หลวงพระบาง เสน่ห์เมืองมรดกโลก

หลวงพระบาง สปป.ลาว เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวบ้านใกล้เรือนเคียง ที่เราสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้านานๆ หรือยุ่งยากเรื่องเอกสาร ไม่ต้องขอวีซ่า เรียกว่า พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปได้เลย เพียงสำรวจตรวจวันหมดอายุพาสปอร์ต แล้วเลือกว่าจะเดินทางด้วยวิธีไหน สะดวกที่สุดก็บินตรงไปลงที่ หลวงพระบาง ได้เลย

จุดประสงค์หลักของผู้ไปเยือนเมืองมรดกโลกแห่งนี้ก็คือ การได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย ทั้งเมืองเวลาเหมือนจะเดินช้าๆ ไม่เร่งรีบ ตามสไตล์ Slow Life แล้วไม่ว่าท่านจะเลือกไปเมืองนี้แบบฮิปสเตอร์ แบกเป้เดินสำรวจเมือง ถ่ายรูปมุมเก๋ๆ พักในเกสต์เฮ้าส์ราคาประหยัด หาอาหารเมนูพื้นเมือง หรือจะสัมผัสความหรูหราแบบมีรสนิยม ที่แลกตามราคากำลังการจับจ่าย ก็มีให้ทุกระดับ ทำให้นักท่องเที่ยวมีความหลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกคนต้องการ สัมผัสความเป็นหลวงพระบาง ให้เต็มอิ่ม

ตามข้อมูลประวัติศาสตร์นั้น หลวงพระบาง แต่เดิมเรียกว่า เมืองซวา (ซัว) ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.1300 ขุนลอ กษัตริย์องค์แรกของลาว ได้ตั้งเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของ อาณาจักรล้านช้าง จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เชียงทอง” ภายหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ มีการยึดอำนาจและกอบกู้ ราชบัลลังก์คืน ในสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม และได้สถาปนาอาณาจักรล้านช้างขึ้นมาใหม่ เป็น กรุงศรีสัตนาคนหุตอุตตมราชธานี และเมื่อถึงรัชสมัยพระโพธิสารราชเจ้า ได้อาราธนา พระบาง จากเมืองเวียงคำ มาประดิษฐาน ณ เมืองเชียงทอง อันเป็นเมืองหลวง และชื่อเรียกเมืองเชียงทองก็เปลี่ยนเป็นเมือง “หลวงพระบาง” ตั้งแต่บัดนั้น

เมื่อปี พ.ศ.2538 องค์การยูเนสโก้ ได้ยกให้เมืองหลวงพระบาง ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผลว่า มีสิ่งปลูกสร้าง วัดวาอารามเก่าแก่เป็นจำนวนมาก บ้านเรือนที่อยู่อาศัยสไตล์โคโลเนียล อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญ ทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณบรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ท่ามกลางธรรมชาติที่ยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดี อีกทั้งผู้คนชาวเมืองหลวงพระบาง มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม เปี่ยมด้วยมิตรภาพและไมตรีจิต สิ่งสำคัญที่มรดกโลกแห่งนี้มีความแตกต่างอย่างโดดเด่นก็คือ ที่อื่นอาจจะได้ขึ้นทะเบียนอย่างเจาะจงในเรื่อง โบราณสถาน หรือ ธรรมชาติ แต่สำหรับหลวงพระบาง ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ รวมทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่ได้รับการดูแลรักษาดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

สถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนเมืองหลวงพระบาง เริ่มจาก วัดเชียงทอง ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นวัดสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของลาว สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เป็นศิลปะของล้านช้างที่ยังคงความสมบูรณ์ อุโบสถ (สิม ในภาษาลาว) หลังคาแอ่นโค้ง ลาดต่ำและซ้อนกันสามชั้น มีช่อฟ้าทั้งหมด 17 ช่อ เพราะสร้างโดยพระมหากษัตริย์ (คนทั่วไปสร้างจะมีแค่ 1-7 ช่อ) จุดสำคัญที่ห้ามพลาดคือผนังของวิหารต่างๆ ตกแต่งด้วยกระจกสีนำเข้าจากญี่ปุ่น ประดับลวดลายแบบโมเสค ประณีตงดงาม เล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนา และวิถีชีวิตของชาวหลวงพระบาง ด้านหลังอุโบสถ (สิม) มีต้นทอง ท่ามกลางสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะนกยูง 2 ตัวรำแพนอยู่ใต้ต้นทอง อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และยังมีหอพระม่าน หอพระพุทธไสยาสน์ โรงเก็บราชรถ ซึ่งทุกที่ล้วนแล้วแต่มีความวิจิตรบรรจง กล่าวได้ว่า ถ้าไม่ได้มาวัดเชียงทอง ก็เหมือนกับมาไม่ถึง หลวงพระบาง

พระราชวังหลวงพระบาง (หอคำ) ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญ ที่บอกเล่าเรื่องราวของเจ้ามหาชีวิตสายหลวงพระบาง ด้านในมีทั้งห้องบรรทม ห้องทรงงาน ท้องพระโรงใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของประเทศลาว เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ตัวอาคารก่อสร้างสวยงาม ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบยุโรปกับของล้านช้าง ตัวอาคารเป็นยุโรปแต่หลังคาเป็นทรงลาว ด้านหน้าของวังยังมี หอพระบาง ประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง

พระธาตุพูสี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงข้ามพระราชวังฯ เดินขึ้น บันได 328 ขั้น ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่น้อย เมื่อถึงยอดจะพบกับพระธาตุพูสี สีทองอร่าม และยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทั้งเมืองแบบ พาโนรามา 360 องศา อากาศเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงเย็น จะมีมหาชนขึ้นมารอชมความงามของพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขา และแม่น้ำโขงยามเย็น ท่านสามารถเลือกเส้นทางได้ทั้งจากตรงข้ามพระราชวังฯ หรือ จากฝั่งแม่น้ำคาน ซึ่งสั้นกว่าและชันกว่า เป็นการท้าทายกำลังกายและกำลังใจเพื่อพิชิตยอดภูที่สูงที่สุดในเมือง

ตลาดมืด เมื่อลงจากพระธาตุพูสี ก็จะได้เวลาของการช้อปปิ้งที่ตลาดมืดพอดี เป็นถนนคนเดินที่ผู้ขายนำเอาสินค้าพื้นเมือง ราคาเป็นมิตร มาให้เลือกชม เลือกต่อรองได้อย่างสนุกสนาน หรือจะลองเปลี่ยนบรรยากาศดินเนอร์จากร้านหรูนั่งสบาย มาเป็นเดินชิลๆ ลองชิมรสชาติสตรีทฟู๊ดพื้นเมืองในราคาเบาๆ

ตลาดเช้า ตื่นเช้าสักนิด เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของหลวงพระบางแท้ๆ เดินชมตลาด ดูอาหารการกิน ดูสินค้าแปลกๆ ที่อาจจะไม่คุ้นเคย สนุกสนานกับการเลือกซื้อของฝาก ที่อาจจะแตกต่างจากตลาดมืด และอย่าลืมเดินหามื้อเช้าแถวริมแม่น้ำโขง แวะจิบกาแฟร้านประชานิยม ที่ใครๆ ก็ต้องมาชิม

น้ำตกตาดกวางสี บรรยากาศร่มรื่น น้ำสีเขียวมรกตใส บางรายก็ว่าเป็นฟ้าเทอควอยซ์ เพราะแร่ธาตุที่มาจากน้ำตกหินปูนที่สูงกว่า 70 เมตร จุดสวยสุดคือชั้น 4 มีสะพานไม้ให้เดิมข้าม สัมผัสละอองไอน้ำเย็นฉ่ำ หรือหากจะลงเล่นก็ยังมีแอ่งขนาดใหญ่ให้แช่ ไม่ต้องแปลกใจถ้าท่านจะได้เห็นหนุ่มสาวจากทุกมุมโลก ใส่บีกีนี่ลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานที่นี่ ท่านต้องออกนอกเมืองสักหน่อย ใช้เวลาราว 40 นาที ด้วยรถตู้ ถือว่าเป็นการผจญภัยแบบเบาๆ ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ถ้ามีเวลาพอ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนอีกมากมายเช่น น้ำตกตาดแส้ ถ้ำติ่ง หรือ ถ้ำปากอู หรือแม้กระทั่งกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวช่วงเช้ามืด ที่จะทำให้ท่านอิ่มเอมใจกับประเพณี วัฒนธรรม อันสำคัญยิ่งของเมืองหลวงพระบาง