แบรดลีย์ แชมป์ในรอบ 6 ปี ศึกบีเอ็มดับเบิลยูฯ

แบรดลีย์ แชมป์ในรอบ 6 ปี ศึกบีเอ็มดับเบิลยูฯ

คีแกน แบรดลีย์ นักกอล์ฟอเมริกาจบการรอคอย 6 ปีกลับมาชนะพีจีเอทัวร์อีกครั้งหลังเก็บพาร์ที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟเฉือนชนะ จัสติน โรส มือหนึ่งโลกคนใหม่ คว้าแชมป์บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 8.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 287 ล้านบาท ณ สนามอาโรนิมิงค์ กอล์ฟ คลับ นิวตัน สแควร์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา

ชัยชนะรายการนี้นับเป็นการคว้าแชมป์รายการที่สี่ในอาชีพของ แบรดลีย์ ซึ่งสามจากจำนวนดังกล่าวมาจากการเล่นเพลย์ออฟ และเป็นการปฏิเสธแชมป์รายการที่สามในฤดูกาลนี่ของ โรส ถึงแม้ว่าอันดับสองจะเพียงพอที่จะส่งนักกอล์ฟจากอังกฤษขึ้นไปเป็นมือหนึ่งของโลกเป็นครั้งแรกในชีวิต

โรส นั้นพัตต์เซฟพาร์ระยะ 15 ฟุตบนกรีนหลุมสุดท้ายที่อาโรนิมิงค์ กอล์ฟ คลับ ได้แค่เลียปากหลุม ทำให้จบสกอร์รอบสุดท้าย 3 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 20 อันเดอร์พาร์ 260 เท่ากับ แบรดลีย์ ที่หวดเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 64

แบรดลีย์ อดีตแชมป์พีจีเอ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2011 ไม่ชนะการแข่งขันนับตั้งแต่คว้าแชมป์เวิดล์กอล์ฟแชมเปียนชิพรายการบริดจสโตน อินวิเตชันแนล นับเป็ฯการกลับมาชนะพีจีเอทัวร์อีกครั้งในรอบ 6 ปี และเป็นการชฃนะครั้งแรกนับตั้งแต่เลิกใช้เบลลีพัตเตอร์

“ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิตของผม” แบรดลีย์ กล่าว

“การเปลี่ยนผ่านจากเบลลีพัตเตอร์นั้นยุ่งกว่าเกินกว่าที่ผมคาดคิด มันเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสพอสมควรกับการไม่ติดทีมไรเดอร์คัพ เพรสซิเดนท์คัพ และการหลุมออกไปจาก 100 อันดับแรกของโลกนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ”

แบรดลีย์ พยายามกลับมาสู่เกมของตนเองอีกครั้งด้วยการกลับมาร่วมงานกับ ดาร์เรน เมย์ โค้ชของเขาอีกครั้ง และค่อยๆพัฒนาเกมการเล่นอย่างช้าๆจนกลับมาสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้ง

“ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมเล่นได้ค่อนข้างนิ่ง และที่น่าประหลาดคือ ปกติผมเป็นคนที่เล่นกอล์ฟแบบไม่ค่อยมองไปที่ลีดเดอร์บอร์ดนัก แต่วันนี้ผมกลับมองไปที่ลีดเดอร์บอร์ดทั้งวัน และรูสึกว่าตนเองเล่นได้ค่อนข้างแน่นอนดีทีเดียว” แบรดลีย์ กล่าว

“มันเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจมากกับผลที่ได้มากจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก บางครั้งคุณอาจจะไม่ได้รับมันก็ได้ แต่การได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับชนะการแข่งขัน มันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ”

โรส นั้นแตกต่างจาก แบรดลีย์ เนื่องจกาเขาเป็นหนึ่งใน 5 ผู้เล่นที่มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์เพลย์ออฟซีรีส์พร้อมโบนัส 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 328 ล้านบาท หากสามารถคว้าแชมป์แมทช์ปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ ที่แอตแลนตา ได้

“แน่นอนว่าผมอยากที่จะชนะ เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ เนื่องจากผมต้องการเป็ฯนักกอล์ฟหมายเลขหนึ่งของโลกด้วยการคว้าชัยชนะ แต่วันนี้ก็เป็นวันที่สนุกอีกวันหนึ่ง” โรส กล่าว

“ผมได้เบอร์ดี้ที่หลุม 16 และ 17 และผมรู้ว่า คีแกน ที่เล่นไปก่อนหน้าผมก็ทำได้แบบเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่จะโต้ตอบได้คือพยายามพัตต์ให้ดีที่สุดในช่วงรอบปกติ และโชคร้ายสำหรับผมที่ในตอนเพลย์ออฟนั้นผมดันพัตต์ไม่ค่อยดีนัก”

บิลลี ฮอร์สเชล และ ซานเดอร์ ชอฟเฟเล สองนักกอล์ฟอเมริกันจบอันดับสามร่วมดันที่สกอร์รวม 261 ตามมาด้วย รอรี แม็คอิลรอย นักกอล์ฟจากไอร์แลนด์เหนือที่ทำสกอร์รวมสี่วัน 262

ด้าน ไทเกอร์ วูดส์ แชมป์เมเจอร์ 14 รายการคัมแบ็กกลับมาได้ในฤดูกาลนี้หลังจากไปผ่าตัดกระดูกสันหลัง ในรอบสุดท้ายทำเข้ามา 65 จบอันดับหกร่วมด้วยสกอร์ 263 การันตีเป็น 30 คนสุดท้ายที่จะได้ไปเล่นแมทช์ปิดฤดูกาลที่แอตแลนตา

ไทเกอร์ นั้นมีลุ้นในรายการระดับเมเจอร์ด้วย เขาจบอันดับสองในศึกพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และนำการแข่งขันรอบสุดท้ายศึกบริติช โอเพ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องตามหาแชมป์แรกในรอบกว่า 5 ปีต่อไป

สรุปผลบีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 70)
260 คีแกน แบรดลีย์ (สหรัฐฯ) 66-64-66-64
260 จัสติน โรส (สหราชอาณาจักร) 66-63-64-67 (แบรดลีย์ ชนะซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ หลุมแรก)
261 บิลลี ฮอร์สเชล (สหรัฐฯ) 64-67-66-64
261 ซานเดอร์ ชอฟเฟเล (สหรัฐฯ) 63-64-67-67
262 รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) 62-69-63-68
263 ไทเกอร์ วูดส์ (สหรัฐฯ) 62-70-66-65
263 เวบบ์ ซิมป์สัน (สหรัฐฯ) 66-67-65-65
264 โทนี ฟิเนา (สหรัฐฯ) 68-64-67-65
264 ฟรานเชสโก มอลินารี (อิตาลี) 70-63-64-67
264 ริคกี ฟาวเลอร์ (สหรัฐฯ) 65-65-65-69
264 ทอมมี ฟลีทวูด (สหราชอาณาจักร) 71-62-62-69
265 เควิน นา (สหรัฐฯ) 70-62-67-66
265 แกรี วูดแลนด์ (สหรัฐฯ) 66-66-66-67
265 จัสติน โธมัส (สหรัฐฯ) 64-67-66-68
266 ฮิเดกิ มัทซึยามา (ญี่ปุ่น) 66-64-67-69