ความรัก สร้างชีวิต

พระพุทธศาสนา

กว่าที่เราจะเกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินั้น จิตวิญญาณของเราได้ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสารมานับชาติไม่ถ้วน ในภพรูปต่างๆไม่ว่าจะเป็น เทพ เทวดา นางฟ้า มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน หรืออื่นๆ เกิดตายเกิดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่านับชาติไม่ถ้วน

ความรักความเมตตาและความทรงจำอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อกันระหว่างสองใจ ใจสองดวงซึ่งหล่อหลอมเป็นดวงเดียวกัน แม้พลัดพรากจากกัน ก็เฝ้ารอคอยเป็นเวลาเนิ่นนานหลายกัปหลายกัลป์ เมื่อความรักความเมตตาอันมั่นคงเชื่อมโยงกับจิต-วิญญาณอันเหนียวแน่น สัจจธิษฐาน ที่มีต่อกันจึงสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ความรักความเมตตาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตและสร้างชีวิตให้สมบูรณ์ได้

ชีวิตหนึ่งอยู่กับการรอคอย เพียรมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมสร้างกรรมดีตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ด้วยเชื่อมั่นว่าสักวันผลบุญจะนำส่งให้ได้พบกับผู้เป็นที่รัก ด้วยหัวใจแจ่มชัดเปิดกว้างเป็นจริงที่ชัดเจน ความรักความเมตตา ความปรารถนาดี จึงเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจอันใสสะอาด ยอมรับในทุกสิ่งทุกอย่างในความเป็นจริงอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัยในการมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม มีเมตตาอยู่ในหัวใจพร้อมทั้งเจริญเมตตาให้ตนเองอย่างสม่ำเสมอ อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากอุปสรรคภยันตรายทั้งปวง อะนีโฆ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ สุขีอัตตานัง ปะริหะรามิ ขอให้ข้าพเจ้าจงรักษาตนได้อย่างมีความสุข และเจริญเมตตาให้ผู้เป็นที่รักอย่างสม่ำเสมอ อะเวรา โหนตุ ขอให้ผู้เป็นที่รักจงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอให้ผู้เป็นที่รักจงรักษาตนได้อย่างมีความสุข

การรอคอยด้วยสายใยที่มีการถักทอสายสัมพันธ์เพิ่มเติมเต็มตลอดเวลา มันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดในจักรวาล ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข มีแต่ความปรารถนาดี มีเมตตาต่อกัน เข้าใจคุณค่าที่แท้จริง เชื่อมั่นและมีความรักความเมตตาอยู่ในหัวใจเต็มร้อย มีแต่ความรู้สึกดีดี เป็นความนิรันดร์จะไม่มีวันเปลี่ยนผันแปร ความรักความเมตตาเช่นนี้จึงเบ่งบานอยู่ในหัวใจของผู้ที่เป็นผู้ให้ เสมือนหนึ่งการให้ความรักความเมตตาอย่างแท้จริงกับตัวเรา เมื่อเรารักเมตตาตัวเราอย่างแท้จริง เราก็จะเป็นผู้ให้กับคนอื่นโดยง่าย และไม่มีวันจะทำร้ายผู้ใดได้เลย

ความรักความเมตตาที่สวยงามสร้างชีวิตได้อย่างงดงาม เป็นธรรมชาติ หัวใจอันบริสุทธิ์และกอปรด้วยความเมตตา ดังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกล่าวไว้ว่า “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก” เมตตาเป็นสิ่งที่ปราศจากเงื่อนไข เป็นความปรารถนาดี ปรารถนาความดีงามด้วยจิตใจที่ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างเบิกบานซึ่งทำได้ยากยิ่งนัก แต่หากมีความมุ่งมั่น และเข้าใจในรักและเมตตาเปิดใจสัมผัสความเป็นจริง รู้จักชีวิตอันแท้จริง รู้ความจริงแห่งชีวิตที่ปรากฏชัดเจนอยู่บนเส้นทางชีวิตด้วยความโปร่งอย่างอิสระ ความนิ่งเป็นความสุขอย่างสงบ เป็นความกลมกลืนอันเกิดจากความเป็นหนึ่งเดียว ความรักความเมตตาจึงสามารถสร้างชีวิตได้ด้วย พลังแห่งความรักความเมตตานั่นเอง

ดวงตะวันกำลังใกล้จะลับขอบฟ้า แต่ทว่า…ยังคงทอแสงสีทองทาบขนานกับสายน้ำที่พลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่นส่องแสงประกายระยิบระยับงามจับตาบนลำน้ำโขงอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เหล่านกกากำลังจะบินกลับรัง ส่งเสียงหยอกล้อต่อกระซิกจิ๊บจั๊บๆ เสียงสายลมพัดแผ่วหอบเอาเจ้ากลิ่นดอกจำปาลาวผสมผสานกลิ่นอายของสายน้ำอันประกอบขึ้นเป็นจิตวิญญาณของลำน้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำสายใหญ่ของโลกมีความยาวถึง ๔,๙๐๙ กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่บนภูเขาจี้ฟูส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยบนที่ราบสูงทิเบต ประเทศจีน โดยมีแม่น้ำจากคูและแม่น้ำอังคูไหลมารวมกัน มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยลื้อ ซึ่งเป็นชนชาติที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงอย่างหนาแน่นในดินแดนสิบสองปันนาว่า “แม่น้ำล้านช้าง” คนจีนเรียก “แม่น้ำหลานช้าง” มีความหมายว่าเป็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ไหลผ่าน ๖ ประเทศ คือ จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนออกสู่ทะเลจีนใต้ แม่น้ำโขงส่วนที่ไหลผ่านประเทศไทย ๙๗๖ กิโลเมตร เรือลำน้อยยังคงจอดนิ่งที่ท่าหายโศก ลำน้ำโขงบ่อเกิดแห่งตำนานรักอันยิ่งใหญ่ สายใย สองภพ ดวงจันทร์เริ่มฉายแสงเข้าแทนที่ดวงตะวันที่กำลังจะลาลับจากไปเพื่อรอวันใหม่ในไม่ช้า

ยายพริ้มหญิงชราที่ข้ามฝั่งโขงกลับมาอยู่ฝั่งไทย เมื่อสามีมาจากไป ด้วยบรรพบุรุษของยายพริ้มทิ้งมรดกบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ไว้ให้ แต่ไม่มีใครดูแล แม้จะอยู่ในวัยชราใกล้ฝั่งดวงตาคู่นั้นยังคงเป็นประกายสดใสเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ถึงจะมีร่องรอยของความเหี่ยวย่นแห่งวัยก็ตาม เสมือนหนึ่งความหวังที่รอคอยมาชั่วกัปชั่วกัลป์คืบคลานใกล้เข้ามาทุกที

ยายพริ้มทอดสายตาไปยังลำน้ำโขงหวนคำนึงนึกถึงท่านปู่พญานาคราช และท่านย่าพญานาคี ผู้มีสัจจธิษฐานต่อกันชั่วกัลปาวสาน ขอครองรักจวบจน นิรันดร์ อสงไขยเวลา เฝ้าบำเพ็ญเพียรภาวนา สร้างกุศลแผ่เมตตา รอวันที่บุญเสมอเท่าเทียมกัน เมื่อถึงวันนั้นทั้งสองพร้อมจะกลับมาสร้างบุญบารมีต่อในภพมนุษย์ ความรักอันมั่นคง ยืนยาวข้ามภพข้ามชาติของทั้งสองที่มีหัวใจชัดเจนกระจ่างใสไม่แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นภพชาติไหนด้วยคำมั่นสัญญาที่มีให้แก่กัน รักของทั้งสองนั้นยิ่งขมวดเกลียวรัดแน่น ยิ่งนานวันความรักยิ่งเกิดพลัง ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นด้วยพลังแห่งบุญกุศล ทั้งสองจะไม่พลัดพรากจากกัน สัจจธิษฐาน สายใยรักของทั้งสองมันยิ่งใหญ่มหาศาล เป็นความรักที่สุดบรรยายออกมาได้ทั้งหมด เพราะเป็นความรู้สึกที่สุดพรรณนา ความรักอันบริสุทธิ์ลึกซึ้ง ด้วยจิตอันผูกพันด้วยแรงหนุนแห่งพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รักแท้ จึงต้องประกอบด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา คู่รักแท้จริงเปรียบเสมือนผู้คอยอุปถัมภ์ค้ำจุนซึ่งกันและกัน จิตเมตตานำพาให้ทั้งสองเป็นคู่แห่งธรรม ที่ทำหน้าที่ของคนรักด้วยใจเกื้อกูลอย่างบริสุทธิ์ เพราะทั้งสองคู่บุญคู่บารมี เฝ้าเพียรแผ่เมตตา “พุทธังอนันตัง ธัมมังจักรวาฬัง สังฆังนิพพานัง ข้าพเจ้าทั้งสอง ขอแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้แก่บรรดาสัตว์ ที่มีดินน้ำลมไฟ บิดามารดา ญาติกาทั้งหลาย จงมารับ เอาส่วนกุศล ผลบุญของข้าพเจ้าทั้งสอง ในกาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด นิพพานปัจจโยโหตุ”

ความรัก คือ ความงาม
เป็นนิยาม ในยามนี้
ชั่วกาลนานนับปี
ความรักนี้ นิจนิรันดร์

มณีจันทร์ฉาย