นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ศังขานนท์

นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ศังขานนท์
ผู้จัดการแผนกโครงการต่างประเทศ
บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน)
ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจและองค์กร
สยามมวยไทยคอเปอร์เรชั่น
“งานปัจจุบันที่ทำ คืออดีตของวันพรุ่งนี้”
“การใช้ชีวิตโดยทำงานแค่ในปัจจุบัน แต่ไม่ได้สะสางของเก่า คือการเดินตามอดีตไปเรื่อยๆ เราก็จะไม่มีวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน”

ครอบครัวนักกีฬา : คุณแม่ชอบกีฬาเต้น ตั้งแต่เด็กจนโต ผมได้เห็นคุณแม่ไปแข่งชิงแชมป์ลีลาศ ลาติน แดนซ์ ทั่วโลก ส่วนคุณพ่อก็เป็นทั้ง นักฟุตบอล นักมวย และยังเป็นถึงนักวิ่งทีมชาติ ทำให้ผมโตขึ้นมาในครอบครัวนักกีฬา ได้มองทั้งฝั่งคุณพ่อและคุณแม่ แล้วก็เริ่มต้นสนใจฟุตบอลมากที่สุด ต่อมาก็ชกมวย เพราะคุณพ่อชอบชกมวยมาก

ชอบเป็นผู้จัดงาน : ผมชอบจัด ชอบดู มากกว่าเป็นผู้เล่น ตั้งแต่สมัยเรียน เวลามีกีฬาก็จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดตลอด จนถึงเมื่อได้ทำงานแล้ว ถ้าใครบอกจะจัดงานกีฬา งานการกุศล ผมจะขออาสาทำตลอด

อยากเป็นทหาร แต่เรียนหมอ : ผมอยากเป็นทหารมากๆ ตามแบบคุณลุง (พลเอกคณิต เพิ่มทรัพย์) แต่ด้วยพละกำลัง ความแข็งแกร่ง อาจจะไปไม่ถึง แต่ถ้าเน้นไปทางวิชาการ ก็คงจะช่วยเหลือประเทศชาติไปได้อีกทาง การเตรียมตัวเพื่อจะเรียนหมอต้องเริ่มตั้งแต่ ม.ต้น จิตใจก็ต้องเข้มแข็ง มุ่งมั่นในการเรียนเป็นอันดับหนึ่ง และไม่ย่อท้อในสิ่งที่จะเข้ามาทดสอบในชีวิตอยู่ทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การเผชิญกับคนไข้ การตัดสินใจที่ต้องเด็ดขาด โดยมีชีวิตผู้อื่นเป็นเครื่องการันตีว่า เราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เราจะไม่เล่นกับชีวิตของใคร เพราะไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปแก้ไขทำเรื่องนั้นได้อีก

ใจเย็นเพราะเรียนแพทย์ : เด็กๆ ค่อนข้างเกเร พละกำลังค่อนข้างมาก มีเรื่องชกต่อยกันเยอะ จนรู้สึกว่าตัวเองเกเรอย่างไม่มีเหตุผล อาจเป็นเพราะฮอร์โมนหรือสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกวันนี้เข้าใจวัยรุ่น จึงอยากนำศาสตร์ตรงนี้เข้าไปสอน อาชีพแพทย์สอนให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ ชีวิตนี้ถ้าไม่ได้เรียนแพทย์ ก็คงไม่ใจเย็นขนาดนี้

หัวใจเดียวกัน : นักกีฬา กับ หมอ มีหัวใจเดียวกัน นั่นคือเรื่อง สุขภาพ ผมจึงมาคิดว่า อาชีพหมอทำประโยชน์อะไรให้กับวงการกีฬาบ้าง นั่นคือการส่งเสริมให้คนมาออกกำลัง มาเล่นกีฬา จะทำอย่างไรให้วงการกีฬาดีขึ้นได้ เราก็ต้องจัดแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพ

ทำงานห้องแลป : ผมเรียนแพทย์จากฟิลิปปินส์และได้มาฝึกงานที่ประเทศไทย แล้วยังได้เลือกเรียนต่อในสาขามะเร็ง ใจจริงอยากเรียนเรื่องเวชศาสตร์ทางการกีฬา แต่ ณ เวลานั้น สาขานี้ยังไม่แพร่หลาย ถ้าย้อนกลับไปได้ผมก็ยังอยากเรียน เพราะชอบกีฬา จนได้มาอยู่แผนกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ แลป คือหัวใจของโรงพยาบาล ถ้าการวินิจฉัยไม่เที่ยงตรง ไม่ถูกต้อง ไม่แม่นยำ ถึงหมอจะเก่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จในการรักษาได้ ผมมีหน้าที่ให้คำบรรยายเกี่ยวกับ การส่งผลแลป ผลเลือด การตรวจชิ้นเนื้อ การดูแลผู้ป่วย มะเร็งวิทยา ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียนมาโดยตรง ทำให้มีความสุขกับการทำงาน

ขยับขยาย : มีผู้แนะนำว่า ถ้าอยากจะทำอะไรที่กว้างมากกว่านี้ ควรจะมาดูแลโครงการต่างประเทศทั้งหมด มีหน้าที่นำความรู้ของคนไทยไปสู่ต่างประเทศ และนำของต่างประเทศกลับเข้ามาด้วย เป็นการแลกเปลี่ยนทางความรู้กัน และยังมีผลประโยชน์อื่นๆ ทางการตลาด การแลกเปลี่ยนคนไข้ หากแต่ละประเทศมีความรู้ เก่ง แต่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน การแพทย์คงไปไม่ได้ไกล ซึ่งความรู้ทางการแพทย์ของคนไทย ได้การยอมรับว่า เก่งมาก เป็นนักทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ ที่นานาชาติให้ความนับถือ หากกำจัดข้อจำกัดทางด้านการสื่อสาร ภาษา เราไม่มีทางแพ้ใคร นั่นจึงทำให้ผมได้มาร่วมงานกับ โรงพยาบาลสมิติเวช โดยปัจจุบันทำหน้าที่เป็น ผู้จัดการแผนกโครงการต่างประเทศ

คุณหมอชอบมวย : ตั้งแต่สมัยผมเป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ทันทีที่มีเวลาว่าง จะต้องเดินไปดูมวยที่เวทีใกล้ๆ อยู่เสมอ และถามตัวเองว่า จะทำอะไรให้กับวงการมวยได้บ้าง จะขึ้นชกเอง ทำค่าย ทำยิม ทำฟิตเนส ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่มีคำตอบ ตอนทำงานแล้วผมยังเป็นสมาชิกของฟิตเนส เวลามีคลาสบอดี้คอมแบต ผมไม่ยอมขาดเรียนเลย แต่ยังรู้สึกว่า ทำได้แค่นี้หรือ มันยังเป็นได้แค่การออกกำลังกาย เลยรวมกับเพื่อนครูชาวฟิลิปปินส์เปิดคลาส ทั้งบอดี้คอมแบตและซุมบ้าสอนบุคลากรในโรงพยาบาลสมิติเวช

เหตุการณ์ฝังใจ : ผมเคยเจอผู้หญิงถูกโจรขับมอเตอร์ไซด์แย่งกระเป๋า ผมก็วิ่งเข้าไปช่วยโดยไม่คิดอะไร ทำไปตามสัญชาติญาณ ในที่สุด โจรก็ได้กระเป๋าไป ที่ผมเข้าไปจะช่วย ก็ทำได้แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น ทำให้ผมมาคิดว่า นอกจากพละกำลังแล้ว ทำไมผมไม่มีเทคนิคหรือวิชาอะไรที่จะช่วยเขาได้ แล้วเมื่อมาคิดอีกที ถ้าหากโจรมีอาวุธล่ะ ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร นั่นคือเหตุการณ์ฝังใจว่า จะทำอย่างไรเราถึงจะมีวิชาเหล่านั้น ผมก็นึกถึง มวยไทย ซึ่งในอดีตใช้เป็นอาวุธสงคราม ป้องกันตัวได้ ทำให้เริ่มมาเรียนมวยไทย เหตุผลก็คือ ป้องกันตัวเอง ป้องกันคนในครอบครัว หรือคนที่เราจำเป็นต้องช่วย ไม่ให้เกิดภัยมากกว่านี้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้ออกกำลังกาย ยิ่งนึกย้อนไปว่า ถ้ามีทักษะเท่ากับนักมวยในค่าย วันนั้นคงช่วยผู้หญิงที่ถูกวิ่งราวกระเป๋าได้มากกว่านี้

พบกับฮีโร่ : จนเมื่อได้พบกับพี่วิชัย ราชานนท์ ฮีโร่นักชกขวัญใจชาวไทยอีกท่าน ได้พูดคุยสอบถามว่า ทำไมถึงได้มาเป็นนักมวย ส่วนผมถ้าเป็นแพทย์แล้วจะมาเป็นนักมวยก็น่าจะแปลกมาก ซึ่งพี่วิชัย ก็บอกว่า การเข้ามาวงการมวยทำได้หลายรูปแบบ เข้ามาเป็นโปรโมเตอร์ หัวหน้าค่าย หรือผู้จัด ก็มีส่วนร่วมได้ทั้งนั้น ผมก็อยากจะเลือกเป็นผู้จัด เพราะเปรียบเสมือนเป็นทั้ง โปรโมเตอร์ และ หัวหน้าค่าย ไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เริ่มศึกษา ขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ (พลเอกคณิต เพิ่มทรัพย์) ท่านก็ให้คำแนะนำว่าจะเริ่มยังไง คุยกับหน่วยงานไหนก่อน จนได้เจอกับพี่ๆ ในวงการมวย และได้จัดตั้ง บริษัท สยามมวยไทย คอร์เปอเรชั่น ขึ้นมา แล้วผมก็ได้รับการชักชวน ให้เข้ามาร่วมกันดูแลบริหารค่าย โดยได้เข้ามาดูเรื่องสาธารณะสุขก่อนเลยเป็นอันดับแรก

สร้างเอกลักษณ์มวยไทยให้ชัดเจน : มวยไทยทุกวันนี้เราพร้อมเสิร์ฟเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติมากไปนิดนึง เรามีรากเหง้าที่ชัดเจนแน่นอนว่า หมัด แขน เข่า ศอก คืออะไร การจัดมวยในครั้งนี้ของเรา จึงเน้นว่า ต้องออกอาวุธได้ครบ ชกสมศักดิ์ศรี เป็นมวยไทยในวิถีไทย เป็นมวยยกเดียว ไหว้ครูเสร็จก็เดินหน้าชกกันเลย บรรยากาศในงานก็จะเป็นไทยแท้ๆ ไม่ผสมผสานอินเตอร์เลย ชาวต่างชาติชอบมวยไทยมาก ยุโรป และ จีน อย่างในอิตาลี่ ที่กรุงโรมมีค่ายมวยไทยเยอะมาก กลุ่มสแกนดิเนเวียน ก็เข้ามาฝึกค่ายมวยแถบหัวหิน เขาอยากมีเวทีเพื่อขึ้นชก อยากเจอมวยไทยแท้ๆ แต่คนไทยเราพยายามเปลี่ยนกติกามวยไทย เช่นเจอมวยจีน งดใช้ศอก เจอมวยฝรั่ง งดตีเข่า ซึ่งมวยไทยจริงๆ ไม่ใช่แบบนั้น และอย่างที่ท่าน พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร เคยกล่าวไว้ว่า สักวันหนึ่งมวยไทยจะไปโอลิมปิค

กีฬาอันทรงเกียรติ : มวยไทยไม่ใช่กีฬาที่คนมาชกต่อยกันอย่างเดียว หรือเวลาเห็นนักมวย แล้วคิดว่าเขาบาดเจ็บ ทรมานรึเปล่า? จริงๆ แล้ว คนเหล่านี้เขาได้ก้าวขึ้นมาเพื่อฝึกฝนศาสตร์อย่างหนึ่ง นักมวยไม่รู้สึกทรมาน แต่เขากลับภูมิใจที่ได้ฝึกฝนตัวเอง รู้สึกมีเกียรติทุกครั้งที่ขึ้นชก ไม่อยากให้ชาวไทยเข้าใจผิดว่านี่คือการทรมานคน เพราะนั่นคือเกียรติสูงสุดของเขา และเป็นสิ่งที่เขาได้เลือกแล้ว

โครงการของสยามมวยไทย : เราจัดทุก 4 เดือน ครั้งแรกจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน ที่พัทยา ครั้งต่อไปจัดที่ หัวหิน เชียงใหม่ และ กรุงเทพฯ และในวันข้างหน้าบริษัทของเรายังจะได้ร่วมกับ พลเอกเจริญ เตชะวณิชย์ และประธานกลุ่ม นักรบนิรนาม 33 คือทหารไทยที่ได้สูญเสียจากภาวะสงคราม เราตั้งปณิธานไว้ว่า จะจัดกอล์ฟการกุศล นำรายได้ไปช่วยทหารที่ผ่านศึกเหล่านี้อีกด้วย

โครงการเพื่อสังคม : การจะทำโครงการใหญ่ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น เราต้องดูแลโครงการเล็กให้ได้ก่อน เราเริ่มจากดูแลเรื่องสุขภาพ พยายามร่วมกับหน่วยงานด้านสุขภาพของหลายๆ แห่ง ทุกปีเราจัดหน่วยแพทย์มาตรวจสุขภาพชุมชนรอบๆ ชุมชนดอนเมืองวิลล่า 2 แล้วยังมีการส่งเสริมให้ออกกำลังกาย โดยสามารถเข้ามาเล่นอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการเข้ามาฝึกหัดมวยไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

มวยไทยกับคนไทย : เมื่อมองเข้าไปให้ลึกๆ ก็คล้ายกับชีวิตประจำวันของคนไทย เมื่อคุณต้องไปทำงาน จะก้าวขึ้นมอเตอร์ไซด์แล้วยกขาไม่ได้มันก็ลำบาก มวยไทยสอนให้เตะ ซึ่งทำให้การก้าวข้ามขึ้นไปนั่งเป็นเรื่องง่ายเลย การโหนรถเมล์ก็ต้องใช้พลังแขน การเดินทางไปไหนมาไหน มวยไทย ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันตัวได้ ถ้าเราปรับมวยไทยมาเป็นชีวิตประจำวันได้ก็น่าจะเป็นประโยชน์มาก เคยมีคำพูดกล่าวไว้ว่า ถ้าอยากดูว่าคนไหนเป็นคนไทย ให้ลองเตะไปที่ขา ถ้าเป็นฝรั่งจะเอี้ยวตัวหลบ แต่ถ้าคนไหนยกขาขึ้นรับ นั่นคือคนไทย ต่อให้ไม่เคยเรียนมวยเลยก็ทำได้ เพราะเรามีมวยไทยอยู่ในสายเลือด ตั้งแต่เกิดเราได้รับรู้เรื่องของมวยไทยมาตลอด ซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว จนกลายเป็นสัญชาติญาณ

วิธีดูแลตัวเอง : ผมพยามยามออกกำลังกายทุกครั้งที่ทำได้ นั่งสมาธิทุกวัน ทั้งกายและใจจะได้สัมพันธ์กัน แล้วความเหมาะสมของแต่คนก็ไม่เหมือนกัน ต้องดูว่า ออกกำลังแล้วรู้สึกดี มีความสุขหรือไม่ บางคนอาจทำแล้วเครียดไม่มีความสุข ผมว่าคุณมาผิดทางแล้ว แต่บางคนแม้จะออกกำลังแค่ 15 นาที แล้วรู้สึกดีไปทั้งวัน นั่นแสดงว่า คุณมาถูกทางแล้ว

การทำงานในอนาคต : คือสิ่งสำคัญที่สุด การใช้ชีวิตโดยทำงานแค่ในปัจจุบัน แต่ไม่ได้สะสางของเก่า คือการเดินตามอดีตไปเรื่อยๆ เราก็จะไม่มีวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน งานปัจจุบันที่เราทำ คืออดีตในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าเราคิดวางแผนไปถึงวันข้างหน้า พยายามทำงานในวันพรุ่งนี้ให้ได้ก่อน แล้วจัดการปัญหาเรื่องราวที่คาราคาซังให้หมด ชีวิตคุณไม่มีวันถดถอยอย่างแน่นอน ความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคต นั่นคือ งานปัจจุบันที่เราทำอยู่นั่นเอง

กอล์ฟ : ผมเคยคิดว่า คือกีฬาที่ใช้แรงประเภทหนึ่ง แต่พอเข้ามาสัมผัสจริงๆ ถึงได้ทราบว่า นี่คือศิลปะชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นการบิดที่แตกต่างกันแค่องศาเดียว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด ถ้าเราไม่รู้จักกลศาสตร์ สรีระวิทยา หรือฝึกฝนให้ชำนาญกับกล้ามเนื้อมัดนั้น ไม่มีทางเลยที่คุณจะเล่นกอล์ฟได้เก่ง และเมื่อได้มาเล่นแล้ว ก็ยากที่จะเลิกออกไปได้ง่ายๆ เป็นกีฬาที่มีเสน่ห์รุนแรงจริงๆ

โปรช้าง ธงชัย ใจดี : คือฮีโร่นักกอล์ฟของผม เขาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องความพยายาม จากคนธรรมดา แต่เมื่อมีความมุมานะ ทั้งฝึก ทั้งฝน หาพรแสวง จนประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งเรื่องราวนี้ สร้างความประทับใจ ส่งผลให้กับชีวิตผม ทำให้ต้องคอยสอน คอยเตือนตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องมีความอดทนให้มาก รู้จักตั้งเป้าหมายไว้ และพยายามมุ่งไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ

คติชีวิตจากกอล์ฟ : ผมตีไกลมาก แต่ลูกสั้นก็ยังไม่ค่อยดีนัก จนเมื่อได้รับคำแนะนำว่า เป้าหมายชีวิตก็เหมือนกับกอล์ฟ ให้รู้จักค่อยๆ มองเลย์เอ้าท์ ค่อยๆ มองหลุม พิจารณาให้ดี ไม่ต้องรีบร้อน เหมือนกับเรื่องราวในชีวิตเรา ทุกอย่างมันมีจังหวะ มีเหตุมีผลของมัน ถ้ากล้ามเนื้อและจังหวะได้องศาพอดีกัน ยังไงก็ไม่หลุดไปไหน การใช้ชีวิตก็เช่นกันครับ