ภัยธรรมชาติ

ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยครับ… ไม่ได้ร่ำได้รวย อาศัยเก็บสะสม “เบี้ยคนสูงอายุ” เดือนละ 700 บาท ครบปีก็ซื้อตั๋วสายการบิน “โลว์คอสต์” ไปได้

ค่าที่พัก ค่ากิน ขอจากลูก
ปีหนึ่งก็ไปที

อาหารการกิน ญี่ปุ่นไม่เป็นเรื่องมาก ก็พอๆ กับเมืองไทยเรานี่แหละ
เมื่อผมเป็น “ติ่ง” ญี่ปุ่น ผมจึงติดตามข่าวจากญี่ปุ่นเสมอ

ได้ข่าวว่าวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ทางการคำนวณอากาศ ญี่ปุ่นทั้งเกาะจะมีพายุใหญ่มาก เรียกชื่อว่า “พายุ No.19” หรือ HAGIBIS จึงมีการเตรียมการประกาศให้ประชาชนรับมือนานนับ 10 วัน
(ผมเขียนในวันที่ 10 ตุลาคม พายุยังมาไม่ถึง)
และตั้งแต่วันที่ 10 ก่อนพายุเข้า 3 วัน บริษัทญี่ปุ่นหลายบริษัทได้ปิดเพื่อจะก่อสร้างแนวการป้องกันบริษัท และให้พนักงานทำการป้องกันบ้านพัก ที่อยู่อาศัย
(ดังภาพที่ผมลงให้ดู)

คนญี่ปุ่นเขาเอาพลาสติก ผ้าใบคลุมหลังคาบ้านแล้วเอาทรายใส่กระสอบไปวางทับ ป้องกันพายุพัดหลังคาปลิว
ก็ไม่รู้จะป้องกันได้ไหม?
แต่คงได้บ้าง ลดหนักให้เป็นเบา
คนญี่ปุ่นเผชิญภัยธรรมชาติมานับพันปีคงเชี่ยวชาญเก่งแน่นอน

คนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานได้เล่าให้ผมฟังว่า
ชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น จะมีสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น และโรงเรียนประจำชุมชน เป็นระยะๆ ไม่ห่างไกลนัก
สถานที่เหล่านี้แหละจะถูกจัดให้เป็นที่พักอาศัย รวมตัวกันยามมีภัยพิบัติ อุทกภัย แผ่นดินไหว
พวกเขาจะรู้กันและมีการฝึกซ้อม ใครหรือบ้านไหน จะไปพักอาศัย ณ จุดใด เขาจะมีรายชื่อจำนวน

ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นจริง เขาจึงรู้ยอดประชาชน ที่จะให้การช่วยเหลือได้ทันที และรู้ว่าใครมาบ้าง ใครสูญหายไปบ้าง
รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ยอมให้ใครมาหลบภัย นั่งๆ นอนๆ อยู่ตามริมถนนระเกะระกะอย่างเด็ดขาด
และจากการฝึกซ้อมบ่อยๆ คนญี่ปุ่นจึงมีวินัยในการรับการช่วยเหลือและรู้วิธีป้องกันตัว อาทิ เช่น การเข้าคิว รับการช่วยเหลือต่างๆ
และทางรัฐบาลเขาก็จะเตรียมไว้พร้อม เช่น พยาบาล ห้องสุขา อาหารการกิน เตรียมไว้ล่งหน้าทุกสิ่งทุกอย่าง

ครับ…ท่านผู้อ่าน… ประเทศไทยเราแม้จะไม่ได้เป็นเกาะกลางมหาสมุทร เช่น ญี่ปุ่น แต่ความจริงก็เกิดภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ เกือบมาตลอดทั้งปี และทุกภาค ของประเทศไทย ไม่แพ้ประเทศญี่ปุ่นเลยนะครับ

แต่เท่าที่มี สังเกตและติดตามข่าว
ดูเหมือนว่า… การช่วยเหลือของภาครัฐบาล หรือการรับการช่วยเหลือของประชาชนที่ประสบภัยมักจะเกิดปัญหามาตลอด
เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ

หญ้าแพรก