“ฟีเวอร์” แชมป์ เอเชี่ยนทัวร์ The DGC Open

บทสัมภาษณ์พิเศษ
“ฟีเวอร์” นิติธร ทิพย์พงษ์
แชมป์ เอเชี่ยนทัวร์ The DGC Open 

สร้างความชื่นใจและสะใจให้กับแฟนกอล์ฟชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อโปรหนุ่มยังบลัด “ฟีเวอร์” นิติธร ทิพย์พงษ์ ประกาศศักดา คว้าแชมป์ The DGC Open presented by Mastercard ด้วยการเฉือนชนะเพลย์ออฟ อจีเทศ ซานธุ โปรเจ้าหนุ่มไปแบบสุดมันส์ ณ สนามเดลี กอล์ฟ คลับ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2565 พร้อมคว้า 90,000 เหรียญ กระโดดขึ้นอยู่ในอันดับสี่ตารางทำเงิน

หลังจากหอบโทรฟี่สุดอลังการบินข้ามกลับมายังประเทศไทย กอล์ฟไทม์ จึงได้นัดสัมภาษณ์แบบเอ็กคลูซีพ เจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จว่า กว่าจะได้แชมป์นี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

“รายการนี้ไม่ได้อยู่โปรแกรมเลยครับ” โปรฟีเวอร์ ตอบคำถามแรก “กะว่าจะอยู่เล่นในประเทศไทย แต่พอคุยกับคุณพ่อ ท่านอยากให้ไปแข่งเอเชี่ยนทัวร์มากกว่า เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่า หลังจบกี่แมทช์แล้วจะมีการจัดอันดับใหม่ อยากให้อยู่ในอันดับที่ดีพอ เพราะผมอยู่ในสถานะเป็น Country Excemption ต่อจากผู้เล่น 30 อันดับแรก ของ Q School ทำให้มีโอกาสเล่นในรายการใหญ่ค่อนข้างน้อย และหลังจากได้คุยกับโปรโอ๊ต (กิติพงศ์ ศรีทองกุล) โค้ชของผม และเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักกอล์ฟ ก็ชักชวนกันไปด้วย ทำให้เห็นว่านี่คือโอกาส เลยตัดสินใจไปแข่ง”

แต่ก่อนหน้านั้น ฟีเวอร์ มีการเตรียมความพร้อมของตัวเองมาได้สักระยะหนึ่ง… “ตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้ตั้งเป้ากับโค้ชไว้ว่า เรายังไม่เคยตีถึง -20 หรือ -10 กว่า ให้ได้เป็นประจำ ก็จะพยายามทำให้ได้ ตั้งเป้าไว้ -20 ในทุก ๆ สนาม ไม่ว่าสนามนั้นจะยากหรือง่าย จะทำให้ถึงลบลึก ๆ นั่นหมายถึง -6 ขึ้นไป ซึ่งเคยทำได้มาแล้วถึง -20 ที่พังงา พอถึงเป้าเป็นครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจครับ”

ฟีเวอร์ เคยได้แชมป์แรกที่เขาใหญ่ ของ Thai TGA, แชมป์ที่สอง ที่มาเลเซีย เป็นทัวร์รองของเอเชี่ยนทัวร์ และล่าสุด ครั้งที่สาม ที่อินเดีย “ก่อนหน้าผมได้เล่น รอยัล คัพ จบในอันดับ 4 ร่วม ที่สนามกรังด์ปรีซ์ กาญจนบุรี และผมอยากเล่น อินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ ไทยแลนด์ ที่ แบลคเมาน์เท่น ด้วย ซึ่งต้องจบใน 5 อันดับแรก ที่รอยัลคัพ เพื่อจะได้เข้าไปเล่น แล้วผมก็ทำได้ โดยจบในอันดับ 4”

ได้สิทธิ์เข้าไปเล่น แต่ตกรอบ ที่ แบลคเมาน์เท่น!

“ช่วงหลัง ๆ ผมเล่นได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ลูกเดินทางไม่มีปัญหาเลย แต่ความแตกต่างก็คือ แค่พัตต์ลงกับพัตต์ไม่ลงเท่านั้นเอง ที่แบลคเมาน์เท่น ผมพัตต์ไม่ลงเลย ให้ไลน์กับน้ำหนักไม่สัมพันธ์กัน จับสปีดกรีนในระยะไกล ๆ ไม่ได้” ฟีเวอร์ เล่าถึงสาเหตุหลักของการไม่ผ่านตัดตัว

แต่ความผิดหวังในครั้งนั้น กลับทำให้รายการใหญ่ครั้งต่อมา ได้ระเบิดฟอร์มได้อย่างสุดยอด… “คิดว่าตัวเองค่อนข้างพร้อม แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นแชมป์” ฟีเวอร์ เล่าพร้อมหัวเราะ ยิ้มกว้างเห็นฟันขาว “เป็นรายการใหญ่ ที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เร็วขนาดนี้… ช่วงหลัง ๆ ผมตีเหล็กยาวค่อนข้างแน่นอน สนามที่อินเดีย เวลาเสิร์ฟไปแล้วเหลือขึ้นไม่ไกลมาก คิดว่าถ้าทีช็อตดี ก็ค่อนข้างได้เปรียบ”

“ผมไปแข่งที่ เดลี กอล์ฟ คลับ เป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกเมื่อปี 2015 เป็นสนามที่กุ๊กกิ๊กมาก (หัวเราะ) ความรู้สึกผมคือ ต้องตีไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องออกด้วยไดร์ฟเวอร์เลยก็ได้ แต่ถ้าหลุมไหนที่รู้สึกปลอดภัยก็ตีได้ ผมตีอยู่แค่สี่หลุมเอง สำหรับการเก็บลูกในแฟร์เวย์สำคัญที่สุด”

“ลุ้นครับ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับผลมากนัก พยายามอยู่กับตัวเอง พยายามอยู่กับวิธีการที่จะทำให้ตัวเองตีดีตลอด ไม่ได้สนใจว่าจะตีเท่าไหร่ ผมตั้งเป้าไว้ที่ -20 อยู่แล้ว วันนั้นตั้งใจว่า อยากตีสัก -13 กำลังสวยเลย จะแชมป์หรือไม่แชมป์ไม่เป็นไร โชคดีที่ได้เบอร์ดี้เร็ว ตั้งแต่หลุม 3 วันนั้นตีดีมาก ทำ 14 กรีน แต่พัตต์ไม่ลง เวลาจับกริฟพัตเตอร์แล้วรู้สึกว่า ไม่เข้า ไม่ถนัด ไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย พยายามจะให้มันรู้สึกสบาย ๆ ตอนพัตต์ จะอาจจะมีเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในหัว แต่ผมก็จับไม่ได้เหมือนกันว่าคืออะไร”

“ผมวางแผนกับโค้ชตั้งแต่ปีที่แล้วไว้ว่า การจะเป็นแชมป์ ต้องตีสิบกว่าอันเดอร์ หรือถ้าสนามง่ายก็ต้องถึงยี่สิบกว่า ซึ่งเราได้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ เวลาผมซ้อม ก็ยังไม่เคยทำให้ลบลึก ๆ ได้ แล้วการที่จะตีไปถึงลบยี่สิบได้ อย่างน้อยต้องมีวันหนึ่ง ต้องทำตั้งแต่ หกอันเดอร์ เป็นต้นไป เมื่อเราตั้งเป้าจะทำ ทำยังไงก็ได้ แต่ต้องมีวิธีการ หรือเตรียมตัว ให้ดีพอ ที่จะทำ -20 , สถิติส่วนตัวที่เคยทำได้มากที่สุดทั้งรายการคือ -20 ทรัสต์กอล์ฟ ที่ จ.พังงา ส่วนวันเดียว เคยทำไว้ -10 สมัยเมื่อยังเป็นจูเนียร์ เป็นรายการคัดตัวของอาเซี่ยนสกูลเกมส์”

พัตต์สุดท้ายของรายการ ระยะประมาณ 7-8 ฟุต เพื่อได้ลุ้นออฟไปเพลย์ออฟ “คิดแค่ว่า ขอพัตต์ให้ลงก่อน ทำกระบวนการให้ดีที่สุด จะลงหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร โชคดีที่พัตต์ลง จนพอรู้ตัวว่าต้องไปเล่นเพลย์ออฟ เมื่อคู่แข่งพัตต์ ก็ลุ้นไปกับเขา แต่เราไม่แช่งนะ (หัวเราะ) เพราะเวลาเราเห็นคนอื่นเล่นได้ดี ก็ต้องยินดีกับเขาด้วย รู้สึกสนุก ที่ได้ต่อสู้กันเต็มความสามารถ” ฟีเวอร์ พูดถึงการแสดงออกอย่างมีน้ำใจนักกีฬากับคู่แข่งในสนาม

“ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า พัตต์หลุมที่ 72 ผมตื่นเต้น มากกว่าการออกไปเพลย์ออฟหลุมแรกทั้งหลุมซะอีก กลายเป็นว่า ตอนนั้นผมรู้สึกสบายใจมาก ไม่ได้คิดอะไรเลย แค่เล่นให้เต็มที่ มีโอกาสชนะ จังหวะที่เราต้องจับฉลากเพื่อให้รู้ว่าต้องตีลำดับไหน ก็ไม่คิดว่าจะชนะ ขอให้รู้สึกมีความสุขกับบรรยากาศ ณ ช่วงเวลานั้น ก็ไม่ได้คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ หรือมาชนะได้ ไม่ได้คิดว่าจะเล่นให้สนุก แต่มันเกิดความสนุกของมันเอง” นี่คือการสร้างกำลังใจขั้นสูงสุดด้วยตัวเอง ในการเป็นนักกีฬาอาชีพ

แต่แชมป์นี้ เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น… “มีเรื่องต้องทำกับโปรอยู่แล้ว เป็นเรื่องของการพัฒนาตัวเอง คิดว่าแชมป์นี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เราตั้งเป้าไว้สูง แชมป์ก็เป็นอดีตไปแล้ว ดีใจมากที่ได้ แต่ผมก็วางความรู้สึกนั้นไปเรียบร้อยแล้ว และเตรียมตัวทำวันต่อไปให้ดี สำหรับรายการแข่งต่อไปดีกว่า ความฝันนักกอล์ฟทุกคนคงอยากไปพีจีเอ ผมก็เหมือนกัน อยากไปอยู่ตรงนั้นมาก ๆ จะกี่ปีก็ให้คำตอบไม่ได้ แต่คิดว่า ถ้ายังรักษากระบวนการต่าง ๆ อะไรที่มันดี ๆ แบบนี้ต่อไป การที่เราตั้งใจ ขยันอยู่ทุกวัน ความฝันก็น่าจะเป็นจริงได้ในเร็ว ๆ นี้ ผมไม่สนใจว่าจะได้ไปเล่นไปไหน ขอทำทุกวันให้ดีกว่าเมื่อวาน หรือเมื่อมองย้อนกลับไป แล้วเราดีกว่าเมื่อวาน นี่คือความรู้สึกของผมที่ดีมากที่ได้ตีกอล์ฟอยู่ทุกวัน”

แล้ววันสบาย ๆ นอกสนาม ของแชมป์เอเชี่ยนทัวร์ล่ะ? “ผมชอบกินครับ (หัวเราะ) อาหารจานโปรดคือ ทงคัตซึ ชอบกาแฟ น้องชายผมชอบทำกาแฟ หาร้านกาแฟว่ามีที่ไหนน่าสนใจ ชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลง ส่วนแนวเพลง แล้วแต่อารมณ์ตอนนั้นเลย”

“กว่าจะมาถึงวันนี้ ผมได้ผู้คนรอบข้างให้ความช่วยเหลือมากมาย ขอบคุณครอบครัวของผมเอง คุณพ่อ คุณแม่ คอยช่วยเหลือ ไปรับไปส่ง รอผมซ้อมตั้งแต่เด็ก ๆ รวมถึงน้องชายซึ่งตีกอล์ฟด้วยเหมือนกัน ผมก็อยากให้เขามีความพยายาม ตัวผมเองก็น่าจะเป็นโรลโมเดล เป็นตัวอย่างให้กับเขาได้ ขอบคุณแฟนที่เข้าใจ เพื่อน ๆ ในแก๊งค์ที่คอยเชียร์ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็คอยให้กำลังใจกันตลอด รวมถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักกอล์ฟ ก็คอยสนับสนุน ให้ข้อคิดดี ๆ คอยช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะช่วงไหน”

“ขอบคุณ CGA โรงเรียนสอนกอล์ฟเชาวรัตน์ โปรเชาว์รัตน์ เขมรัตน์, โปรโอ้ต กิติพงศ์ ศรีทองกุล โค้ชของผม ที่ดูแลผมมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ คอยสอนผมทั้งในเรื่องกอล์ฟ และการใช้ชีวิต ซึ่งสำคัญมาก เพราะกอล์ฟ ไม่ใช่แค่ว่าตีเก่งแล้วจะประสบความสำเร็จ การที่เราจะทำสิ่ง ๆ หนึ่งให้ดี เราต้องทำสิ่งอื่นให้ได้ดี และมีวินัยด้วย โปรคอยสอนการใช้ชีวิตให้ผม อยู่ข้างผมมาตลอด ตลอดจนโค้ชท่านอื่น ๆ ทุกคนที่คอยช่วยเหลือด้าน จิตวิทยา ฟิตเนส ฯลฯ ขอบคุณอาปืน ที่ช่วยเป็นแคดดี้ให้ เป็นคนตลก ให้ความสบายใจ มีส่วนช่วยผมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผมผ่อนคลายมาก ๆ เลย”

“เคยมีบางช่วงที่คุณพ่อก็ถือถุงให้ แต่ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเกมของผมเลย เพราะอยากดูผมตีมากกว่า (หัวเราะ)”

“ขอบคุณไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ มาก ๆ เลยครับ คอยสนับสนุนผมตั้งแต่วันที่ผมเริ่มเทิร์นโปร ช่วยในทุก ๆ ด้าน ทำให้ผมไม่ต้องกังวลกับอีกหลาย ๆ เรื่อง สามารถโฟกัสเกี่ยวกับกอล์ฟได้อย่างเต็มที่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องขอขอบคุณในเรื่องนี้มาก ๆ”

“และที่สำคัญที่สุด ผมขอขอบคุณแฟนกอล์ฟชาวไทยทุกคน ที่คอยติดตามผลงาน ไม่ว่าจะตัวผมเอง เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ของผม ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ในทัวร์ต่าง ๆ อยากให้ทุกคนติดตามพวกเราตลอดไป”

“แชมป์นี้ผมยกให้ทุกคนเลยครับ”