การสื่อสารด้วยคำพูดและพฤติกรรมทางการกีฬา

การสื่อสารในการกีฬา ในการเล่นกอล์ฟเป็นอย่างไร สำคัญแค่ไหน และควรทำอย่างไร

เมื่อพฤติกรรมของคนเราเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเราคิดอะไรอยู่ และความคิดที่เราแสดงออกทางพฤติกรรมนั้นมีกี่แบบ ถ้ามองในแง่ของพฤติกรรมที่แสดงออกมาเป็นอย่างไร เราสามารถแบ่งออกเป็นแบบที่เป็นอาการ/อารมณ์/พฤติกรรม และแบบที่เป็นคำพูด อย่างไรก็ตามไม่ว่าคำพูดและพฤติกรรมของเราจะเป็นแบบไหน ก็สามารถสะท้อนและมีผลกระทบต่อคนที่ได้ยินและได้เห็นเหมือนกัน

การได้ยินคนบอกว่า “เยี่ยม” หรือได้เห็นคน ยกกำปั้น ชูขึ้นหลังจากพัตต์ลูกระยะไกลลง แม้จะมีอาการต่างกัน แต่ก็เป็นเครื่องแสดงถึงความสามารถ การชื่นชมและยืนยันสิ่งที่เพิ่งทำไป ในขณะเดียวกันเราก็จะได้ยินคำว่า “วันนี้แย่จัง” “พัตต์ไม่ดีเลย” หรืออาการ “ส่ายหัว” “ฝาดเหล็กลงกับพื้น” จะเห็นว่าอาการทั้ง 2 ลักษณะเป็นการสื่อสารทั้งในทางบวกและทางลบ และการที่สื่อสารออกมาทั้ง 2 ลักษณะ ทั้งที่เป็นเสียงและพฤติกรรมล้วนส่งผลต่อการเล่นของตัวเอง และนักกีฬาของตัวเองได้ และผลกระทบนั้นก็มีทั้งในแง่บวก และลบ

แน่นอนว่าพฤติกรรมและคำพูดในทางบวก ในทางที่ดี มักจะตามมาด้วยผลลัพท์ที่ดี ความรู้สึกและอารมณ์ที่ดีด้วย ในทางตรงข้ามอาการและคำพูดที่เป็นลบ ก็จะนำไปสู่ผลที่เป็นลบ ความรู้สึกในทางลบ และอารมณ์เสียได้

ถ้ารู้เช่นนี้แล้ว เราควรจะทำอย่างไรให้เกิดผลในทางที่ดี จากอาการและพฤติกรรมของนักกีฬาและคนที่เกี่ยวข้อง หลักการเบื้องต้นคือเราควรจะมีอาการ ไม่ว่าคำพูดหรืออาการในทางบวกให้มากกว่า อาการหรือคำพูดในทางลบ มีการพูดถึงผลกระทบในทางลบอันเกิดจากการแสดงออกนี้ หลายท่านบอกว่าวันนี้ไม่ได้พูดอะไรที่ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจหรือการเล่นเลย แต่นักกีฬาเล่นได้ไม่ดี อารมณ์เสียง่าย แต่ลืมไปว่าแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรให้ได้ยินเลย แต่อาการหรือพฤติกรรมที่แสดงหรือปรากฏเมื่อนักกีฬาทำได้ไม่ดี เช่น สายหน้า ก้มหน้า เดินหนี ก็เปรียบเสมือนคำพูดในทางลบของเราแล้ว

ประโยคที่ว่า “ภาพหนึ่งภาพ มีค่ามากกว่าคำพูดเป็นพันคำ” ก็เป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่าแม้ไม่ได้พูด แต่อาการและท่าทางของเราก็มีผลเช่นเดียวกัน ขณะที่การแสดงออกในทาง บวก ในทางที่ดี ก็สามารถปรากฏให้เห็นได้ทางพฤติกรรมเช่นกัน เช่น การที่เราปรบมือ เรายิ้ม เราพยักหน้า

ดังนั้นความสำคัญของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือไม่เป็นคำพูด ก็ควรถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม และผู้ที่เกี่ยวข้องควรเข้าใจว่าต้องใช้หลักการนี้อย่างเหมาะสม ต่อเนื่อง เพราะการรับสารจากการได้ยินคำพูดและอาการต่างๆจะส่งผลต่อผู้รับสาร เช่น ถ้ารับสารในทางบวก การรับรู้ก็จะนำไปสู่ความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ที่ดี ทำให้เกิดความมั่นใจ ตั้งใจ แรงจูงใจที่จะทำกิจกรรมนั้นอีก ในทางตรงกันข้ามการรับสารที่เป็นในทางลบ ก็จะทำให้ผู้รับสารขาดความสุข เสียสมาธิ แรงจูงใจ ความมุ่งมั่นทุ่มเทลดลง สิ่งเหล่านี้ไม่ดีต่อนักกีฬาทั้งในระหว่างฝึกซ้อมและแข่งขัน

เมื่อเราเข้าใจหลักการและผลกระทบนี้แล้ว วิธีปลูกฝังหลักการ คำพูดและอาการที่เหมาะสมนี้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นอัตโนมัติสามารถเกิดขึ้นได้ จากการฝึก จากการพูดเตือนตัวเองอยู่เสมอ รวมทั้งการบอกตัวเองก่อนการฝึกซ้อมและแข่งขัน หรือใช้วิธีการมองตัวเองในกระจกก่อนการติดตามนักกีฬาไปฝึกซ้อมและแข่งขัน และอีกทางหนึ่งคือการที่มีเป้าหมายของการฝึกซ้อมและแข่งขันที่กระบวนการมากกว่าผลการแข่งขันที่จะส่งผลให้ความคาดหวัง ความกดดันนักกีฬาลดลง และอาการและคำพูดในทางบวกก็จะมีมากขึ้น ขอให้ร่วมสังเกตการฝึกซ้อมและแข่งขัน โดยกำหนดเป้าหมายที่วิธีการ ไม่ใช่ผลแพ้ชนะ มองตัวเองในกระจกก่อนออกจากบ้าน นึกถึงคำพูดดีๆบวกๆไว้เยอะๆ รวมทั้งฝึกแสดงอาการในทางบวกไว้ตลอดเวลา เพื่อจะได้ไม่เผลอหลุดเมื่อเหตุการณ์เป็นลบในการฝึกซ้อมและแข่งขัน มีคำพูดและอาการในทางที่ดีตลอดเวลา

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
นายกสมาคมจิตวิทยาการกีฬาประยุกต์แห่งประเทศไทย