ความรัก คือ เวลา (2)

หลังจากที่ยายพริ้ม กำหนดรู้และจากโลกนี้ไปแล้วอย่างสงบซึ่งไม่มีวี่แววของคนที่หมดลมหายใจ เพียงเห็นเหมือนคนชรานอนหลับเท่านั้น พบ…แพน…พร้อมกันพนมมือก้มกราบลงบนอกของหญิงชราเป็นครั้งสุดท้าย

“แพร” พบเอ่ยขึ้น เรารีบนำกระทงที่ส่องจันทร์ทั้งคืนไปลอยให้ยายกันเถอะ รวมพลังเพื่อส่งยายขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมเลย ยายจะได้มาปกป้องคุ้งครองพวกเรา เปีย…พยักหน้ารับแล้วทั้งสองก็พากันเดินไปยังริมฝั่งโขง โดยที่แพรไม่ลืมพวงมาลัยคู่ที่จะเบิกทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้ท่านปู่-ท่านย่า ในคืนเดือนเพ็ญตามที่ยายเคยสอนไว้ว่าก่อนจะนำสิ่งใดในแม่น้ำให้เบิกทางน้ำเสียก่อน พบ…จุดธูปเทียนผึ้งแท้และยกกระทงขึ้นเหนือหว่างคิ้ว ขณะที่แพร…ลอยมาลัยคู่ลงสู่ลำน้ำโขง ทั้งคู่ตั้งนะโม พร้อมกัน โดยมิได้นัดหมาย กายะ วาจาจิตตัง อะหังวันทา ท่านปู่พญานาคราช ท่านย่าพญานาคี เทวาปูเชมิ พุทธังบังเกิด เปิดโลกนาคิน ธัมมังบังเกิด เปิดโลกนาคิน สังฆังบังเกิด เปิดโลกนาคิน ตามด้วยบทสวดทั้ง 8 พระองค์ ที่ลอยน้ำมาจากล้านช้าง

ขณะที่ตะวันเริ่มฉายแสงในเช้าของวันใหม่โดยทั้งสองต่างตั้งจิตอธิษฐานเนิ่นนานจนเสียงไก่ขันในยามรุ่งอรุณดังขึ้น

“ไปพบเร็ว…รีบไปบอกญาติผู้ใหญ่เรื่องยาย ส่วนเปียจะรีบไปเก็บมะลิหอมดอกไม้ข้างบ้านมาร้อยมาลัย และจะแต่งขัน 5 ขัน 8 เพื่อไปคาราวะหลวงปู่ใหญ่ตามที่ยายเคยสั่งไว้ และเคยเล่าเรื่องหลวงปู่ใหญ่ให้แพรฟังว่ามีพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า 4 พระองค์ คือ พระพุทธลักขิตเถระ พระธรรมลักขิตเถระ พระสังฆลักขิตเถระ และพระมหากัสสปะเถระ ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้ามาจากอินเดีย และเข้าใจว่าวัดกัสสปมธุโรม เป็นภูเขาหลวง จึงทำการสร้างโบสถ์ โดยนำเอาหินมาก่อกำแพงขึ้นล้อมโบสถ์ พอได้หินมามากพอสมควร พระอินทร์ก็เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์โดยแปลงกายเป็นชายนุ่งขาวห่มขาวมาบอกว่าที่วัดกัสสปมธุโรมนี้ไม่ใช่ภูเขาหลวง ภูเขาหลวงห่างจากวัดกัสสปมธุโรมไป 3,000วา มีพญานาคชื่อ บรรพยาระนาค ซึ่งรักษาห้วยบังพวนมาแต่นมนาน และรับปากว่าจะช่วยหาอิฐมาช่วยสร้างโบสถ์ให้สำเร็จชื่อ พระธาตุบังพวน ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างด้วยอิฐเผาเป็นเจดีย์ที่มีรูปสถูปแบบอินเดีย และที่สระพญานาคที่ใกล้พระธาตุบังพวนนี้หากมีการแต่งตั้งเจ้าเมืองเมื่อใดก็จะนำน้ำจากสระพญานาคนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล และยังใช้น้ำนี้ในการประกอบพิธีมงคลต่างๆและน้ำในสระพญานาคนี้ก็ไม่มีวันจะเหือดแห้ง”

“ยายบอกวัดกัสสปมธุโรมเป็นวัดต้นตระกูลของยายตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นหลายร้อยปีที่ช่วยกันทำนุบำรุงวัดมามาโดยตลอดจนถึงรุ่นยาย ซึ่งเกิดก่อนพระธาตุบังพวน หลวงปู่ใหญ่เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เรือนของคนบ้านถ่อน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ จัดทำบั้งไฟจุดบูชา หลวงปู่ใหญ่ มีการฟ้อนรำที่สวยงามของคนในหมู่บ้านถ่อน เป็นขนบธรรมเนียมที่งดงาม และยายอยากให้เป็นศูนย์รวมจิตใจสืบทอดไปชั่วลูกชั่วหลาน ยายยังบอกอีกว่า ชาวบ้านชอบเรียกสั้นๆว่า วัดหนองกก เพราะมีหนองน้ำที่มีต้นกกขึ้นอยู่มากข้างวัดทางทิศตะวันตกของวันเรานี่เอง”

เมื่อมีการจัดงานสมโภช บุญบั้งไฟประจำปี บุญมหาชาติ จะมีการเฉลิมฉลองในเวลาพร้อมกันทั้งสองวัด คือ วัดกัสสปมธุโรม และวัดพระธาตุบังพวน และเมื่อยายละสังขารจากโลกนี้ไปแล้ว ให้เอาร่างที่ไร้วิญญาณของยายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดนี้นะพบ พรจำได้อย่างแม่นยำ อีกอย่างหนึ่งยายบอกว่าหลวงปู่ใหญ่เป็นพระพุทธรูปทองคำแท้อยู่ข้างในห่อหุ้มฉาบด้วยปูนเอาไว้ ซึ่งพระพุทธรูปทองคำแท้นี้ ถ้าเราอยากเห็นกันให้ไปดูที่วัดพระธาตุบังพวน เพราะพระพุทธรูปทองคำทั้งสองนี้สร้างไว้คู่กัน เวลามีการเฉลิมฉลองงานบั้งไฟจึงมีขึ้นพร้อมๆกันนะพบ”

ยายยังย้ำเสมอว่าทุกครั้งที่ไปกราบไหว้ หลวงปู่ใหญ่ ให้ท่อง อิติสุคโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง แล้วตามด้วย วันทา มิ ภันเต เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปะติฏฐิตัง สารีริกธาตุญ เจวะ พุทธรูปัง จะ มหากัสสะปะเถรัญจัง สะกะลัง สะทา วะ จะสา มะนะสา เจวะ วันทา เมเต ตะถาคะเต สะยะเน อาสานะ ฐาเน คะมะเนจะปิ สัพพะทา ตะถาคะตัสสะ ธาตุโย สุโขปุญญัสสะ อุจจะโย ติฏฐันเต นิพพุเต วาปิ สะเม จิตเต สะมัง ผะลัง มหากัสสะปัตเถโรปิ อุตตัตกะนะกันนิโก อะรัญญะวาสาภิระโต ปังสุกู ละธะโร มุนิ สุคะตัสสาสะนะธะโร สะทาโสตถิง กะโรตุ โน นะมะ การา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุโน นะมะ การา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ โน นะมะ การา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ โน ซึ่งท่านปู่-ท่านย่า และเหล่าพญานาคก็ยังนับถือหลวงปู่ใหญ่เสมือนหนึ่งเป็นองค์แทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งและยังได้สักการะ ดวงศีล ดวงธรรม อีกด้วย”

พบและแพร เป็นแม่งานให้กับหญิงชราที่เขาทั้งสองรักปานดวงใจตามที่หญิงชราสั่งไว้ทุกประการ เมื่อร่างกายถูกไฟเผามอดไหม้เหลือเพียงกระดูกและเถ้าถ่าน

รุ้งเช้าของวันใหม่…เมื่อทำบุญเลี้ยงพระเช้าเสร็จสรรพเรียบร้อย แพรเตรียมข้าวตอกดอกไม้และสิ่งที่ไม่เคยลืมดอกบัวหลวงที่เขาทั้งสองเก็บให้หญิงชราตั้งแต่เล็กจนโตใส่บาตรหลวงตาทุกๆเช้ายามที่ยายมีชีวิตอยู่ โปรยลงบนกระดูกที่มีผ้าขาวสะอาดรองรับและผูกมัดไว้เพื่อเตรียมไปลอยอังคารกลางแม่น้ำโขงให้ไหลล่องไปพร้อมกับวัตถุธาตุชิ้นเล็กชิ้นน้อยในห่อผ้าขาวเพื่อกลับคืนสู่พื้นดินพื้นน้ำดังเดิม

พบและแพร พร้อมใจกัน แผ่เมตตา
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงอย่ามีเวรแก่กันและกันเลยสัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหตุ ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยสัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงอย่ามีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยสัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอสรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

และกรวดน้ำเป็นครั้งสุดท้าย
พระจตุโลก พระยมกทั้ง 4 ส่งน้ำอุทิศนี้เข้าไปในลังกาทวีป ในห้องพระสมาธิ เป็นที่ประชุมการใหญ่ ของพระแม่ธรณี ขอให้พระแม่ธรณีจงมาเป็นทิพยาน เป็นผู้ว่าการในโลกอุดร ขอให้แม่พระธรณีจงนำเอากุศล ผลบุญของข้าพเจ้า ที่ได้กระทำในครั้งนี้ นำส่งให้แก่ข้าพเจ้า ในกาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด นิพพานปัจจโยโหตุ สิ้นเสียงกรวดน้ำ

แพรเรียกพบเสียงหลง “พบๆนั่นไง! ต้นไม้วิเศษต้นมณีโคตร มีปลายสองกิ่ง…อย่างที่ยายบอกไว้เลย สาธุๆ

มณีจันทร์ฉาย