เงียบจริงๆ

ในขณะที่วงการเทนนิสโลกเขามีการเคลื่อนไหวกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วกับเมืองไทยหรือภูมิภาคแถบนี้กับสงัดเงียบจริงๆจะด้วยเหตุที่ว่าเทนนิสเป็นกีฬาที่ยากหรืออย่างไร ไอ้ที่ว่ายากคือ “หาที่เล่นยาก” มากกว่าประกอบกับการเรียนของเรากว่าจะจบเรื่องจบราวในแต่ละวันปาเข้าไปบ่ายแก่ๆไหนจะเดินทางอีกเพียงแค่นี้มันก็ “จบแล้ว”จ้าสำหรับเด็กในเมืองใหญ่แบบ กทม. มนุษย์ครูไก่ผ่านการสอนเด็กๆมามากมายก่ายกองหากถามว่า “เด็กเรามีฝีมือมั้ย” ตอบได้เลยว่ามีแน่นอน…เด็กเล็กที่เคยสอนสั่งกันมาแล้วมีแววเต็มพิกัดมีมามากหากแต่เป็นเด็กที่ร่ำเรียนนานาชาติเป็นส่วนใหญ่ จะเน้นสายอังกฤษหรืออเมริกาดูเหมือนโรงเรียนในระบบนี้เขามีระบบระเบียบในการจัดการเรียนเรื่องวิชาการกับกีฬาได้เหมาะสมตามสภาพอยู่นะ…แต่เด็กกลุ่มนี้ที่ต้องเรียนเกินกว่าระบบแบบไทยๆก็คือ “การเรียนพิเศษ” ทั้งภาษาที่สามสี่ วิชาการที่ต้องเสริมแทบทุกวิชาที่สามารถจะเรียนได้ เลข, เคมี, ชีวะ, ฟิสิกส์ ฯลฯ…มันจบแล้วครับเด็กผมเริ่มเก่งเริ่มดีโดนสกัดหมด

เราเคยมีเด็กที่ถือว่าขั้น “เทพ”เหมือนกันพอเข้าอายุได้ 12 ขวบปีก็ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาพอกลับมาก็แทบจะเลิกเล่นกันแล้ว มันเป็นแบบนี้จริงๆเรื่องราวของเทนนิส นี่ต้องบอกเลยว่ามันเป็นกีฬาที่ยากเย็นจริงๆทั้งพื้นฐานที่เป็นก้าวแรกในการเล่น หากเจอครูที่เข้าใจในเทนนิสจริงสามารถถ่านทอดพื้นฐานที่ถูกต้อง เด็กๆเขาจะรักในกีฬาชนิดนี้ หากจะยึดครูเป็นหลักบอกได้เลยจบข่าว นั่นเพราะวงการเทนนิสปัจจุบันต้องยอมรับว่าในอีกซีกโลกทั้งยุโรปและอเมริการะบบการสร้างเด็กกันอย่างต่อเนื่อง เด็กที่มีแววจะถูกดูแลกันเป็นอย่างดี มีทั้งผู้ฝึกสอนในการซ้อม เรื่องอาหารการกินรวมถึงการเรียนอีกด้วย แล้วเรามีอะไรกันบ้างเล่า

นี่เป็นเพียงระบบที่นักกีฬาไปอยู่กับการศึกษานะครับแต่ถ้าหากไปอยู่ในสังกัดของบรรดากลุ่มที่ปั้นนักกีฬา “อาชีพ”อย่างเดียว สายนี้มีหมดทั้งนักจิตวิทยาที่คอยเช็คความคิดความอ่านของเด็กอยู่เป็นประจำ อีกชุดที่ต้องเข้ามาดูแลกันคือ เรื่องของการกินการอยู่ การจัดสรรพลังงานในแต่ละวันมันต้องพอดีไม่เหลือเก็บไปเป็นไขมันส่วนเกินที่จะมีผลกับผู้เล่นเมื่อต้องการความคล่องตัว…ส่วนของเราเวลานี้พอจะมีดาวรุ่งพุ่งแรงอยู่บ้างแต่ยังคงเป็นเยาวชนจริงๆคือรุ่น 10-12 ปี ทั้งชายหญิง แล้วหลายคนก็ดูจะมีทุนหนุนหลังโขอยู่นะ…ถ้าเอาจริงก็ต้องไปต่อสายงานอาชีพที่ว่าโน่นแหละ “อเมริกา”ถึงจะไปรอด

กลับมาทางการแข่งขันกันหน่อยว่าใน “วิมเบอร์ดัน”มีอะไรที่ประหลาดใจกันบ้าง เท่าที่ดูเห็นจะเป็นดาวรุ่งเมือง “ลุงแซม”คนเดียวที่พอจะแต่งแต้มสีสันได้จากอายุยังน้อยแล้วเข้าไปรอบลึกๆได้พอเจอกระดูกชิ้นโตก็จอด กับอีกคนก็จอมป่วนชาว “ออสซี่”เจ้านี่พอได้ขำๆสนุกๆไม่มีอะไรโดดเด่นแต่มือเก๋ามือเก่าที่ไม่ยอมไปยังคงเป็นของจริงทั้งชายหญิง คนอายุมากเชิดหน้าชูตาได้ด้วยพวกเขานี่แหละ

ครูไก่