การพัฒนากีฬาอย่างเป็นระบบ (การฝึกเมื่อต้องหยุดเล่น)

การพัฒนากีฬาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ขั้นการฝึกเมื่อถึงเวลาต้องหยุดเล่นกีฬา

ในฉบับนี้เรามาทราบเรื่องของการฝึกนักกีฬาที่มีเป้าหมายของการพัฒนาร่างกาย ทักษะและจิตใจที่เป้าหมายเมื่อถึงเวลาของการหยุดเล่นกีฬา (Training to Retirement) กันครับ

จากช่วงของการแข่งขันเพื่อชัยชนะ ความสำเร็จเมื่อลงแข่งขัน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่มีความเข้มข้น จริงจัง และเปี่ยมไปด้วยคุณภาพของการเล่นกีฬาที่สะสมมามากกว่า 10 ปี การรักษาระดับของการแข่งขันและผลของการแข่งขันจนสิ้นสุดการเล่นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศไปแล้ว ก็ถึงเวลาของการเตรียมความพร้อมที่จะเลิกเล่น เลิกแข่งขันจริงจัง ไปสู่ช่วงของการขยับตัวไปสู่การออกกำลังกายหรือแข่งขันกีฬาเป็นการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพโดยปราศจากการแข่งขัน การฝึกฝนหนักเพื่อความเป็นเลิศ กลับสู่สังคมของคนทั่วๆไป ที่การเล่นกีฬาก็เพื่อรักษาระดับที่ดีของสุขภาพและเพื่อการมีสังคมที่ดีเท่านั้น

ช่วงอายุของระยะสุดท้ายนี้ เป็นช่วงอายุที่มีความไม่แน่นอน แล้วแต่ชนิดกีฬาหรือขึ้นอยู่กับผลการเล่น ไม่ว่าจะมาจากกายหรือใจของนักกีฬาก็ตาม นักกีฬาหญิงและนักกีฬาชายก็ยากที่จะกำหนดว่าควรจะเป็นช่วงเวลาใด

ในรายละเอียดคือ เป็นช่วงที่เป็นการหยุดหรือถอนตัวออกจากการแข่งขันเต็มตัว ช่วงนี้มีความวิกฤตฺพอสมควรเมื่อนักกีฬาระดับสูงต้องปรับตัวเองที่เลิกจากการแข่งขัน และเปลี่ยนมาใช้เวลาในการปรับตัวที่มุ่งไปที่ชีวิตและสังคมหลังเลิกแข่งขันกีฬาอาชีพ หากนักกีฬาไม่ได้เตรียมตัวเองในการปรับตัวครั้งสำคัญนี้ก็อาจจะนำไปสู่ความยากลำบากในการปรับตัว เหมือนกับที่เมื่อคนธรรมดาที่ประกอบอาชีพและต้องเกษียณไป โดยที่ไม่ได้มีการเตรียมตัว ก็นอาจจะทำให้เกิดความลำบากและความทุกข์ยากได้

อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถือว่าการเลิกเล่นกีฬาจริงจังแล้ว นักกีฬาจะหลุดพ้นออกจาการแข่งขันจริงจังโดยสิ้นเชิง มีอดีตนักกีฬาหลายคนที่เมื่อเลิกแข่งขันกีฬาอย่างจริงจังแล้ว ก็เปลี่ยนสถานะตัวเองไปทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาในหัวโขนใหม่ เช่น ผู้ฝึกสอนกีฬา ผู้ตัดสินกีฬา หรือแม้แต่ผู้บริหารของสมาคมกีฬาฯ การได้มีงานทำในลักษณะดังกล่าวนี้ ก็จะไม่เหมือนกับการออกจากวงการกีฬาโดยสิ้นเชิง ยังคงมีความเกี่ยวพันธ์กับกีฬาที่ตัวเองรักและฝึกฝนอยู่เป็นเวลานาน

ช่วงเวลานี้อาจจะเป็นช่วงเวลาของการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าอยากที่จะยังเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นไป ลองเล่นกีฬาอื่นดู หรือปรับเป็นการเล่นกีฬาเพื่อสันทนาการ ที่อาจจะไม่มีโอกาสมาก่อน ณ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดที่มีการพูดคุยกัน แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญว่าถึงเวลาของการปรับตัวเองให้สู่การจัดการเตรียมความพร้อมให้มีความเหมาะสมกับช่วงเวลาที่จะต้องมีการถ่ายโอนเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ในช่วงเวลานี้ แม้ร่างกายจะเป็นช่วงขาลงของการเตรียมความพร้อมและการแข่งขันกีฬาก็ตาม แต่สภาพจิตใจก็ยังอาจจะมีความแตกต่างอยู่บ้าง บางครั้งจิตใจก็จะอ่อนแอ เหี่ยวเฉา หรือเหงาหงอยลงได้ หากไม่ได้รับการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมมาอย่างดี ขณะที่ในนักกีฬาหลายคนก็ยังมองว่ายังสามารถทำอะไรได้อีกมาก

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นระยะใดของการพัฒนากีฬา สิ่งที่จะทำให้การแข่งขันมีผลเป็นที่พอใจของนักกีฬาคือ ความสุขในทุกระยะของการเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันหรือเพื่อความเป็นเลิศ ความสุขที่สนุกจาการได้เคลื่อนไหวร่างกาย การได้เล่นกับเพื่อน ตามด้วยความสุขจาการที่มีการปรับและเรียนรู้การเตรียมตัวเป็นนักกีฬา การเตรียมเตรียมตัวเพื่อการฝึกซ้อม การแข่งขัน การมุ่งที่ชัยชนะและทำให้เต็มศักยภาพของการเป็นนักกีฬา ละสุดท้ายคือระยะของการผ่อนผันตัวเองให้เบาลง และกลับคืนสู่สังคมอย่างมีความสุข มีความสบายใจจากการที่ได้ร่วมในการเป็นนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิส และเพื่อการแข่งขัน

จากการนำเสนอบทความต่อเนื่องเกี่ยวกับกระบวนการของการพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในทุกระยะ หวังว่านักกีฬา ผู้ปกครอง โค้ช และผู้บริหาร จะมีความเข้าใจและเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนพัฒนาการของนักกีฬาอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และเต็มประสิทธิภาพ

ผศ. ดร. นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา
นายกสมาคมจิตวิทยาการกีฬาประยุกต์แห่งประเทศไทย