วิธีคิดที่แตกต่าง ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง

วิธีคิดที่แตกต่าง ย่อมได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง

ปัจจุบันมีนักกอล์ฟอาชีพไทยทั้งหญิงและชายอยู่จำนวนไม่น้อยที่มีฝีมือที่เรียกว่ามีฝีมือ ก็จัดว่าตีกอล์ฟดี ทรงดี เล่นมาตั้งแต่เด็ก แต่เวลาผ่านไปหลายปีแล้ว ฝีมือกลับไม่ก้าวหน้าไปไหน ยังตีสกอร์ไม่อันเดอร์ลึก หรืออันเดอร์ไม่ทุกวัน เพราะอะไร…?

อยากจะให้ลองพิจารณาตรงส่วนของวิธีคิด ซึ่งจะเรียกวิธีคิดนี้ว่าการทำงาน มีอยู่ 2 ประการ ประการแรก การทำงานเพราะอยากได้เงิน, ประการสอง ทำงานเพราะมันคือสิ่งที่รัก

แบบแรก สิ่งที่จะได้ คือ พยายามจะหาเงินเพื่อให้ได้ค่าเลี้ยงชีพ เพื่อจะให้พ่อแม่ เพื่อจะสร้างครอบครัว และต้องพยายามประหยัดอย่าใช้เงิน เพื่อให้เหลือเงินให้มาก การทำงานทำแบบหน้าที่ ทำแบบขอไปที ทำแบบฝืนใจทำ คิดแต่เพียงว่า อดทนซ้อมด้วยตัวเองไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็คงจะดีขึ้น เก่งขึ้นเอง ซ้อมไปๆ พลังชีวิตก็จะค่อยลดลง ยิ่งเห็นคนอื่น ที่เป็นพี่เป็นเพื่อน เป็นรุ่นน้องประสบความสำเร็จ แล้วตัวเองย่ำอยู่กับที่หรือลดต่ำลงจิตใจยิ่งหดเหี่ยว ไฟยิ่งมอดลงไปเรื่อยๆ

โดยเฉพาะยิ่งเป็นครอบครัวที่พ่อหรือแม่ก็ไม่ได้ทำงานประจำ มุ่งหน้าทำงานหรือฝึกซ้อมด้วยกัน พ่ออาศัยอ่าน ดูแต่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง ไม่สามารถวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงได้ ว่าลูกของตัวเองผิดพลาดอะไร ยิ่งทำซ้ำๆในสิ่งที่ผิด ไปแข่งขันทีละครั้ง ไปแบบไม่มีความสุข มีแต่ความกดดัน ว่าจะต้องให้ได้คะแนนดีๆ ตำแหน่งดีๆ เพราะจะได้เงินมากๆ พอผ่านไปวันแรกไม่ดีดังใจคิด วันต่อไปก็ออกไปเล่นด้วยความเศร้า มีแต่ความกลัวต่างๆ นานา แบบแรกนี้ นับวันยิ่งเครียด ยิ่งหมดไฟ ยิ่งแก่เร็ว

แต่แบบที่สอง คือ จะตื่นเช้าด้วยความกระตือรือร้น เพื่ออยากที่จะดูผลงานของตัวเอง รู้สึกสนุกและท้าทายในการที่จะแสดงความสามารถ รู้สึกสนุกต่อปัญหาหรือความยากที่เผชิญ ภาคภูมิใจกับสิ่งที่มีความคืบหน้าไปทีละขั้นตามเป้าหมาย ยินดีปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกไม่ดีขึ้น ลงทุนกับสิ่งที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองดีขึ้น มีโค้ช(ที่เหมาะสมกับตัวเอง)ช่วยในการชี้นำในสิ่งที่ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่ทำให้การเล่นการฝึกซ้อมอย่างมีความสุข

ทั้งแบบแรกและแบบสอง อาจจะมีการทุ่มเท และมีความเหนื่อยเท่าๆ กัน แต่มีความสุขต่างกัน ถ้าจะแย้งว่า พูดมันง่าย แต่ทำจริงๆ มันยากนะ ใครๆก็อยากประสบความสำเร็จทุกคนแหละอยากทำอะไรด้วยความรักทุกคนแหละ แต่มันทำไม่ได้ เพราะมันผ่านมาแล้ว สิ่งที่ผ่านมาแล้วคงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่จะพูดสำหรับคนที่เพิ่งจะเริ่มต้นสู่เส้นทางที่มีความฝัน ความหวัง หรือง่ายๆคือยังเด็กอยู่ โดยมีพ่อแม่ที่อยู่เบื้องหลัง พ่อแม่ควรเริ่มต้นให้เด็กเล่นกอล์ฟ และฝึกซ้อมด้วยความรักความชอบด้วยตัวเอง ไม่ควรเล่นด้วยความกดดัน ถ้าชอบก็เล่น ไม่ชอบก็เลิกเล่น หรือจะมีเป้าหมายแค่ไหน
ไม่ใช่เพื่อนักกีฬา เอาให้ชัดเจน แต่ถ้าเขาชอบ เขารักก็สนับสนุนให้เขาอย่างเต็มที่ คอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ไม่ใช่พยายามจะปั้นเขาให้ได้ตามความต้องการทั้งๆที่ตัวเองไม่ใช่นักปั้นอย่างแท้จริง

อะไรที่อยู่ด้วยกันมานาน มันอาจจะมีอิทธิพลน้อย แต่ถ้าเป็นสิ่งใหม่ๆ อาจจะทำให้สนใจ ทำอย่างมีสมาธิ ทำอย่างมีความหวัง ใช้เวลาวัดผลซัก 3 – 6 เดือน (ไม่ใช่ 2-3 ครั้ง) ก็รู้แล้วว่าผลงานมันเป็นอย่างไร ถ้าดีขึ้นก็ทำงานต่อ ถ้าไม่ดีก็เลิกลากันไป นี่คือตัวอย่างของการคิดที่แตกต่าง ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์