สุชาคีรย์-สุพิชญา หอมพวงภู่

“ฟ้าใส” สุชาคีรย์-“โฟร์โมสต์” สุพิชญา หอมพวงภู่ สองพี่น้องที่หลงไหลในเกมส์กีฬา และกิจกรรมต่างๆ ทำให้ทั้งครอบครัวมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน จนทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นไปอย่างดี มีเวลาที่ดีให้แก่กันตลอด

คุณพ่อ ว่าที่ ร.ต.สุชาติ หอมพวงภู่ หรือที่ลูกศิษย์เรียกกันว่า “โปรตั้ม” นั้นชีวิตไม่เริ่มต้นมาง่ายๆเหมือนโปรกอล์ฟคนอื่นๆ แค้ดดี้จึงเป็นอาชีพแรกที่ได้ทำในช่วงวัยรุ่นที่สนามบางพลี พาร์ 3 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นอาชีพกอล์ฟตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ได้เห็นได้เรียนรู้ แม้การเริ่มต้นจะใช้เพียงแค่ไม่ไผ่อันเดียวเดินตีลูกหินไปเรื่อยไม่ท้อไม่เบื่อ จนมีผู้ใหญ่ใจดีที่มองเห็นถึงความตั้งใจ หยิบยื่นไม้กอล์ฟที่ไม่ใช้แล้วมาให้ 6 อัน ตั้งแต่นั้นมาชีวิตเด็กชายตั้มในวัย 14 ปี ก็มุมานะฝึกซ้อมมาตลอด แม้จะต้องแอบเล่น แอบซ้อมในยามที่คนอื่นนอนหลับ ได้อาศัยเพียงแสงจากพระจันทร์ในย่ามค่ำคืนช่วยให้พอได้มองเห็น

สิ่งที่จุดประกายให้ได้ก้าวมาเป็นโปรตั้มในทุกวันนี้คือการได้ออกรอบในครั้งแรกในชีวิตที่สนามเกียรติธานี คือการทำคะแนนเข้ามา 42-41-83 ทุกอย่างเปร่งประกายดูมีความหวัง และมุ่งมั่นฝึกซ้อมเรื่อยมา แม้ว่าอยากจะเทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพให้สมใจให้ได้ทำงานที่รัก แต่กลัวเสียสถานภาพนักกอล์ฟสมัครเล่น เพราะยังต้องแข่งกอล์ฟให้วิทยาลัยพลศึกษาที่ร่ำเรียน

จนเมื่อเรียนจบยังคงได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีให้สอบโปรซึ่งก็ผ่านเป็นทิชชิ่งโปรได้ในครั้งแรก แล้วก็เริ่มสอนเรื่อยมา กระทั่งมีลูกทั้งสองคน “ฟ้าใส-โฟร์โมสต์”

เด็กทั้งสองคนอยู่สนามกอล์ฟกับพ่อมาตั้งแต่เด็ก พ่อสอนลูกศิษย์ ลูกๆก็เล่นกันไป ด้วยการใช้ชีวิต ครอบครัวหอมพวงภู่ พ่อ-แม่ ลูกๆ ใช้ชีวิตกันอยู่ 3 ที่ คือ ที่บ้าน โรงเรียน สนามกอล์ฟ วนเวียนของคู่กัน

สำหรับผู้เป็นพ่อที่ผ่านกีฬากอล์ฟมาก่อน มีความคิดว่ากีฬากอล์ฟเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับลูกๆเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้วงการกอล์ฟนั้นเปิดกว้างมากขึ้นกว่าสมัยก่อน สามารถฝึกฝนและยึดเป็นอาชีพได้เป็นอย่างดี

กีฬากอล์ฟมีส่วนสร้างอาชีพได้อย่างมากมายหลายแขนง หากวันนึงลูกมีความสามารถมากพอจะก้าวไปสู่การเป็นนักกอล์ฟอาชีพสร้างรายได้มหาศาลก็ทำได้ หรือหากฝีมือไม่ถึงขั้นแข่งขันเป็นโปรทัวร์ ก็ยังสามารถสอนได้ ทำหน้าที่โค้ชให้กับนักกีฬาได้ และที่สำคัญอายุของการเป็นนักกีฬากอล์ฟนั้นยาวนานกว่ากีฬาชนิดอื่นๆมากนัก

สำหรับลูกๆทั้งสองคนที่กำลังมุ่งหน้าเดินตามรอยของพ่ออย่างเข้มข้นและเด่นชัดมากขึ้นในทุกๆวัน โดยเฉพาะคนเล็ก “น้องโฟร์โมสต์” สุพิชญา หอมพวงภู่ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ได้รับรางวัลจากการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องจากหลายๆทัวร์นาเม้นท์ที่ได้ร่วมแข่งขันเก็บเกี่ยวประสบการณ์

ส่วนตัวพี่สาว “ฟ้าใส” สุชาคีรย์ หอมพวงภู่ ก็กำลังฝึกซ้อมอย่างหนักเช่นกันแม้ว่าจะไม่เน้นหนักเท่าตัวของน้องสาว เนื่องจากฟ้าใสเป็นคนที่ถนัดมือซ้าย แต่ต้องมาตีมือขวา ทำให้การเริ่มต้นและการพัฒนาของกล้ามเนื้อนั้นเป็นไปได้ช้ากว่าแต่ก็เป็นเรื่องดีที่ได้มีกีฬากอล์ฟเป็นอีกหนึ่งชนิดของกีฬาที่ได้เรียนรู้

เวลาเกือบ 2 ปี ที่ครอบครัวย้ายมาทำงานและฝึกซ้อมอยู่ที่สนามศรีนครินทร์กอล์ฟ ซึ่งเป็นเวลาที่สองพี่น้องเริ่มเรียนรู้กอล์ฟอย่างจริงจริงโดยมีคุณพ่อเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้ “โฟร์โมสต์” มีวงสวิงค่อนอยู่ตัว มีลูกสั้นเป็นอาวุธเด็ด จากนี้ไปคุณพ่อเริ่มวางแผนให้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และโภชนาการเป็นสำคัญ

ทุกอย่างดำเนินเป็นขั้นเป็นตอนโดยคุณพ่อเป็นผู้วางโปรแกรมของการฝึกซ้อม ว่าช่วงเวลานี้ควรเน้นอะไร และปรับตรงไหน โดยการเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดนั้นทำให้ตัวนักกีฬาไม่ต้องหักโหมปรับเปลี่ยนอะไรจนมากเกินไป ปรับทุกอย่างทีละนิด พัฒนาไปทีละขึ้นตอน

คุณพ่อพูดสอนเสมอว่าตัวพ่อนั้นเคยมีฐานะที่ยากจนมาก่อน สิ่งที่จะถ่ายทอดให้ได้ก็มีเพียงวิชาความรู้ที่ติดตัวมา แต่สิ่งเหล่านั้นจะสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ และสร้างหน้าที่การงานให้กับลูกๆได้ ขอเพียงแต่ลูกตั้งใจกับสิ่งที่พ่อได้พร่ำสอนก็จะเป็นความรู้ความสามารถติดตัวไปในอนาคต

ในทุกๆวัน คุณพ่อจะสวมบทบาทครูพละในเวลากลางวันที่โรงเรียนอรรถวิทย์ เช่นเดียวกับลูกๆที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน หลังจาก 5 โมงเย็นจะมารับหน้าที่โปรกอล์ฟที่สนามศรีนครินทร์ เช่นเดียวกันกับลูกๆที่จะมารับบทลูกศิษย์ฝึกซ้อมและเรียนกอล์ฟกับโปรตั้มอยู่ที่สนามแห่งนี้ ลูกๆฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ที่พ่อว่าจากสอนลูกศิษย์ก็จะมาดูลูกๆฝึกซ้อมตลอด วันไหนมีเวลาก็ได้ออกรอบด้วยกัน สร้างเสียงหัวเราะ ความสนุกสนานกันภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของอนาคตนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันไว้บ้าง โดยครอบครัวอยากให้เล่นกอล์ฟในนามสถาบันการศึกษาไปเรื่อยๆเพื่อฝึกฝนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปจนจบระดับมหาวิทยาลัย จากนั้นจะมาดูกันอีกครั้งว่าลูกๆอยากเดินทางสายไหนต่อไปในอนาคต โดยโฟร์โมสต์มีความฝันที่อยากจะมุ่งมั่นในสายกอล์ฟเป็นนักกอล์ฟอาชีพต่อไปในอนาคต ส่วนพี่ฟ้าใสมองไว้ว่ากอล์ฟเป็นกีฬาที่ดีฝึกฝนทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ความฝันนั้นอยากเรียนรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นโปรแกรมเมอร์ต่อไป

ทั้งในฐานะพ่อ และผู้ฝึกสอนกอล์ฟมองว่า กีฬากอล์ฟเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนในเรื่องของ สมาธิ ความพยายาม และความมุ่งมั่น ทุกอย่างของความเป็นนักกอล์ฟจะจบลงทันทีหากไม่มีทั้ง 3 สิ่งที่กล่าวมาในข้างต้น สิ่งที่ตามมีเพียงอย่างเดียวคือคำว่า “แพ้”

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ – นามสกุล : เด็กหญิงสุชาคีรส์ หอมพวงภู่ ชื่อเล่น : น้องฟ้าใส
วันเดือนปีเกิด : 14 กุมภาพันธ์ 2547 อายุ : 14 ปี
น้ำหนัก : 42 กิโลกรัม ส่วนสูง : 154 เซนติเมตร
สถานศึกษา : โรงเรียนอรรถวิทย์ ชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 3
บิดา-มารดา : ว่าที่ ร.ต.สุชาติ-วลัยลักษ์ หอมพวงภู่
นิสัยส่วนตัว : ร่าเริง แจ่มใส พูดน้อย ขี้เล่น
นักกอล์ฟในดวงใจ : โปรเม เอรียา จุฑานุกาล
อาหารจานโปรด : ขนมจีน
เริ่มเล่นกอล์ฟ : ประมาณ 2 ปี
ผู้ฝึกสอนกอล์ฟ : คุณพ่อ โปรสุชาติ หอมพวงภู่
สนามฝึกซ้อม : สนามศรีนครินทร์กอล์ฟ
ระยะไดร์ฟเฉลี่ย : 200-210 หลา
ผลงานที่ภาคภูมิใจ : ชนะเลิศการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ NGC
ความใฝ่ฝันในอนาคต : โปรแกรมเมอร์
อุปกรณ์กอล์ฟ
ไดร์ฟเวอร์ : KASCO
ชุดเหล็ก : KASCO
พัตเตอร์ : Titleist

ประวัติส่วนตัว
ชื่อ – นามสกุล : เด็กหญิงสุพิชญา หอมพวงภู่ ชื่อเล่น : โฟร์โมสต์
วันเดือนปีเกิด : 5 ธันวาคม 2548 อายุ : 13 ปี
น้ำหนัก : 38 กิโลกรัม ส่วนสูง : 149 เซนติเมตร
สถานศึกษา : โรงเรียนอรรถวิทย์ ชั้น : มัธยมศึกษาปีที่ 1
บิดา-มารดา : ว่าที่ ร.ต.สุชาติ-วลัยลักษ์ หอมพวงภู่
นิสัยส่วนตัว : พูดน้อย ขี้อาย มีความรับผิดชอบสูง
นักกอล์ฟในดวงใจ : โปรเม เอรียา จุฑานุกาล
อาหารจานโปรด : สปาเก็ตตี้
เริ่มเล่นกอล์ฟ : ประมาณ 2 ปี
ผู้ฝึกสอนกอล์ฟ : คุณพ่อ โปรสุชาติ หอมพวงภู่
สนามฝึกซ้อม : สนามศรีนครินทร์กอล์ฟ
ระยะไดร์ฟเฉลี่ย : 180-200 หลา
ผลงานที่ภาคภูมิใจ : ชนะเลิศการแข่งขันกอล์ฟการกุศล มหาวิทยาลัยอุดมศึกษา
ความใฝ่ฝันในอนาคต : นักกอล์ฟอาชีพ
อุปกรณ์กอล์ฟ
ไดร์ฟเวอร์ : KASCO
ชุดเหล็ก : KASCO
พัตเตอร์ : Cleveland