นักกอล์ฟอาชีพ & อาชีพนักกอล์ฟ

นักกอล์ฟอาชีพ & อาชีพนักกอล์ฟ

นักกอล์ฟอาชีพ และ อาชีพนักกอล์ฟดูเหมือนกับว่าเหมือนๆกัน แต่ความแตกต่างของทั้งสองนั้นมี

นักกอล์ฟอาชีพ คือ นักกอล์ฟที่เล่นกอล์ฟเพื่ออาชีพ ต้องทำงานหนักเหมือนกับคนทำงานทั่วๆไป คือ วันละ 7-8  ชม.

แต่อาชีพนักกอล์ฟ คือ คนที่ทำงานเกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ เช่น โปรสอนกอล์ฟ คนซ่อมไม้กอล์ฟ คนสร้างสนามกอล์ฟ แค้ดดี้ เป็นต้น

ถ้าเป็นนักกอล์ฟอาชีพ ต้องเล่นกอล์ฟเพื่อแข่งขันกันทำสกอร์ให้ดี ใครดีก็มีเงินรางวัลให้ตามลำดับ รวมทั้งต้องตีดีเพื่อให้คนอยากดู ทั้งสนามจริงและในทีวี เพื่อจะดึงดูดให้บรรดาสินค้าทั้งหลายมาเป็นสปอนเซอร์จัดแข่งขัน

การจะเป็นนักกอล์ฟอาชีพที่ประสบผลสำเร็จนั้น จะวัดด้วยการที่สามารถเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวได้อาจจะไม่ต้องถึงกับรวยมาก แต่มันต้องอยู่ได้

ในวงการของกอล์ฟทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีเงินให้ล่าอยู่จำนวนไม่น้อย ขอเพียงใครมีความสามารถแย่งชิงมาได้แค่ไหน ซึ่งการแย่งชิงไม่ใช่ว่าต้องปะทะกัน เป็นเพียงการตีแล้วใครมีสกอร์น้อยกว่ากันเท่านั้น 

การเป็นนักกอล์ฟอาชีพ ไม่ใช่เป็นแต่ชื่อ ว่าเป็นโปร ไม่ใช่แข่งขันเมื่อไรก็ไม่ผ่านการตัดตัว หรือถ้าผ่านก็จบในตำแหน่งที่ได้เงินรางวัลไม่คุ้มกับการลงทุนไปในแต่ละครั้ง

การพัฒนาตัวเองที่ก้าวหน้า และการคงอยู่ซึ่งความสามารถ คือประเด็นต้องให้ความสนใจอยู่เสมอของนักกอล์ฟอาชีพ

ไม่ใช่แค่จบครั้งนี้ ผลที่ออกมาไม่ดี ก็ไม่เป็นไร ครั้งหน้าเอาใหม่ ฟังดูเหมือนมันดูดี เพราะมันมีแข่งบ่อยๆ

แต่หลายๆคนเอาใหม่ตั้งแต่อายุ 22 จนเผลอแป๊บเดียวอายุ 30 เศษแล้วยังไม่ไปถึงไหน 10 ปีผ่านมาอนาคตที่วาดฝันไว้ว่าจะเข้าไปเล่นในทัวร์นั้นทัวร์นี้มันก็ยังไปไม่ถึง

ผลการเล่นยังไงยังไงมันก็ไม่อันเดอร์สักที ถึงมีบ้างก็ไม่ลึก บางทีเบอร์ดี้มันก็เยอะนะ แต่โบกี้ ดับเบิ้ลมันก็เยอะเช่นกัน

สถิติ หรือ Stat ที่เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กว่าต้องรู้ ว่าตัวเองตีกี่แฟร์เวย์ ตีออนกี่กรีน พัตต์ไปกี่พัตต์ อัพแอนด์ดาวน์ทำได้เท่าไร

บางคนไม่ได้สนใจแล้วตอนเป็นนักกอล์ฟอาชีพ ซึ่งอาจจะลืมเลือนไป เพราะถ้าสนใจต้องเอามาใช้ประโยชน์

หลายคนคิดแค่เพียง เมื่อผิดพลาดครั้งที่ผ่านมาแล้ว ก็กลับมาฝึกซ้อมต่อไปให้หนัก แต่พอถึงครั้งนี้อีก ผลก็เหมือนเดิม แล้วก็กลับมาฝึกซ้อมอย่างหนักอีก ครั้งต่อไปก็เหมือนเดิมอีก ปีแล้วปีเล่า

สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะ ไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกจุด อาจมาจากการฝึกซ้อมเอง หรือฝึกซ้อมกับพ่อแม่ไม่อยากเสียเงินจ้างโค้ช หรือทำงานอยู่กับโค้ชที่ไม่ตั้งใจพอที่จะช่วยตัวเองก็รู้ว่าผิดอะไร ซ้อมเองก็ได้ ซ้อมไปเยอะๆเดี๋ยวก็เก่งเอง แต่สุดท้ายเราก็ไม่เก่งพอที่จะเดินก้าวไปข้างหน้า ไปให้ไกลกว่าเดิม

ทั้งที่สถิติดังกล่าวมามันช่วยทำให้เราสามารถฝึกซ้อมให้ตรงกับสิ่ง ที่เป็นปัญหาอยู่ เช่นจำนวนพัตต์พื้นฐานต้องอย่างน้อย 30 พัตต์ ถ้าจะอันเดอร์พัตต์ควรพัตต์ให้น้อยกว่านั้น ถ้าพัตต์ยังมากอยู่ก็ต้องดูว่าพัตต์ใกล้ๆ พัตต์ระยะกลาง จำนวนมันลงน้อย หรือพัตต์ไกลมันไม่ค่อยใกล้หลุม ก็ไปฝึกซ้อมแก้ไขสิ่งนั้น

หรือการอัพแอนด์ดาวน์ คือการตีไม่ออน(ซึ่งโปรเก่งๆเขาก็มีโอกาสตีไม่ออนได้) แต่สามารถจบด้วยพาร์ได้ ทำได้กี่หลุมจากที่ตีไม่ออนนั้น

หรือการที่ต้องรู้ว่า การตีไม่ตรง การตีไม่แม่นเป้า ไม่แม่นระยะ มันมีปัญหา แต่ไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกจุดคิดว่าซ้อมไปเรื่อยๆเดี๋ยวมันก็โอเครขึ้น เพราว่าบางลูกมันโอเครอยู่

ทั้งนี้ปัญหามันอาจอยู่ที่ เบสิคจับกริพยังไม่ถูกต้องทำให้ตีไม่ได้ระยะ ทำให้ตีไม่แม่นยำเป้าหมาย

หรือสวิงเพลนอาจไม่ถูกต้อง ทำให้ทิศทางไม่สม่ำเสมอ

หรืออาจอยู่ที่เทคนิคยังไม่ถูกทำให้ตีไม่ได้ระยะ

หรือที่สำคัญอาจเพราะระบบความคิดที่จัดการให้มีสมาธิไม่ได้ หรือไม่ดีพอ ขาดความมั่นใจง่าย พอเสียจะเสียต่อเนื่อง หรือพอมันดีก็รู้สึกตื่นเต้นจนรักษาไว้ไม่ได้

สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ โดยที่วิเคราะห์ปัญหาไม่ถูก และแก้ไขก็ไม่ตรงจุด ยิ่งขยันฝึกซ้อม แต่ซ้อมในสิ่งที่ผิดพลาด ก็ยิ่งไปตอกย้ำความผิดพลาดให้ลงลึก แก้ไขยากยิ่งขึ้น

ดังนั้นถ้าอยากไปต่อ ไม่อยากหยุดนิ่งอยู่กับที่ต้องเปลี่ยนแปลง อายุน้อยมักจะคิด ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาใหม่เผลอแป๊บเดียวอายุ 30  แล้วเมื่อไรจะถึงเป้าหมาย

ผมคิดว่าทุกครั้งต้องใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ การทำไม่ได้ตามเป้าหมายต้องมีสาเหตุ ฝึกซ้อมแก้สาเหตุแล้วประเมินผลครั้งต่อไป

สิ่งสำคัญที่พบเห็นคือ ความมีอีโก้ของทั้งนักกีฬาและผู้ปกครอง ที่คิดว่าตัวเองรู้หมดแล้ว ไม่ยอมจ้างใครให้เสียเงิน แต่สุดท้ายก็แก้ปัญหาให้ตัวเองไม่ได้ เหมือนผงเข้าตาตัวเรา เราจะเขี่ยเองยาก

บางครั้ง ปัญหามันอยู่ที่ลูกสั้นไม่เฉียบคม พัตต์หวังผลไม่ได้ ไดร์ฟไม่อยู่แฟร์เวย์ ตีไม่ได้ระยะอย่างที่ควรได้ ตีระยะต่ำกว่าระยะ 100 หลา ไม่เข้าเป้า เสียสมาธิง่าย แต่ไปแก้ไขอยู่ที่การต้องเล่นเวทหนักๆ อาทิตย์ละ 3 -4 วัน ยืนซ้อมแต่ที่ไดร์ฟวิ่งเรนจ์ในร่มเพื่อหวังให้ตรง ให้ไกลขึ้น ไม่ได้ไปแก้ให้ตรงจุด บอกได้เลยว่าเสียเวลา ไปไม่ถึงเป้าหมายแน่นอน

การเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะทำให้เจ็บปวดบ้าง แต่มันก็คุ้มค่า ถ้าเปลี่ยนแล้วมันดีขึ้น

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์