ตอนที่ 28 นิรันตระ

๒๘.นิรันตระ

แสงเงินแสงทองกำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ขอบฟ้า เป็นเครื่องสัญญาณบอกว่าวันใหม่กำลังย่างเข้ามา ฝูงสัตว์ป่าต่างส่งเสียงร้องระงมเหมือนจะเรียกเพื่อนฝูงให้เตรียมออกหากิน ขณะที่ธรรมชาติในป่าใหญ่กำลังเต็มไปด้วยความสดชื่นในยามรุ่งอรุณ แต่หัวใจของ พระนิรันตระ กลับรู้สึกอ่อนล้ายิ่งได้ยินเสียงร่ำร้องของนกดุเหว่าที่ดังแว่วมาแต่ไกลนั้น ทำให้พระนิรันตระกลับคิดถึงบ้านเรือนไทยริมโขงคิดถึงลูกเมียที่เคยอยู่ร่วมเรียงเคียงนอน 

ชะนีส่งเสียงร้องโหยหวน ทุกอย่างเป็นการทดสอบพระนิรันตระ ผู้ซึ่งปฏิบัติตนถึงพระ

รัตนตรัยอยู่ในสัมมาปฏิบัติ เร่งรัดให้เห็นในวัฏสงสารเพื่อดำเนินตามมรรคสู่การพ้นทุกข์ จากปฏิบัติตามธรรมเนียมของพระภิกษุในพุทธศาสนาเมื่ออุปสมบทแล้ว จะต้องอยู่ในสำนักพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ศึกษาระเบียบวินัยของพระ และปฏิบัติบำรุงท่านยาครู เจ้าคณะตำบล ครบ ๕ ปีก่อน จึงจะถือว่าเป็นพระผู้ใหญ่มีความรู้ความสามารถพอที่จะคุ้มครองตัวเองได้ ซึ่งพระนิรันตระได้อยู่ปฏิบัติบำรุงอาจารย์จนครบ ๕ ปี 

ตามธรรมเนียมตลอดเวลา ๕ ปีอันยาวนาน พระนิรันตระได้ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเล่าเรียน

ระเบียบวินัย และข้อปฏิบัติของพระจนช่ำชอง และเอาใจใส่อย่างเคร่งครัดเป็นที่พออกพอใจของยาครู เป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่บรรลุมรรคผลขั้นใด เพราะบารมีของพระนิรันตระยังไม่แก่กล้าพอที่จะตัดความห่วงใยทั้งปวงได้ เฉพาะอย่างยิ่งความรักความอาทรที่มีกับลูกเมียที่จากไปตลอดเวลา แม้จะล่วงมากว่า ๕ ปีแล้ว จนในที่สุดได้ตัดสินใจออกเดินธุดงค์เพื่อแสวงหาธรรม 

พระนิรันตระเป็นพระภิกษุทรงศีลออกเดินทางไปอย่างรีบร้อน เมื่อถึงหมู่บ้านก็เข้าพัก

อาศัยอบรมสั่งสอนชาวบ้านไปเรื่อย ให้ตั้งอยู่ในสัมมาปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนาที่ท่านศึกษาเล่าเรียนมา ด้วยความมานะอุตสาหะด้วยความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวมั่นคง จนกระทั่งวันหนึ่งถึงป่าใหญ่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดลำน้ำโขง เดินผ่านป่าใหญ่ตั้งแต่รุ่งเช้าจนค่ำมืด รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลีย และหิวกระหายเป็นกำลัง เพราะไม่ได้ฉันอาหารตลอดทั้งวันนอกจากน้ำ เนื่องจากในป่าใหญ่ไม่มีบ้านเรือนคนอยู่เลย พระนิรันตระ ภิกษุหนุ่มจึงเลือกเอาต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งริมลำธารที่แยกออกมาจากลำน้ำโขงใหญ่ไม่ไกลนัก ต้นไม้ทุกต้นทั้งน้อยใหญ่ยืนสงบอยู่ในความเงียบสงบเสมือนกำลังมองดูพระภิกษุหนุ่มด้วยความสนใจ บรรยากาศค่ำคืนนี้หนาวเย็นจับใจ เงียบสงัดวังเวง ภิกษุหนุ่มรีบปักกลดก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า แสงวอมแวมอยู่ท่ามกลางความมืด พระนิรันตระเอามือทั้งสองอุ้มน้ำเข้าปากและลูบที่ใบหน้า เพื่อให้เกิดความสดชื่นด้วยความเร่งรีบก่อนที่ตะวันตกดิน พระนิรันตระรีบจัดแจงข้าวของที่ติดตัวมาโดยเฉพาะ สังฆาฏิเพื่อห่ม เนื่องจากอากาศหนาวเย็นลงทุกที แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพราะเดินทางมาแสนไกล แต่ภิกษุหนุ่มกลับหาหลับตาลงไม่ สวดมนต์ภาวนา สมาธิแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย บทแล้วบทเล่า ก็มิอาจหลับตาลงได้ น้ำใสๆยังคงไหลเป็นทาง… “นี่เราไม่บรรลุมรรคผลขั้นใดเลยหรือนี่แม้จะผ่านมาตั้ง ๕ ปีแล้ว ความรัก ความอาลัยอาวรณ์ ความคิดถึงยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อยามอยู่คนเดียว ไม่มีผู้สนทนาธรรมไม่มีครูบาอาจารย์คอยพร่ำสอนให้เราตัดวิบากกรรมที่เราเคยสร้างไว้ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ การพลัดพรากจากกันของครอบครัวเราในครั้งนี้มันหนักหนาสากรรจ์ยิ่งนัก ยิ่งเราอยู่ใกล้ลำน้ำโขงทำให้เราตัดใจไม่ขาด หวนรำลึกภาพเมื่ออดีต นิรันตระเอ๋ยเจ้าต้องทำให้ได้เจ้าต้องผ่านให้ได้ จำไว้ๆ…”

ภิกษุหนุ่มหลับตานิ่งน้ำใสๆยังคงไหลเป็นทางอาบแก้ม
ข้าพเจ้าขอแผ่เมตตา
ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล
บุญกุศลแผ่ไปให้ไพศาล
ถึงบิดามารดาครูอาจารย์
ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
คนเคยรักเคยชังแต่ครั้งไหน
ขอให้ได้ส่วนกุศลของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ
ขอให้ท่านได้กุศลและผลบุญ
อีกปู่ย่าตายายทั้งหลายนั้น
ขอให้ท่านได้กุศลผลอุดหนุน
ทหารตำรวจตรวจแดนไทยจงได้บุญ
ช่วยป้องกันศัตรูไทยได้บุญนี้
สำหรับท่านหมั่นปฏิบัติวิปัสสนา
ขอให้พาได้พบสุขทุกวิธี
ประสบพบนิพพานของญาณมุนี
ในชาตินี้มีมรรคผลทุกคนเทอญ
บุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้
จงสำเร็จเป็นปัจจัยไร้ราคี
ให้ฉันนี้พ้นกิเลสเขตกันดาร
หากมีสำเร็จพระอรหันต์
ตัวของฉันอย่าได้พบความขัดสน
พร้อมทวยเทพและสวรรค์จงบันดล
ให้เลิศล้นทรัพย์ยศปรากฏมี
คำ “ไม่มี” อย่าบังเกิดกับตัวฉัน
ทุกสิ่งสรรค์พร้อมพูนบุญราศี
คนใจบาปหยาบช้าไร้ปรานี
จงหลีกหนีได้พ้นคนใจมาร
ยามสิ้นบุญเจ้าน้อยเมื่อแคล้วคลาด
ถ้าประมาทขาดสติมิประสาน
ขอเทวาอารักษ์ชักบันดาล
โปรดประทานสติมั่นแก่ฉันเทอญ.

ที่สุดภิกษุหนุ่มก็ผล็อยหลับไป…

มณีจันทร์ฉาย