กรมควบคุมโรค ห่วงเด็กจมน้ำ

กรมควบคุมโรค ห่วงเด็กจมน้ำ
แม้เป็นสระน้ำเป่าลมก็อย่าชะล่าใจ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ห่วงปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนและปิดเทอมใหญ่ จากข้อมูลเฝ้าระวังเบื้องต้นในปี 2561 นี้พบเด็กจมน้ำเสียชีวิตแล้วหลายราย โดยกว่าครึ่งเกิดเหตุในช่วงปิดเทอมใหญ่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน เตือนผู้ปกครองดูแลเด็กใกล้ชิด อย่าปล่อยให้ชวนกันไปเล่นน้ำกันเอง และแม้จะเป็นสระน้ำพลาสติกเป่าลมก็อย่าปล่อยให้เล่นน้ำตามลำพัง

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การจมน้ำเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไทยเสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนและปิดเทอมใหญ่ 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุดเช่นกัน จากข้อมูลปี 2560 ที่ผ่านมา พบเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 708 ราย โดยเป็นการจมน้ำเสียชีวิตในช่วงปิดเทอมใหญ่ถึง 254 ราย หรือร้อยละ 35.9 และเด็กที่จมน้ำส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5-9 ปี (ร้อยละ 48.4) และสาเหตุการจมน้ำในช่วงปิดเทอมใหญ่เนื่องจากเด็กชวนกันไปเล่นน้ำกันเอง

โดยข้อมูลปีที่แล้วพบว่าเดือนพฤษภาคม เมษายน และมีนาคม เด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุด ใกล้เคียงกัน คือ 87, 84 และ 83 ราย ตามลำดับ ส่วนอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำสูงสุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือ ภาคใต้ ส่วนในปี 2561 นี้ จากข้อมูลการเฝ้าระวังในเบื้องต้นของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–10 เม.ย. 61 พบเด็กจมน้ำเสียชีวิต 42 ราย (จำนวนผู้เสียชีวิตเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริงประมาณ 4-5 เท่า) ในจำนวนนี้พบผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุ 10-14 ปีมากที่สุด (ร้อยละ 47.6) รองลงมาคือ 5-9 ปี (ร้อยละ 28.6) เฉพาะในช่วงปิดเทอมใหญ่ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน ข้อมูลเบื้องต้นพบเด็กจมน้ำเสียชีวิตแล้ว 29 ราย

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค ขอเตือนผู้ปกครองว่าในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้ให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้ชวนกันไปเล่นน้ำกันเอง โดยเฉพาะในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ห่างไกลจากผู้ใหญ่คอยดูแล อีกข้อควรระวังคือในช่วงปิดเทอมใหญ่ที่เด็กจะอยู่บ้านกับครอบครัว ประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อน ผู้ปกครองจึงมักซื้อสระน้ำพลาสติกเป่าลมใส่น้ำให้เด็กๆ เล่นในบริเวณบ้าน และอาจชะล่าใจเห็นว่าเป็นน้ำตื้น ปล่อยให้เด็กเล่นตามลำพัง อาจทำให้เด็กจมน้ำเสียชีวิตได้เช่นกัน

ซึ่งการใช้สระน้ำพลาสติกเป่าลมให้ปลอดภัย ก็ควรเลือกขนาดของสระน้ำเป่าลมให้เหมาะกับผู้ที่ใช้งาน เช่น ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ควรเลือกสระที่มีความสูงไม่มาก เพื่อป้องกันการจมน้ำ โดยเลือกสระน้ำในระดับที่เด็กนั่งแล้วไม่จมน้ำหรือระดับอยู่ประมาณท้องของเด็กเมื่อนั่ง หากเลิกใช้งานแล้ว ควรปล่อยน้ำออกจากสระให้หมด เพื่อป้องกันการแอบไปเล่นของเด็กๆ และที่สำคัญไม่ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำในสระน้ำพลาสติกตามลำพัง เพราะอาจเกิดการจมน้ำได้

และหากประสบเหตุคนตกน้ำ ขอให้ช่วยด้วยการใช้มาตรการ “ตะโกน-โยน-ยื่น” ได้แก่ “ตะโกน” คือการเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วย หรือแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669, “โยน” อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว เพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้ โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และ “ยื่น” อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับ และดึงขึ้นมาจากน้ำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเอง เพราะอาจทำให้จมน้ำพร้อมกัน เกิดเป็นเหตุสลดซ้ำซ้อนขึ้นได้