ตอนที่ 24 ความรัก กับการพลัดพราก (3)

๒๔.ความรัก กับการพลัดพราก ๓

พบสลัดศีรษะไปมา เหมือนเขากำลังฝันไปมันไม่ใช่ความจริง เขายังมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว มือสองข้างกุมอยู่ที่ขมับ เขายังจำประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับแพ

“เวลาทั้งหมดในชีวิตพบมีไว้เพื่อรักลูกและแพเท่านั้น”

น้ำตาลูกผู้ชายไหลลงอาบแก้ม เขาสับสนสิ้นหวังในชีวิตทำอะไรไม่ถูก ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นต่างช่วยกันนำร่างไร้วิญญาณของทั้งสามคนขึ้นไว้บนศาลาของวัดหนองบัว

พบยังคงนั่งเหม่อลอยน้ำตาไหลริน จนมือของเจ้หมวยมาแตะที่ไหล่

“พบเอ้ย หักห้ามใจหน่อยเถอะลูก เขาไปสบายแล้วเราอยู่ทางนี้ก็ส่งบุญกุศลไปให้เขาเถอะลูก” 

พบผวากอดเจ้หมวยร้องไห้โฮออกมาครั้งใหญ่

“เจ้หมวยไม่มีคนร้อยมาลัยให้เจ้หมวยอีกแล้ว แพจากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำไมโชคชะตาถึงโหดร้ายกับผมขนาดนี้ ลูกผมเมียผมทุกคนทิ้งผมไปหมดแล้วเจ้หมวย ผมจะอยู่ได้อย่างไรเจ้หมวย”

เจ้หมวยเอามืออันหยาบกร้านที่แฝงด้วยความอ่อนโยนโอบอ้อมอารีย์ ลูบหัวพบเหมือนลูกหลานแท้ๆของแก

“พบเอ้ย เขาจากเราไปแล้วทำอย่างไรก็ไม่กลับคืนมา หักอกหักใจเสียบ้าง ไปล้างหน้าล้างตาเสียก่อนไปจะได้ไปดูเรื่องการจัดงานให้ลูกเมีย เย็นนี้ก็จะมีการรดน้ำ เดี๋ยวแขกเหรื่อก็จะทยอยกันมาแล้ว ไปลูกไปพบ”

พบพยักหน้าตอบรับ เอามือปาดน้ำตาและทำตามคำของเจ้หมวยบอกอย่างว่าง่าย

เจ้หมวย…ตบที่บ่าเบาๆ 

“พบเอ้ย มนุษย์เราก็แค่นี้ พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไปในที่สุด เราก็ต้องมีวันนี้เช่นกัน”

พบให้พันพายเรือนำเขากลับไปที่บ้านเรือนไทยอีกฝั่งคลอง เขาอดไม่ได้ที่จะกลั้นน้ำตา

ออกมาอีกครั้ง  ภาพต่างๆที่เขา แพและลูกปรากฏเด่นชัดขึ้นจนเขาต้องสลัดมันทิ้งไปเป็นระยะๆ พบหยิบกล่องไม้ใบเก่าที่บรรจุ สร้อยพญานาคสองเศียรที่เกี่ยวก้อยกันล้อมรอบด้วยอัญมณีเขียวส่อง แหวนมรกต ของรักของหวงของแพติดมือไปด้วย

พบอาบน้ำแต่งกายด้วยชุดขาวที่เขาใส่สวดมนต์กับลูกและแพเป็นประจำ ก่อนออกจากเรือนชานเขาไม่ลืมที่จะจุดธูป ๑๙ ดอก ปักไว้ใต้ต้นลั่นทมที่แพรักและโปรดปราน

…ข้าแต่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ เทพยดาฟ้าดิน ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน ๑๔ ชั้นบาดาล บัดนี้เหลือเพียงข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ลูกและเมียอันเป็นที่รักของข้าได้จากข้าไปหมดแล้ว ข้าขอสัญญาว่า ข้าจะประพฤติอยู่ในศีลธรรมดังเดิม และข้าจะขอพบกับลูกและเมียของข้าทุกชาติไป……….. จบคำกล่าว เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนพบสะดุ้ง พันที่นั่งคอยอยู่ริมตลิ่งก็พลอยสะดุ้งกับเสียงฟ้าร้องกึกก้องไปด้วย พันรำพึงในใจ…พี่พบช่างรักลูกเมียจนหาที่เปรียบไม่ได้ โลกนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน ถ้าไม่เกิดกับใครก็คงไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน นี่ขนาดเรายังไม่มีครอบครัวเรายังรู้สึกเศร้ามากมายไปกับพี่พบเขาเลย พันถอนหายใจยาวจนได้ยินเสียงพบเดินมาและเอ่ยว่า

“ไปเถอะพันเดี๋ยวทางโน้นเขาจะคอยเรา”

“พี่พบไม่รอให้ธูปเทียนดับเสียก่อนเหรอครับ?”

“ไม่หรอก จุดไว้ใต้ต้นลั่นทมอย่างนี้แหละไม่อันตรายหรอก อีกอย่างแพเขาจะได้รับรู้ความรู้สึกของข้าว่าข้ารักเขามากมายขนาดไหน”

พัน…พยักหน้าพร้อมตอบรับ 

“ครับพี่พบ”

ทั้งคู่ลงเรือพายข้ามฝั่งโดยไม่มีเสียงพูดคุยแม้แต่คำเดียว ได้ยินแต่เสียงถอนลมหายใจ กับสายลมพัด

“…แพเอ๋ย…บัวหลวงสีชมพู หุบกลีบดอกใบ มันคงเศร้าใจไม่ต่างจากพี่ ต่อจากนี้ไปจะมีใครมาหยอกล้อพูดคุยกับมันในยามเช้า ใครจะเก็บมันไปไว้บนพานยามมันบานแล้วร่วงหล่น…มันคงอยากถามว่าแพไปไหน ถ้ามันพูดได้…มันคงร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายแล้วไหลลงน้ำโขง แพ…พบจะอยู่ได้อย่างไร? ”

พันเรียกพบเบา ๆเมื่อมาถึงวัด

“พี่พบๆถึงตลิ่งข้างวัดแล้วครับ”

 เป็นคำแรกที่พูดกันตั้งแต่เรือพายออกจากฝั่งโน้น  พบพยักหน้าด้วยกริยาของคนที่มีร่างอันปราศจากวิญญาณ

“ขอบใจมากนะพัน”

…………………………………………

ทั้งคู่ไปยังศาลาวัดโดยไม่ปริปากพูดกันอีกเลย ถึงศาลาพบยกมือไหว้แขกเหรื่อชาวบ้านละแวกนั้น ซึ่งทุกคนมีสายตาแดงก่ำ มโหรีจากโรงเรียนวัดหนองบัว บรรเลงเพลงธรณีกรรแสง ยิ่งทำให้บรรยากาศในเวลานั้นเศร้าสลดลงไปอีก

พบจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ภาพที่ทำให้พบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกครั้ง คือภาพเหมือนคนนอนหลับของลูกและเมียที่ถูกวางไว้บนแท่นในศาลา มาลัยฝีมือของแพที่เตรียมส่งเจ้หมวยกลับได้มาใช้ในงานของแพเอง ต่อจากนี้ไม่มีแล้วมาลัยฝีมือของแพ สุดท้ายๆจริงๆ…

“แพ…ความรักที่พบมีให้แพเป็นรักที่ปราศจากเงื่อนไขเป็นมิตรภาพอันยั่งยืน เป็นความรักที่มีแต่ให้ ให้ด้วยความพอใจสุขใจ ชีวิตที่พบให้แพเป็นความรักเช่นนี้จริงๆ การจากไปครั้งนี้หากเป็นด้วยชะตาชีวิต ชะตากรรมเป็นผู้กำหนด ก็ขอให้แพกับลูก และแก้ว สู่สุคติภพเถอะนะ”

พบ…จุดธูปต่อหน้าลูกเมียอีกครั้ง

เขากล่าวขึ้นเสียงดังจนคนทั้งศาลาได้ยินกันทั่วทุกคน

“ผมจะบวชให้ลูกกับเมียผมชั่วชีวิต ตลอดที่ผมมีลมหายใจ”

สิ้นเสียงคำกล่าวของพบ แขกเหรื่อทั้งศาลายกมือขึ้นท่วมหัวกล่าว “สาธุๆ” โดยพร้อมเพรียงแบบไม่ต้องนัดหมาย

ทันใดนั้นเอง เสียงฟ้าคำรามกึกก้อง ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา คนทั้งศาลามองหน้ากันเหมือนรู้ในความหมาย  เจ้หมวย น้ำตาไหลพรากยกมือขึ้นท่วมหัว 

“สาธุพบเอ้ย ขอให้อานิสงส์ของเอ็งจงสมปรารถนา ได้พบกับลูกเมียของเอ็งทุกชาติด้วยเทอญ”

มณีจันทร์ฉาย