ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมสิ่งดีๆ ของไทยช่วยกันรักษาไว้

ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมสิ่งดีๆ ของไทยช่วยกันรักษาไว้

เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสไปตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟมิชชั่นฮิลล์ เมืองเซินเจิ้นในมณฑลกวางตุ้ง ของประเทศจี ตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง กับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง กอล์ฟ ธรรมศาสตร์ รุ่น 1 “นกธ.1” ของคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมแล้ว 30 ชีวิต

สนามกอล์ฟมิชชั่นฮิลล์ กอล์ฟมีทั้งหมด 10 คอร์ส (360 หลุม) มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป และมีผู้ออกแบบเป็นนักกอล์ฟอาชีพมีตำนานชื่อดังของโลกไม่ซ้ำกัน เช่น แจ๊ค นิครอส, โอลาซาลัล,แอนนิก้า โซเรนสตัม, เออร์นี่ เอลล์, เดวิด ลีดเบทเตอร์ บรมครูสอนกอล์ฟชื่อดัง เป็นต้น

สนามนี้จากประวัติแล้วไม่ธรรมดาสำหรับเราคนไทย เพราะแรกเริ่มคนไทยเราเป็นเจ้าของร่วมหุ้นกับคนฮ่องกง เข้าไปพัฒนาที่ดิน 26,000 ไร่ แต่ทำได้ไม่นานมีปัญหา ปัจจุบันตกเป็นของมหาเศรษฐีไต้หวันเจ้าของคาสิโน พัฒนาจนกระทั่งมีชื่อเสียงระดับโลก มีการแข่งขันรายการใหญ่ทุกปี เป็นสนามที่ถือว่ามีชื่อเสียงระดับโลกถึงความอลังการใหญ่โต มีจำนวนหลุมมากที่สุด เป็นที่ที่นักกอล์ฟทั่วโลกอยากไปสัมผัส

สำหรับผมเองแล้วครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางไปครั้งที่ 2 ของสนามแห่งนี้ ห่างกันนานเกือบ 10 ปี ไปถึงสนามเข้าที่พักเกือบตี 2 เนื่องจากเที่ยวบินของแอร์ เอเชียที่ลงที่เซินเจิ้นออกจากสุวรรณภูมิ 4 ทุ่มกว่ามีเวลาเดียว ถ้าต้องการไปสายการบินอื่นอาจจะต้องไปลงที่ฮ่องกง(ซึ่งการเดินทางครั้งแรกผมไปลงที่ฮ่องกง จำได้ว่าต้องเสียเวลาเวลาตรวจคนเข้าเมืองนานมาก) ไปถึงที่พักที่เป็นโรงแรมในสนามไม่คุ้นตา เหมือนไม่เคยมา (ถามเขาได้ความว่า มีอีกฝั่งหนึ่งของสนามไกลกันพอสมควร คือฝั่งเซินเจิ้น แต่ที่มาครั้งนี้คือฝั่งตงก่วน) ดีที่ที่พักดีมากขนาด 5 ดาวดีเดียว กว้างขวาง สะอาดสะอ้าน ทำให้นอนหลับสบาย พอตื่นขึ้นมาอย่างงง เพราะนอนไม่เต็มที่ เพื่อเตรียมเล่นกอล์ฟตอนเกือบ 8 โมงเช้า ฝนตกปรอยๆ ตามพยากรณ์อากาศบอกว่าจะตกทั้งวัน แต่เราก็พยายามจะออกกัน สุดท้ายก็เล่นกันไปได้สักหลุมหนึ่งในสภาพที่เฉอะแฉะ และเริ่มมีฝ่าร้อง พวกเราจึงไม่ขอเสี่ยงกลับคลับเฮ้าส์

ลีดเดอร์ จึงขอเปลี่ยนแผนว่า วันแรกที่จะตีกอล์ฟ 18 หลุม ไม่ตีกันแล้ว ไปช้อปปิ้งกันก่อน พรุ่งนี้ตี 36 หลุมเลย ทางสนามก็โอเคร แต่พยากรณ์อากาศก็บอกว่า เช้ามีฝนไม่หนัก แต่บ่ายไม่มีฝนอากาศดี ซึ่งวันรุ่งขึ้นก็ไปตามแผน เช้าเล่นกันไม่ครบ 18 หลุมต้องขึ้นมาทานอาหารกลางวัน และเริ่มใหม่ครบ 18 หลุมด้วยความสนุกสนานกับผู้ร่วมก๊วน ส่วนสนามก็สวยแต่อยู่ในสภาพที่เปียกชุ่มด้วยน้ำทั้งคืนที่ผ่านมา

ที่เล่ามาไม่ได้เกี่ยวกับที่จั่วหัวเลย เพราะมันมีความรู้สึกไม่ค่อยประทับใจกับขนบธรรมเนียม วิธีปฏิบัติ และหน้าตาของคนที่ทำงานที่สนามบินมากนัก พิธีการที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ซับซ้อน เรื่องมาก(ประเภทตรวจแล้วตรวจอีก คงกลัวระเบิดจัด) คนที่ตรวจหน้าตาก็ดุ๊ดุ  ลักษณะของสนามบินดูเหมือนดี แต่ลานจอดรถอยู่ไกล พวกเราต้องลากกระเป๋าขึ้นบนพื้นที่ลาดชัน(ถ้าปล่อยไหลกลับ) ลงบันไดเลื่อนทางเดียว และลากถึงกระเป๋า(ไม่ให้เอารถเข็นไป)อีกประมาณ 300 เมตร ลักษณะหน้าตาพฤติกรรมของผู้คนเสียงพูดดูไม่น่าไว้วางใจ

ทำให้รู้สึกว่าสิ่งดีๆของคนไทย เช่นรอยยิ้ม การบริการ ดีกว่าเยอะมาก และทำให้รู้สึกเสียดายแทนเขาที่แนวความคิดสิ่งที่ตั้งใจทำบางอย่างของคนบางกลุ่มดี แต่ผู้คนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคนทที่ทำงานที่สนามบิน ไม่ให้ความร่วมมือ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกแรกพบกันเลย

ไม่รู้มันจะทำหน้าตาดุไปทำไม พวกที่ทำงานตรวจที่สนามบิน ห้ามไปด้วยยิ้มไปด้วยไม่ได้หรือ ทุกประเทศ ไม่เว้นแต่ประเทศไทย

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์