ในการท่องเที่ยวทำให้ชาวบ้านในท้องที่มีรายได้มากขึ้น เพราะบึงโขงหลงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร และมีชื่อเล่นที่เรียกกันอย่างคุ้นหูว่า ทะเลอีสาน

เวลาเปิดทำการ : 08.00 – 18.00
ที่อยู่ ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขลง จังหวัดบึงกาฬ โทร 042 416 025

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 สายหนองคาย-อุบลราชธานี (ถนนชยางกูร) ประมาณ 70 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 3024 มุ่งหน้าตำบลบึงโขงหลง หาดคำสมบูรณ์อยู่ทางซ้ายมือเมื่อถึงอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง

9. สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์
ภูพยัคฆ์ เดิมชื่อ ภูผายักษ์ บนยอดภูเป็นหินผาสวยงาม มีสภาพเป็นป่าดิบและเป็นดงเสือ จึงได้ชื่อว่า ภูพยัคฆ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร เคยเป็นที่ปลูกฝิ่นของราษฎรชาวไทยภูเขา ก่อนปี พ.ศ. 2523 เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างทหารไทยกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  ปัจจุบันที่นี่ได้เปลี่ยนจากสมรภูมิรบ แหล่งวางกับดักระเบิดในอดีต เป็นสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ  พัฒนาให้ราษฎรชายไทยภูเขามีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู พัฒนาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่มีคุณภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างงานสร้างรายได้ให้ราษฎรในพื้นที่เป็นสถานีตัวอย่างในการขยายผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชเมืองหนาว สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ มีบ้านพักรับรองพร้อมอุปกรณ์เครื่องนอนสำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 2 หลัง สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 24 คน และมีสถานที่กางเต็นท์ และเต็นท์นอน 2 คน บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 20 หลัง มีอาหารบริการแต่จะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เวลาเปิดทำการ 06.00 – 18.00
ที่อยู่ หมู่ที่ 12 บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน โทร 054 730 330, 054 730331

การเดินทาง สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากอำเภอเมืองน่าน ใช้เส้นทางไปทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ไปตามเส้นทางถนนหมายเลข 101 ต่อถนนหมายเลข 1080 และต่อไปทางถนนหมายเลข 1081 จนถึงสถานีฯ ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร เส้นทางที่สอง จากอำเภอเมืองน่าน ใช้เส้นทางไปทางอำเภอบ่อเกลือ ไปตามเส้นทางถนนหมายเลข 1169 และต่อไปทางถนนหมายเลข 1081 จนถึงสถานีฯ ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร

10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก
บ้านไม้ที่ตั้งอยู่ริมลำธาร ท่ามกลางโอบกอดของแนวเทือกเขาสูง คือภาพของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนกันแทบทุกฤดูหนาว ไม่เพียงเพื่อสัมผัสความบริสุทธิ์จากธรรมชาติเท่านั้น หากยังได้เรียนรู้โครงการต่างๆ ที่อยู่ภายในศูนย์ฯ แห่งนี้อีกด้วย ที่นี่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับก่อสร้างศูนย์ฯ จำนวนเงิน 300,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการปลูกเมี่ยง (ใบชา)
2. พัฒนาปัจจัยพื้นฐานและคุณภาพชีวิต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น     3. สนับสนุนงานทดสอบ สาธิต และวิจัย
4. อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยครอบคลุมพื้นที่ถึง 17 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านป๊อก บ้านแม่ลาย บ้านแม่กำปอง บ้านธารทอง และบ้านปางจำปี ฯลฯ ทั้งนี้ มีพื้นที่รับผิดชอบดำเนินงานถึง 34.65 ตร.ม. (21,656 ไร่) และเป็นพื้นที่ของศูนย์ฯ 52.1 ไร่ มีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมสวนกาแฟอาราบิก้า และสวนเมี่ยง ที่ทางศูนย์ได้สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก นอกจากนี้ ภายในบริเวณพื้นที่ของศูนย์ฯ ยังมีแปลงตัวอย่างปลูกต้นไม้อื่นๆ ด้วย เช่น ไม้เมืองหนาว งานไม้กระถาง (เช่น บีโกเนีย กล้วยไม้ ลิปสติก หน้าวัว กระถาง มังกรคาบแก้ว ปีกผีเสื้อ) และวานิลลา ที่สามารถเข้าชม ชิม ซื้อหา และถ่ายภาพได้อย่างจุใจ โดยพรรณไม้เหล่านี้จะผลิดอกออกผลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดทั้งปี

เวลาเปิดทำการ : 08.00-17.00
ที่อยู่ อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 228 524
การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนสายเชียงใหม่-สันกำแพง-แม่ออน ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร

11. เขื่อนพระปรง
เขื่อนชลประทานที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้ว โดยเป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นต้นน้ำห้วยพระปรงอันเป็นลำน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติรายรอบ ที่นี่จึงเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มาพร้อมกับกิจกรรมความสุขหลากหลาย เช่นการนั่งเรือหรือล่องแพชมความงามบนผืนทะเลสาบเหนือเขื่อนที่จะพาคุณเข้าไปทักทายกับนกน้ำนานาชนิด โดยเฉพาะนกอ้ายงั่วหรือนกงูที่พากันออกมาหากินในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม หรือสามารถเลือกทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น เดินป่าศึกษาธรรมชาติ สนุกกับการตกปลาริมเขื่อน จนถึงการพักแรมค้างคืนที่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

เวลาเปิดทำการ : 08.30 – 16.30
ที่อยู่ หมู่ 3 บ้านระเบาะหูกวาง และหมู่ 6 บ้านห้วยชัน ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว 27160 โทร 037 261 667, 037 242 667

การเดินทาง จากอำเภอเมืองสระแก้ว เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงวัฒนานคร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3198 ประมาณ 18.5 กิโลเมตร กระทั่งถึงสามแยกบริเวณโรงเรียนซับนกแก้ววิทยา เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวเขื่อน

12. ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ
เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 ภายใต้วิสัยทัศน์ ยึดมั่นในปรัชญา พัฒนาตามขั้นตอน  สอนให้พึ่งตนเอง ซึ่งมีความหมาย คือ ประการแรก เป็นการยึดถือเอาแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต่อมา การดำเนินชีวิตและการทำกิจกรรมก็ให้เป็นทำตามขั้นตอนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันได้แก่
1. เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน หมายถึง ความ พอมี พอกิน สามารถพึ่งตนเองได้ โดยไม่โลภมาก และไม่เบียดเบียนผู้อื่น
2. เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า หมายถึง การแลกเปลี่ยน ร่วมมือ ช่วยเหลือกัน เพื่อทำให้ส่วนรวมได้รับผลประโยชน์และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคมให้เจริญอย่างยั่งยืน
และประการสุดท้าย เมื่อทุกคนทำตามสองประการข้างต้นได้ก็จะเกิดภูมิคุ้มกัน ทำให้ประสบผลสำเร็จ พึ่งพาตนเองได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น อีกทั้งยังจะช่วยให้ชุมชนยั่งยืนได้อย่างถาวรอีกด้วย
ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เป็นแหล่งการเรียนรู้ แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในแบบ edutainment สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจ โดยจะมีหลายส่วนด้วยกัน ได้แก่ นิทรรศการ ฐานการเรียนรู้ (เช่น ฐานนาข้าว ฐานการเลี้ยงสัตว์ ฐานพืชผักผลไม้ ฐานเพาะเห็ด ฐานบัญชีฟาร์ม ฐานการเลี้ยงหมูหลุม) และส่วนการสาธิตงานศิลปาชีพ (เช่น สาธิตการทอผ้า จักสาน แกะสลัก ทำกระดาษสา) นอกจากการให้ความรู้แล้ว ยังให้บริการในการใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรม เช่น ห้องอบรมประชุม สัมมนากิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ของหน่วยงานต่างๆ การใช้สถานที่ในการจัดงานและกิจกรรมทุกประเภท งานเลี้ยงขันโตก การแสดงศิลปะพื้นบ้านล้านนา การปล่อยโคมลอย และกิจกรรมอื่นๆ เป็นต้น

เวลาเปิดทำการ 08.30-16.30
ที่อยู่ บ้านแม่สา ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 299 758
www.northernstudy.org