คอลัมน์ในอดีต

แก้วใจจุลจอม

แก้วใจจุลจอม
( สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่5) )

จดปลายปากกาอีกครั้งกับ “ความรักอันยิ่งใหญ่” ที่เป็นเรื่องราวอมตะรักนิรันดร์กาลของสองพี่น้องร่วมสายพระโลหิต พระเชษฐาธิราช และพระน้องนางเธอ ที่อุบัติขึ้นภายใต้ร่มแห่งมหาเศวตฉัตรปฐมบรมราชินีคู่บัลลังก์ พระองค์เจ้าหญิงสุนันทา ผู้มีสัจจะต่อพระสวามี เป็นสัญญาณแห่งสัญญาที่ผูกติดกันมานานแสนนานหลายภพชาติ ซึ่งประทับอยู่ในหัวใจจนกลายเป็นความทรงจำอันยิ่งใหญ่ เป็นรักที่เหนือรักธรรมดา เป็นความเมตตาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าความเมตตาใดๆ เป็นความจงรักและภักดี เป็นความงดงามที่ร้อยเรียงด้วยหัวใจด้วยจิตวิญญาณ เป็นความรู้สึกอันแสนมหัศจรรย์ ด้วยจิตอันมั่นคงดุจแท่งแก้วที่ผลึกหล่อหลอมจากอณูแห่งธาตุดิน จนเกิดพลังแห่งรักอันยิ่งใหญ่ของคนสองคนที่เกิดมาเพื่อผูกพัน และมีชีวิตเพื่อกันและกันนิรันดร แม้จะถูกพลัดพรากจากกันด้วยมัจจุราชกลางลำน้ำเจ้าพระยา ก็ไม่สามารถแยกความรักอันคงมั่น ความผูกพันอันแสนบริสุทธิ์ที่ถักทอสายใยรักของทั้งสองพระองค์ จนกลายเป็นสายใยแห่งชีวิต ถึงแม้กายจะละสังขาร ดวงพระวิญญาณจะล่วงลับดับไปแล้ว ความรักอันยิ่งใหญ่ของทั้งสองพระองค์ยังคงเป็นลมหายใจของกันและกันนิรันดร

ไม่ว่าจะเป็นผู้ต่ำต้อยหรือสูงศักดิ์สักปานใด ก็ไม่ต่างกันนักสำหรับผู้ที่ถูกพลัดพรากจากสิ่งที่รักปานดวงหฤทัย เป็นความวิปโยคครั้งใหญ่ ที่ทำให้คนไทยทั้งชาติรู้สึกสั่นสะเทือนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความอาดูรกับผู้ที่อาลัยรักต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และก็คงไม่ต่างอะไรกับนวนิยายสักเท่าใดนัก หากแต่เป็นนวนิยายแห่งชีวิตจริง พระราชธิดาองค์ใหญ่ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์โสภางคทัศนัยลักษณ์ อรรคราชกุมารี พระราชโอรสในพระครรภ์ แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งเป็นที่สนิทเสน่หายิ่งนักของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ) ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยพร้อมกัน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2423 ด้วยอุปัทวเหตุเรือพระประเทียบล่มในขบวนเสด็จ กลางลำน้ำเจ้าพระยา ที่ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

แม้จะเป็นเวลาที่ล่วงเลยมาเนิ่นนานของการเสด็จสวรรคต แห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พร้อมพระราชธิดา พระราชโอรสในพระครรภ์ คนไทยทั้งชาติก็ยังมิอาจลืมเลือนคำที่เสียดแทงหัวใจและความรู้สึก “พระนางเรือล่ม”

ผู้เขียนเองมิใช่นักประพันธ์ หากเป็นคนธรรมดาที่เข้ามาปฏิบัติธรรมตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดินสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา)ซึ่งพระองค์ทรงสั่งสอนเพื่อให้รู้เท่าทัน รูป รส กลิ่น สัมผัส และอารมณ์ทางใจโดยไม่ปรุงแต่ง ไม่หลงยึดในอารมณ์ ให้มีสติ คอยเตือนไม่ให้หลงครอบงำด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างได้จนบังเกิดพุทธะในจิต คือสามารถเป็นผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน ได้ตลอดกาลซึ่งจะนำไปสู่หนทางในความถูกต้องทั้งทางกาย ทางวาจาและใจ เพื่อนำความสุขสงบให้กับชีวิตอย่างถาวร พระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาแห่งสติปัญญาสอนให้มนุษย์รู้ถึงทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ และสู่หนทางแห่งการดับทุกข์โดนเพียรบำเพ็ญศีล สมาธิ และภาวนาอยู่เป็นเนืองนิตย์อย่างไม่ประมาท หากมนุษย์เข้าใจ “พระสัทธรรม” (ธรรมอันดี ธรรมที่แท้จริง)ก็จะเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต ความสุขจากการปฏิบัติธรรม และการเป็นผู้ให้แค่ได้คิดก็เป็นสุขแล้ว เพราะความสุขสร้างสรรค์สติปัญญา สร้างสรรค์ชีวิต การใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามกติกาย่อมได้เปรียบเหนือชีวิตผู้อื่น การให้ การเป็นผู้เสียสละ มีเมตตา  กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมที่บริสุทธิ์ เมื่อเรารักตัวเองเมตตาตัวเราอย่างบริสุทธิ์ เราก็จะมอบให้ผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์เช่นกัน ความรักความเมตตาจึงเป็นเสมือนหนึ่งอาหารใจที่สร้างสรรค์ชีวิตมนุษย์ให้สมบูรณ์

ด้วยผู้เขียนมีเลือด น้ำเงิน-ชมพู อันเข้มข้นเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจและชีวิต (สีประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) มิอาจอยู่นิ่งเฉยกับภาพที่ยังไม่ลืมเลือนไปจากความทรงจำ ร่ม สมุดบันทึกสีชมพู ที่วางอยู่บนเรือแล้วค่อยๆเปิดทีละหน้าๆ ยังคงว่างเปล่าเห็นเพียงลายเส้นของบรรทัดสีน้ำเงินในสมุดบันทึกสีชมพูเล่มนั้น ภาพยังคงตราตรึงอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้ภาพนั้นเป็นเพียงภาพฝันด้วยจิตใต้สำนึกถึงผืนแผ่นดินใน “สวนสุนันทา” ซึ่งเมื่ออดีตผู้เขียนได้เคยพักหลับนอนอาศัยสมัยยังเป็นนักศึกษา (ตำหนักใน สวนสุนันทา ใช้เป็นหอพักสำหรับนักศึกษาหญิงในเวลาต่อมา) เป็นที่ประสิทธิประสาทความรู้ “วิทยาลัยครูสวนสุนันทา” หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในปัจจุบัน เป็นรากแก้วแห่งปัญญา ที่ผู้เขียนได้ศึกษาเล่าเรียนตั้งแต่ ปกศ.ต้น ปกศ.สูง  ปริญญาตรี จนถึงปริญญาโท และใช้เมตตาธรรมนำธุรกิจ จนมีวันนี้ วันแห่งความสำเร็จสัมฤทธิผลด้วย สวนสุนันทา เมื่อครั้งอดีตผืนแผ่นดินแห่งนี้มีที่มาอันสูงส่ง ความรักอันมั่นคงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)ที่ทรงมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารัตน์ พระบรมราชเทวี ปฐมบรมราชินีคู่บัลลังก์ จึงก่อให้เกิด “สวนสุนันทา” “วิทยาลัยครูสวนสุนันทา” “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา”ในปัจจุบัน (ม.ร.ว.สดับ ในรัชกาลที่ 5 กล่าวว่า “…เพราะเหตุที่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ พระองค์นี้เป็นมเหสีใหญ่ แล้วทรงพระกรุณาโปรดปรานมากเป็นพิเศษกว่าทุกพระองค์ ทีนี้เมื่อท่านไม่มีชีวิตแล้ว พระองค์ก็อยากให้มีอะไรๆไว้เป็นที่ระลึก ท่านทรงตั้งชื่อโรงเรียนราชินีว่า โรงเรียนสุนันทาลัยไว้ สวนสุนันทานี่ก็เหมือนกัน…ใครๆเข้าใจกันอย่างนั้น ท่านเรียกแม่ใหญ่ หญิงใหญ่ คิดถึงหญิงใหญ่บ้าง…” ม.ร.ว.แสงสูรย์ ลดาวัลย์ ได้เขียนไว้) ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระองค์ยังทรงเป็นสมเด็จย่าองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ในหลวงองค์ปัจจุบัน อีกด้วย

และด้วยความรักอันบริสุทธิ์ที่มีต่อสถาบันอันทรงคุณค่า ผู้เขียนขอใช้ความรู้ความสามารถ ใช้สติปัญญาเท่าที่มีอยู่รวบรวมหนังสือทั้ง 7 เล่มที่ผู้เขียนได้เพียรพยายามเขียนมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีไว้ภายใต้ชื่อ  “แก้วใจจุลจอม”เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลในวาระครบรอบวันประสูติ 155 ปี ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ 2558 แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

ปุพพะนิมิตโตวา จึงเป็นความฝันที่เกิดจากอำนาจกุศลดลใจให้ฝันด้วยบารมีที่เราทำบุญให้ทานอยู่เนืองนิจ จึงทำให้จิตใจสะอาดเป็นกุศล ผลบุญอันนั้นจึงบันดาลบอกเหตุทั้งหลายทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นกับเรา เป็นการฝันในเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ให้รู้ตัวไว้ก่อนไว้ต้อนรับ หรือแก้ไขกับสถานการณ์ให้ทันกับเวลาที่จะเกิดขึ้นที่จะเป็นและผู้เขียนได้พยายามค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้ได้งานที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

อานิสงส์ของการเขียนหนังสือเพื่อเผยแพร่พระเกียรติยศ ความรักอันยิ่งใหญ่ ของทั้งสองพระองค์ ซึ่งผู้เขียนตระหนักถึงหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่พึงมีต่อสถาบัน ผลบุญแห่งการปฏิบัติธรรม การเขียนหนังสือในครั้งนี้ ผู้เขียนขอน้อมถวายไว้แทบเบื้องพระยุคลบาทตลอดกาลนิรันดร์ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระผู้เป็น แก้วใจจุลจอม โดยแท้จริง ที่ผู้เขียนยังคงยึดมั่นเสมือนหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เป็นพระผู้ให้กำเนิด “สวนสุนันทา” สถานศึกษา “วิทยาลัยสวนสุนันทา” “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา” ให้กับนักเรียนนักศึกษาให้มีวิชาความรู้ความสามารถ ทำเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน ซึ่งพวกเราชาวสวนสุนันทาทุกคนเราเรียกตัวเราเองว่า “ลูกพระนาง”

    ธ.สถิต ณ. ดวงใจไว้เหนือเกล้า
     พวกชาวเรามีที่เรียนเขียนหนังสือ
     มีชื่อเสียงในสังคมคนเลื่องลือ
     ไว้ลายชื่อ ลูกพระนาง นามเกรียงไกร
     ขอกุศลผลบุญช่วยหนุนส่ง
     ด้วยพระองค์ทรงมีรักอันยิ่งใหญ่
     ลูกพระนาง น้อมถวาย กายและใจ
     จะยิ่งใหญ่ตามรอยเท้า ชาวสวนสุนันฯ

ผู้เขียนได้บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างจากการปฏิบัติธรรม โดยมีครูบาอาจารย์เป็นผู้ชี้แนะแนวทาง โดยการกำหนดจิตให้เป็นกุศล ไม่ว่าดวงพระวิญญาณของทั้งสองพระองค์จะทราบด้วยพระญาณวิถีใดๆก็ตาม ก็คงพระโสมนัสด้วย ความรักอันยิ่งใหญ่ ของทั้งสองพระองค์ได้อุบัติขึ้นแล้วในบรรณโลก

และขอขอบพระคุณ บิดา นายวินัย ช้วนกุล มารดา นางระยับ ช้วนกุล ครูบาอาจารย์ หลวงพ่อโสปาโก โพธิ หลวงพ่อปรีชา ธนวฑฺฒโก หลวงพ่อวิมลสุวรรณกร หลวงพ่อสุพจน์ สุเขสิโน อาจารย์สงัด อภัยพันธุ์ อาจารย์สุนีย์ ศรณรงค์ อาจารย์แจ่มจันทร์ ทองเสริม อาจารย์ดวงฤดี โอษฐ์จันทึก อาจารย์รัตนา ถัดทะพงษ์ ฯลฯ ผู้เขียนตำราทุกเล่ม ผู้เขียนบทเพลงทุกบทที่ใช้ประกอบการเขียน คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ครอบครัว “ผลชีวิน” “ช้วนกุล” เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ฯลฯ ที่เป็นกำลังใจ หากมีความผิดพลาดทั้งมวลผู้เขียนขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว

สุชาภา  ผลชีวิน