ลูกชนะได้ถ้วย แต่เสียเพื่อน

ลูกชนะได้ถ้วย แต่เสียเพื่อน

มีผู้ปกครองที่เพิ่งมีลูกเข้าสู่วงการแข่งขันกอล์ฟ มาแสดงความรู้สึกว่า ทำไมวงการกอล์ฟเยาวชนเมืองไทยเราเดี๋ยวนี้ถึงเป็นอย่างนี้ พาลูกไปแข่งแล้วรู้สึกแย่ ไม่อยากพาไปแข่งเลย

ผมถามกลับไป ว่า “มันเป็นอย่างไรครับ ที่ทำให้รู้สึกแย่”

ผู้ปกครองท่านนั้นบอกว่า เป็นสิ่งที่เจอกับตัวเอง และทั้งที่พบเห็นคนอื่นๆเป็นกัน จนรู้สึกว่า วงการนี้มันเป็นอย่างไรกัน กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาของสุภาพบุรุษไม่ใช่หรือ

“อะไรบ้างครับที่เจอ”

สิ่งที่ตัวเองเจอ คือ พ่อหรือแม่ ด่าว่าลูก ตำหนิลูก หรือบางครั้งก็ทำโทษลูก เมื่อลูกทำผิดพลาดต่อหน้าเพื่อน ต่อหน้าผู้ปกครองคนอื่นในสนาม หรือหลังการแข่งขัน

และยังมีอีก ผู้ปกครองของเด็กอีกคนหนึ่งไปว่าหรือตำหนิคู่แข่งของลูกตัวเอง ทำให้ผู้ปกครองของเด็กที่ถูกตำหนิทนไม่ได้เข้าไปต่อว่าและก็ถกเถียง ทะเลาะกัน

หรือแม้กระทั่ง กฎของการแข่งขันบอกว่า ห้ามสอน ห้ามแนะนำ แต่ก็ยังมีผู้ปกครองเข้าไปสอนทั้งบนกรีน บนทีออฟ

หรือการแสดงออกที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาของเด็กๆ เพื่อที่จะทำให้เพื่อนถูกปรับโทษ ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกัน อาทิ เช่น แคดดี้เข้ามากางร่มให้ตอนพัตต์ ก็ไม่เตือนเพื่อนเตือนแคดดี้ก่อน ปล่อยให้ทำ พอไปเจอกรรมการก็ไปถามกรรมการ กรรมการถามแคดดี้ถามนักกีฬาว่าทำไหม ทั้งคู่ตอบว่าทำ เพราะแคดดี้และนักกีฬาไม่รู้มาก่อนว่าทำไม่ได้ ก็ถูกปรับโทษกันไป 2 แต้ม

หรือแม้แต่การให้เพื่อนย้ายมาร์ค แล้วเพื่อนเผลอไม่ย้ายกลับ ก็ไม่เตือนเพื่อนให้ย้ายกลับ กลับไปรอจังหวะปรับโทษเขาหลังจากที่เขาทำไปแล้ว

สิ่งเหล่านี้พอมันเกิดขึ้น ก็กลายเป็นสิ่งที่เสียความรู้สึกกัน กลายเป็นสิ่งที่บาดหมางใจกัน คนภายนอกรู้เข้าก็พลอยผสมโรง เอาไปพูดต่อ เสียความรู้สึกกันไป

ผมได้บอกกลับไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้นพวกนี้ ไม่ใช่เพิ่งเป็น ตั้งแต่ผมอยู่วงการกอล์ฟมา พบเห็นมาตั้งแต่แรกๆแล้ว และบอกได้เลยว่าไม่ใช่แค่วงการกีฬากอล์ฟ ทุกวงการกีฬาที่เด็กๆแข่งขันกัน พ่อแม่จะเป็นอย่างนี้หมด ไม่ว่าจะเป็นเทนนิส ว่ายน้ำ เทควนโด้ ฯลฯ

พ่อแม่ทุกคนรักลูก อยากให้ลูกได้ดี อยากให้ลูกของตัวเก่งกว่าคนอื่น ไม่อยากเห็นว่าใครมารังแกลูกของตัวเอง มีเหตุผล มีวิธีการของการเลี้ยงลูกของตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย

เรื่องปกติของสังคมไทย อันนี้ เป็นเพราะ ประเทศไทยเรา (ผู้ใหญ่ทุกระดับ)ไม่ได้เอากีฬามาเป็นกลยุทธ์ในการสั่งสอนให้คนในชาติรักกัน มีน้ำใจนักกีฬาต่อกัน ไม่ได้ทำให้เด็กๆรับรู้ เรียนรู้ถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกัน ไม่ได้ส่งเสริมคำว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีแต่การยกย่องคนเก่ง คนเรียนดี คนมีเงิน ทำให้เป็นสังคมของการแข่งขันว่าใครเก่งกว่า

พอเด็กๆเหล่านั้น กลายมาเป็นพ่อแม่ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พ่อแม่ก็จะไม่เห็นความสำคัญ ไม่สอนลูก ตั้งเป้าจะทำให้ลูกเก่ง ทำให้ลูกเหนือกว่าคนอื่น โดยไม่สนใจใครๆ ไม่สนใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต ยิ่งปัจจุบันโซเชียลมีอิทธิพลสูง ก็ขอเพียงได้ถ่ายรูปลูกลงเฟสบุ๊ค ว่าลูกได้ถ้วยก็พอ

แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร จะปล่อยให้เป็นแบบนี้หรือ ใครจะแก้ไขได้ ถ้าไม่เริ่มต้นที่ผู้ปกครอง ที่จะต้องหันมาพิจารณาที่ตัวเองก่อน ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่มันเป็นอย่างไร ถ้าอะไรไม่ดีก็ตัดสินใจลงมือเปลี่ยนแปลง ศึกษาคำว่า “การมีน้ำใจนักกีฬา” ต้องทำอย่างไร

ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง ความอิจฉาริษยา การแข่งขันที่ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ ก็ต้องทำใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคตว่า ถึงแม้จะลูกตัวเองจะสำเร็จ แต่คุณก็จะโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน ไม่ได้รับการยกย่อง หรือ ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกก็จะมีน้อยลง หรือ ลูกคุณจะเลิกเล่นกอล์ฟในอนาคต

ยังมีอะไรที่เราจะเจอในอนาคตอีกมากมายเมื่อลูกเราเก่งขึ้นตอนโต ร่วมมือกัน เดินไปด้วยกันเป็นทีมจะแข็งแรงกว่า เป็น “ทีมประเทศไทย”

โปรเชาวรัตน์ เขมรัตน์