ตอนที่ 2 – ความรัก สร้างชีวิต

พระพุทธศาสนา

กว่าที่เราจะเกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินั้น จิตวิญญาณของเราได้ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสาร มานับชาติไม่ถ้วน ในภพรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทพ เทวดา นางฟ้า มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน หรืออื่นๆ เกิดตายเกิดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่านับชาติไม่ถ้วน

ความรักความเมตตาและความทรงจำอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อกันระหว่างสองใจ ใจสองดวงซึ่งหล่อหลอมเป็นดวงเดียวกัน แม้พลัดพรากจากกัน ก็เฝ้ารอคอยเป็นเวลาเนิ่นนานหลายกัปหลายกัลป์ เมื่อความรักความเมตตาอันมั่นคงเชื่อมโยงกับจิต-วิญญาณอันเหนียวแน่น สัจจธิษฐาน ที่มีต่อกันจึงสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ความรักความเมตตาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างชีวิตให้สมบูรณ์ได้

ชีวิตหนึ่งอยู่กับการรอคอย เพียรมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมสร้างกรรมดีตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ด้วยเชื่อมั่นว่าสักวันผลบุญจะนำส่งให้ได้พบกับผู้เป็นที่รัก ด้วยหัวใจแจ่มชัดเปิดกว้างเป็นจริงที่ชัดเจน ความรักความเมตตา ความปรารถนาดี จึงเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจอันใสสะอาด ยอมรับในทุกสิ่งทุกอย่างในความเป็นจริงอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัยในการมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม มีเมตตาอยู่ในหัวใจพร้อมทั้งเจริญเมตตาให้ตนเองอย่างสม่ำเสมอ อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร อัพยาปัชโฌ  โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรคภยันตรายทั้งปวง อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ สุขีอัตตานัง ปะริหะรามิ ขอให้ข้าพเจ้าจงรักษาตนได้อย่างมีความสุข และเจริญเมตตาให้ผู้เป็นที่รักอย่างสม่ำเสมอ อะเวรา โหนตุ ขอให้ผู้เป็นที่รักจงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอให้ผู้เป็นที่รักจงรักษาตนได้อย่างมีความสุข

การรอคอยด้วยสายใยที่มีการถักทอสายสัมพันธ์เพิ่มเติมเต็มตลอดเวลา มันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดในจักรวาล ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข มีแต่ความปรารถนาดี มีเมตตาต่อกัน เข้าใจคุณค่าที่แท้จริง เชื่อมั่นและมีความรักความเมตตาอยู่ในหัวใจเต็มร้อย มีแต่ความรู้สึกดีดี เป็นความนิรันดร์จะไม่มีวันเปลี่ยนผันแปร ความรักความเมตตาเช่นนี้จึงเบ่งบานอยู่ในหัวใจของผู้ที่เป็นผู้ให้ เสมือนหนึ่งการให้ความรักความเมตตาอย่างแท้จริงกับตัวเรา เมื่อเรารักเมตตาตัวเราอย่างแท้จริง เราก็จะเป็นผู้ให้กับคนอื่นโดยง่าย และไม่มีวันจะทำร้ายผู้ใดได้เลย

ความรักความเมตตาที่สวยงามสร้างชีวิตได้อย่างงดงาม เป็นธรรมชาติ หัวใจอันบริสุทธิ์และกอปรด้วยความเมตตา ดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกล่าวไว้ว่า “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก” เมตตาเป็นสิ่งที่ปราศจากเงื่อนไข เป็นความปรารถนาดี ปรารถนาความดีงามด้วยจิตใจที่ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างเบิกบานซึ่งทำได้ยากยิ่งนัก แต่หากมีความมุ่งมั่น และเข้าใจในรักและเมตตาเปิดใจสัมผัสความเป็นจริง รู้จักชีวิตอันแท้จริง รู้ความจริงแห่งชีวิตที่ปรากฏชัดเจนอยู่บนเส้นทางชีวิตด้วยความโปร่งอย่างอิสระ ความนิ่งเป็นความสุขอย่างสงบ เป็นความกลมกลืนอันเกิดจากความเป็นหนึ่งเดียว ความรักความเมตตาจึงสามารถสร้างชีวิตได้ด้วยพลังแห่งความรักความเมตตานั่นเอง

“ข้าเจ้าขอคารวะแด่พระแม่ธรณีแห่งแผ่นดินสยาม  ขอจงอนุญาตให้ข้าเจ้าได้อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ด้วยความสุขเถิดเจ้าค่ะ”

ยายพริ้มหญิงชราที่ข้ามฝั่งโขงกลับมาอยู่ฝั่งไทย เมื่อตาแสงผู้เป็นสามีมาจากไป ด้วยบรรพบุรุษของยายพริ้มทิ้งมรดกบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ไว้ให้ แต่ไม่มีใครดูแล แม้จะอยู่ในวัยชราใกล้ฝั่งดวงตาคู่นั้นยังคงเป็นประกายสดใสเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ถึงจะมีร่องรอยของความเหี่ยวย่นแห่งวัยก็ตาม เสมือนหนึ่งความหวังที่รอคอยมาชั่วกัปชั่วกัลป์คืบคลานใกล้เข้ามาทุกที

“เอ๋……ยายจ๋า  ยายมาแต่ไหนจ๊ะ  ยายจะมาอยู่บ้านนี้หรือจ๊ะ”

“เจ้าของบ้านนี้เขาขึ้นสวรรค์ไปแล้วนะครับยาย  ยายจะมาอยู่คนเดียวหรือครับ”

เด็กน้อยชายหญิงเมียงมองเมื่อเห็นหญิงสูงอายุวางกระเป๋า ชะลอมและสรรพสิ่งลงที่หน้าเรือนไม้เก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานานวัน  ยังมีสารถีรถถีบที่ช่วยหอบหิ้วสิ่งของตามมาด้วย

“ยายจะให้เอาเข้าไปวางข้างในเลยไหม  ของมันหนักนะ  ฉันจะช่วยขนให้”

สารถีถามอย่างมีน้ำใจ  ยายพริ้มยิ้มพลางส่ายหน้า  แววตาแจ่มใสเหมือนกับใบหน้าที่อิ่มเอิบแช่มชื่นด้วยความสมหวังที่ได้กลับมายืนบนผืนดินแห่งนี้อีกครั้ง

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อคุณ  เดี๋ยวยายค่อย ๆขนขึ้นไปเอง  มีเวลามากมายไม่ได้รีบร้อน  พ่อคุณรีบไปทำมาหากินต่อเถอะ  ขอบใจนะ”

สารถีวัยกลางคนเหลียวมองบันไดไม้สูงที่ทอดขึ้นไปสู่ตัวเรือนใหญ่นั้นอีกครั้งก่อนจะหันมาก้มศีรษะอำลาผู้ว่าจ้าง

“ให้แพกับพี่พบช่วยก็ได้นะจ๊ะยาย”

“ว่าแต่ยายจะมาอยู่ที่นี่เลยหรือจ๊ะ”

เด็กน้อยหน้าตาน่ารักคู่นั้นยังไม่ได้ไปไหน  สายตาใคร่รู้ของเด็กน้อยไม่ได้คลาดจากใบหน้าของยายพริ้ม  บางคราวก็มองวนไปที่กองสัมภาระมากมายที่อยู่ข้างตัวผู้สูงวัย

“ยายจะมาอยู่ที่นี่แหละลูก  บ้านนี้เป็นบ้านเก่าแก่ของพ่อแม่ยายเอง  ยายแต่งงานข้ามไปอยู่ฝั่งลาวเสียนานเป็นสิบปี  ตอนนี้ยายจะกลับมาอยู่ที่นี่เสียที”

น้ำเสียงของยายพริ้มบอกถึงความปิติยินดีที่จะได้กลับมาอยู่บ้านที่เคยอยู่มาแต่เยาว์วัย  ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดยายพริ้มไม่เคยลืมเรือนหลังนี้  เรือนอันเป็นที่เกิดและตั้งใจว่าจากนี้ไปก็จะขอกลับมายึดที่นี่เป็นเรือนตายเช่นเดียวกับพ่อแม่ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษทุกคน

“แล้วตาไม่มาด้วยกันหรือจ๊ะยาย”

เจ้าแพถามอย่างคนช่างพูดช่างซักถาม  แต่เจ้าพบใช้เพียงสายตาเป็นคำถามเช่นกัน  ยายพริ้มยิ้มอ่อนโยน

“ตาเขาไปสวรรค์แล้วลูก  เขาสบายอยู่ในบ้านเรือนของเขาแล้ว  ตอนนี้ยายอยู่คนเดียวก็อยากกลับมาอยู่บ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เป็นมรดกชิ้นสุดท้าย  ยายจะกลับมาตายที่บ้านนี้”

“ยายอยู่คนเดียว  ให้พบกับแพมาอยู่เป็นเพื่อนนะครับ”

ยายพริ้มทอดสายตาไปยังลำน้ำโขงหวนคำนึงนึกถึงท่านปู่พญานาคราช และท่านย่าพญานาคี ผู้มีสัจจาธิษฐานต่อกันชั่วกัลปาวสาน ขอครองรักจวบจน นิรันดร อสงไขยเวลา เฝ้าบำเพ็ญเพียรภาวนา สร้างกุศลแผ่เมตตา รอวันที่บุญเสมอเท่าเทียมกัน เมื่อถึงวันนั้นทั้งสองพร้อมจะกลับมาสร้างบุญบารมีต่อในภพมนุษย์ ความรักอันมั่นคง ยืนยาวข้ามภพข้ามชาติของทั้งสองที่มีหัวใจชัดเจนกระจ่างใสไม่แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นภพชาติไหนด้วยคำมั่นสัญญาที่มีให้แก่กัน รักของทั้งสองนั้นยิ่งขมวดเกลียวรัดแน่น ยิ่งนานวันความรักยิ่งเกิดพลัง ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นด้วยพลังแห่งบุญกุศล ทั้งสองจะไม่พลัดพรากจากกัน  สัจจาธิษฐาน สายใยรักของทั้งสองมันยิ่งใหญ่มหาศาล เป็นความรักที่สุดบรรยายออกมาได้ทั้งหมด เพราะเป็นความรู้สึกที่สุดพรรณนา ความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้ง ด้วยจิตอันผูกพันด้วยแรงหนุนแห่งพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รักแท้ จึงต้องประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา คู่รักแท้จริงเปรียบเสมือนผู้คอยอุปถัมภ์ค้ำจุนซึ่งกันและกัน จิตเมตตานำพาให้ทั้งสองเป็นคู่แห่งธรรม ที่ทำหน้าที่ของคนรักด้วยใจเกื้อกูลอย่างบริสุทธิ์ เพราะทั้งสองคู่บุญคู่บารมี เฝ้าเพียรแผ่เมตตา “พุทธังอนันตัง ธัมมังจักรวาฬัง สังฆังนิพพานัง ข้าพเจ้าทั้งสอง ขอแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้แก่บรรดาสัตว์ ที่มีดินน้ำลมไฟ บิดามารดา ญาติกาทั้งหลาย จงมารับ เอาส่วนกุศล ผลบุญของข้าพเจ้าทั้งสอง ในกาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด นิพพานปัจจโยโหตุ”

ความรัก คือ ความงาม
เป็นนิยาม ในยามนี้
ชั่วกาลนานนับปี
ความรักนี้ นิจนิรันดร์

มณีจันทร์ฉาย