Just Say Know

สสส. พร้อมแนวร่วม หนุน 4 มาตรการ “ลดการบริโภคเกลือโซเดียม”

สสส. – เครือข่ายลดบริโภคเค็ม – WHO หนุน 4 มาตรการ “ลดการบริโภคเกลือโซเดียม”

เป็นที่ทราบกันดีว่า การบริโภครสเค็มมากเกินไป จะทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการได้รับเกลือโซเดียมในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ซึ่งการไม่ได้สัดส่วนของเกลือและน้ำในร่างกาย ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของระดับความดันโลหิต ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง นอกจากนี้การได้รับโซเดียมสูงในระยะยาว ยั่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะกระดูกผุ โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคไต และอีกหลายต่อหลายโรค ซึ่งหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างก็ช่วยกันรณรงค์ ให้ผู้บริโภคลดการกินรสเค็มมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด สสส. – เครือข่ายลดบริโภคเค็ม – WHO ก็หนุน 4 มาตรการสำคัญ ในการส่งเสริมให้ผู้บริโภค “ลดการบริโภคเกลือโซเดียม” พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหาร รวมถึงกำหนดนโยบายการจัดซื้ออาหารอ่อนเค็มในองค์กร มุ่งเป้าปรับลดพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมของคนไทย เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิต รวมถึงอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลงให้มากยิ่งขึ้น

ทพญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาการกินเค็มที่มากเกิน ส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายหนา เกิดการสะสมของพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจ ไต และหลอดเลือด อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยจากข้อมูลผลสำรวจปริมาณการบริโภคเกลือโซเดียมของคนไทยในปี 2563 พบว่า มีอัตราการบริโภคเฉลี่ย 3,636 มก./วัน ซึ่งเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำเกือบ 2 เท่า สสส. ร่วมกับเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข WHO และภาคีเครือข่าย เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ลดการบริโภคเกลือโซเดียม” ในประเทศไทย มุ่งเป้าปรับลดพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมของคนไทยลง 30% ภายในปี 2568 หรือบริโภคไม่เกิน 700-800 มก./มื้ออาหาร เพื่อช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้ถึง 20% รวมทั้งยังช่วยลดอัตราการตายจากโรคดังกล่าวได้ 5-7%

“สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินการรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมลดการบริโภคเค็ม พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ จัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารเพื่อสุขภาวะที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น 1. ผลักดันให้เกิดมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่องนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรค NCDs 2. สนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในไทย ปี 2559-2568 3. พัฒนาสารทดแทนความเค็ม 4. พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์อาหารลดโซเดียม 5. นวัตกรรมเครื่องตรวจวัดความเค็มในอาหาร (CHEM Meter) 6. ระบบฐานข้อมูลโซเดียมในวัตถุดิบอาหาร-เครื่องปรุงรสในอาหารประจำภูมิภาคและอาหารแปรรูป 7. ขับเคลื่อนมาตรการภาษีโซเดียม เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงสูตรลดปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหาร 8. สื่อสารรณรงค์แคมเปญลดเค็ม ลดโรค และลดเค็ม ครึ่งหนึ่ง คนไทยห่างไกลโรค ทำให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจในวงกว้าง” ทพญ.จันทนา กล่าว

พญ.โอลิเวียร์ ไนเวรัส ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประชากรทั่วโลกจำนวนกว่า 3 ล้านคน เสียชีวิตจากการบริโภคโซเดียมที่มากเกินจำเป็น ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3,600-4,800 มก./วัน WHO จึงได้ประกาศเป้าหมายลดการบริโภคโซเดียมทั่วโลกลงให้ได้ 30% ภายในปี 2568 พร้อมทั้งแนะนำให้ประชากรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,300 มก./วัน โดยเสนอมาตรการ “ลดการบริโภคเกลือโซเดียม” สำหรับผู้ประกอบการในไทย 4 ข้อ ที่จะช่วยลดบริโภคโซเดียมอย่างมีประสิทธิภาพ 1. ต้องปรับสูตรอาหาร กำหนดและตั้งเป้าหมายการลดปริมาณโซเดียมแบบบังคับ พร้อมพัฒนาเมนูลดโซเดียมในร้านอาหารและใช้มาตรการทางการเงินจากภาครัฐ 2. นโยบายการจัดซื้ออาหารโซเดียมต่ำในองค์กร 3. ติดฉลากคำเตือนหน้าบรรจุภัณฑ์ ระบุปริมาณโซเดียมโดยสัญลักษณ์สี 4. สื่อสารรณรงค์เพื่อลดการบริโภคโซเดียม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า แนวโน้มของผู้ประกอบการด้านอาหารในประเทศไทยมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลสำรวจเกณฑ์ปริมาณโซเดียมสูงสุดในผลิตภัณฑ์อาหารและลักษณะทั่วไปของอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่จำหน่ายในไทย ปี 2561-2564 พบแนวโน้มมีปริมาณโซเดียมลดลง 11.6% ในอาหารประเภทข้าวต้ม โจ๊ก บะหมี่ที่บรรจุแบบถ้วย ที่สำคัญยังพบว่า มีสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพของ สสส. เพิ่มขึ้น จาก 4.5% เป็น 21.1% ในปี 2565 นี้ เครือข่ายฯ ได้ร่วมกับ สสส. ริเริ่มโครงการลดเค็มเลือกได้ เร่งขยายความร่วมมือกลุ่มผู้ประกอบการ และพัฒนาเมนูอาหารลดโซเดียม สนใจรายละเอียดติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.lowsaltthai.com

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)