เป้าหมายสู่สายอาชีพ

เป้าหมายสู่สายอาชีพ

เรื่องของยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทุกอย่างของชีวิตมันมีการเปลี่ยนแปลงทุกนาทีจากการเล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกายบางคนมีความตั้งอกตั้งใจจริงก็ยึดเป็นอาชีพใช้ทำมาหากินได้เหมือนกัน เท่าที่จำได้เรามีเป้าหมายในการสร้างนักกีฬาสู่วงการ “กีฬาอาชีพ” มากว่า 20 ปี หลายชนิดมันสามารถสอบผ่านอย่างสวยงาม เรามีนักกอล์ฟ “สตรี” เดินชนกันใน  “LPGA” หลายต่อหลายคน หรือแม้แต่ในทัวร์ยุโรปก็มีอยู่โขเหมือนกัน ล่าสุด “น้องจีน” ก็ผ่านเข้าไปสู่สังเวียน “LPGA” อันเป็นสังเวียนที่มีเงินรางวัลอยู่เพียบ แต่ขณะเดียวกันมันก็มีบรรดา เสือ สิงห์ กระทิง ฯลฯ… อยู่เต็มทุกสนามการแข่งขัน ก็เป็นอันว่า “กอล์ฟ” สอบผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนจีนปาย…

อีกชนิดกีฬาที่ถือว่าเราไม่น้อยหน้าชาติใดในโลกก็คงจะหนีไม่พ้นบรรดานักหวดลูกขนไก่…ซึ่งความจริงมันเป็นขนเป็ดตะหาก…ที่เราเรียกกันติดปากว่า “ลูกขนไก่” มันน่าสนใจกว่านะถ้าจะเรียกว่า “นักตีลูกขนเป็ด” อันนี้ฟังดูไม่น่าเจริญงอกงามมาถึงบัดป่านนี้ ในสายของลูกขนไก่ถ้าไม่รวมจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีจำนวนประชากรเป็นพันล้านคน หรือแม้แต่อินเดียก็พันกว่าล้านเช่นกัน เราคนไทยมีอยู่ราว 70 กว่าล้านคน อันนี้ถือว่าผ่านไปอีกชนิดกีฬาจะด้วยอันดับโลกหรือชัยชนะที่เรากวาดมาได้มันสวยงามใช้ได้เลยทีเดียว หากแต่เพียงเงินรางวัลเจ้าแชมป์เจ้าลูกขนไก่มันออกจะเป็นรองกีฬาอื่นอยู่โขนะครับ…

ขยับปรับไปกีฬาอื่นกันบ้างดีกว่า… “มวย”…พอได้อยู่เหมือนกันจะเป็นมวยไทยที่เริ่มให้ขึ้นสังเวียนตะบันหน้ากันในเวลานี้ถึงแม้จะยังไม่ยอมให้มีคนดู แต่ก็ยังพอกล้อมแกล้มไปได้ก็ภาพทางจอตู้ นักมวยไทยมีสังเวียนได้ทำมาหารับประทานกันอีกมื้อเรื่องนี้ถือว่าดี หากใครที่เก่งแบบทั้งแผ่นดินหาคู่ปรับยากก็โน่นสายมวย “กรง” หรืออะไรก็ช่างที่เป็นเชิงกรต่อสู้บนสังเวียนไปรับเงินรับทองกันไปเจ็ดหลักในบางคน เพราะถ้ายังขืนชกในเวทีมาตรฐานแบบเดิม “ลดน้ำหนัก” กันบานเบิก…แค่จะขึ้นเวทียังสั่นเป็น “เสาโพงพาง” ยังไม่ต้องคิดถึง 5 ยกบนเวทีไปสังเวียนอื่นน่ะดีแล้ว

แต่ไอ้ที่สลดและคาใจอยู่คงเป็น “เทนนิส” ที่ผมใช้เป็นอาชีพทำมาหารับประทานอยู่นี่แหละ กีฬาชนิดนี้เราตั้งธงไว้เป็นอันดับต้นๆ กันเลยก็ว่าได้ พอหลังจากหมดซุปตาร์ดาวดังโครงการที่เคยขลังมันก็พังครืนชนิดไม่เป็นท่าเกือบจะ 20 ปี ที่เราไม่สามารถหาดาวมาประดับวงการกับเขาได้บ้างเลย ทั้ง ATP  และ WTA หรือ ITF ยังยาก ดาวดังที่เคยทำท่าว่าจะเก่งมันหายไปไหนกันหมด ยิ่งเห็นข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้าต้องเรียกว่า “ช็อคกาก” กันเลยทีเดียว เพราะ “ดนัย อุดมโชค” เข้าชิงแล้วแถมชนะเลิศในวัย 40 ซัดเด็กรุ่นหลังเสียพังไม่เป็นท่า แล้วแถมชนะ 2 : 1 เซ็ทเข้าอีก แบบนี้มันตอกย้ำถึงความล้มเหลวได้เลยหรือเปล่าผมไม่กล้าฟันธง แต่ที่แน่ๆ โครงงานของกีฬาเทนนิสมันน่าจะผิดจากความเป็นจริงไปมากเลยทีเดียว เพราะถ้าทำได้อย่างที่คิดกันไว้ เวลานี้มันต้องมีอะไรมาประดับวงการบ้างแต่นี่อะไรกัน… แชมป์คือ คุณพ่อในวัย 40 ปี…สรุปว่า “สอบตก” สำหรับสมาคมนี้

ครูไก่