‘กรีน’ แชมป์เมเจอร์แรกในชีวิต

‘กรีน’ แชมป์เมเจอร์แรกในชีวิต
เผยได้แรงบันดาลใจจาก เว็บบ์

4 ปีที่ผ่านมา ฮันนาห์ กรีน สาวจากออสเตรเลีย ร่วมชมการแข่งขัน ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และรางวัลที่เธอได้รับคือทุนการศึกษาจาก แคร์รี เว็บบ์ และในปี 2019 เธอก็ก้าวตามรอยเท้า เว็บบ์ สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ และกลายเป็นออสเตรเลียนคนที่สามในประวัติศาสตร์ที่ชนะรายการระดับเมเจอร์  ในการแข่งขันชิงเงินรางวัลรวม 3.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 118 ล้านบาท  ณ สนาม เฮเซลไทน์ เนชันแนล กอล์ฟ คลับ 

แคร์รี เว็บบ์ ที่เคยคว้าแชมป์วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2001 ซึ่งจะมอบทุนการศึกษามูลค่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับนักกอล์ฟสตรีสมัครเล่นที่ผลงานดีที่สุดของออสเตรเลียมาตั้งแต่ปี 2008 ได้พาเด็กๆที่ได้รับทุนเหล่านั้นมาเที่ยวสหรัฐอเมริการวมถึงจะได้สัมผัสบรรยากาศของรายการระดับเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพ 

จากแรงบันดาลใจที่ ฮันนาห์ กรีน มาเยือน แลงคาสเตอร์ คันทรี่คลับ เมื่อปี 2015 ส่งผลให้ในปีถัดมาเธอตัดสินใจเทิร์นโปร และกระทั่งการแข่งขันวีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2019 เธอสามารถคว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการแรกในชีวิต และกลายเป็นสาวออสเตรเลียนคนที่สามในประวัติศาสตร์ที่ชนะรายการระดับเมเจอร์ ต่อจาก แคร์รี เว็บบ์ ที่ชนะ 7 เมเจอร์ และ แยน สตีเฟนสัน ที่ชนะไป 3 เมเจอร์

ที่หลุมสุดท้ายของการแข่งขัน ฮันนาห์ กรีน นักกอล์ฟสาววัย 22 ปีมีสมาธิอย่างเต็มที่กับช็อตตรงหน้าก่อนจะระเบิดทรายข้างกรีนขึ้นมาเหลือระยะเซฟพาร์ประมาณ 4 ฟุต ซึ่งเธอขึ้นมาเซฟได้ไม่พลาดและเฉือนชนะแชมป์เก่า ปาร์ค ซัง-ฮยอน จากเกาหลีใต้เพียงสโตรกเดียวเท่านั้น

“การได้อยู่ในบ้านกับเธอ (เว็บบ์) ได้เห็นทุกอย่างที่เธอทำในระหว่างการแข่งขัน แน่นอนที่สุดว่านั่นทำให้ฉันเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่สุด” กรีนกล่าวหลังชัยชนะที่ เฮเซลไทน์ เนชันแนล กอล์ฟ คลับ ในมินเนโซตา “ฉันรู้สึกสำนึกในบุญคุณที่เธอให้ และฉันรู้ดีว่าทุกคนที่ได้ทุนจากเธอต่างก็รู้สึกสำนึกในบุญคุณของเธอด้วยเช่นเดียวกัน”

ฮันนาห์ กรีน ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณพ่อชาวนิวซีแลนด์ และคุณแม่จากสก็อตแลนด์ นำการแข่งขันมาตั้งแต่รอบแรก และนำยาวจนจบการแข่งขันและจบสกอร์รวม 72 หลุม 9 อันเดอร์พาร์ 279 เฉือนชนะแชมป์เก่าจากเกาหลีใต้สำเร็จ

เฮเซลไทน์ เนชันแนล กอล์ฟ คลับ ไม่ใช่แขกแปลกหน้าสำหรับบรรดานักกอล์ฟตีไกล เป็นสนามเดียวกับที่ วาย.อี.แยง และ ริช บีม เคยเอาชนะสุดยอดของวงการอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ มาแล้วในเมเจอร์ของผู้ชายอย่าง พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2009 และ 2002 

แต่ชัยชนะของ กรีน ซึ่งก่อนการแข่งขันมีอันดับโลกอยู่ที่ 114 ก็ยังเป็นบิ๊กเซอร์ไพรสแน่นอน ซึ่งเธอได้กล่าวว่า “การคว้าแชมป์รายการแรกในชีวิตและเป็นรายการระดับเมเจอร์ แชมเปี้ยนชิพด้วยมันเป็นอะไรที่บ้ามาก ตอนต้นสัปดาห์ก่อนที่การแข่งขันจะเปิดฉากขึ้นนั้น ฉันยังรู้สึกไม่มั่นใจในวงสวิงของตัวเองอยู่เลย”

แคร์รี เว็บบ์ เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้ กรีน โดยสาวจากควีนส์แลนด์ กล่าวว่า “นี่มันจะเปลี่ยนเธอไปทั้งชีวิต ตอนนี้เธอยังไม่ตระหนักหรอกจนกว่าเธอจะตื่นขึ้นในในเช้าวันพรุ่งนี้ และสำหรับการจบทัวร์นาเมนท์ของเธอนั้นต้องบอกว่าระดับเวิลด์คลาสเลย”

เว็บบ์ ยังหวังว่าชัยชนะของ กรีน นั้นจะสร้างแรงบันดาลใจให้นักกอล์ฟสาวรุ่นใหม่ๆในออสเตรเลีย ที่ต้องช่วยกันไล่ตามกีฬาที่นิยมมากกว่า

“จากชัยชนะของ แอชลีย์ บาร์ตี ในเทนนิสหญิงเดี่ยวเฟรนช์ โอเพ่น และวันนี้เธอกลายเป็นนักเทนนิสหมายเลขหนึ่งของโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนักกอล์ฟออสเตรเลียต้องช่วยกันไล่กวดเพราะเราเห็นแล้วว่ากอล์ฟยังห่างไกลจากกีฬายอดนิยมเพียงใด” เว็บบ์ กล่าว

ทางด้าน ปาร์ก ที่จบการแข่งขันด้วยตำแหน่งรองแชมป์ยอมรับว่าการพลาดเบอร์ดี้ที่หลุม 17 เป็นปัจจัยสำคัญ แม้สุดท้ายจะมาได้เบอร์ดี้ที่หลุมสุดท้าย แต่ก็ไม่เพียงพอ    

“มีหลายๆ พัตต์ที่ฉันพัตต์ออกไปได้ดีและมันไม่ลงหลุม แต่สุดท้ายฉันดีใจมากที่สามารถทำเบอร์ดี้ที่หลุม 18 ได้สำเร็จ” ปาร์ค กล่าว “ฉันอยากจะแสดงความยินดีกับ ฮันนาห์ ด้วย”

เนลลี คอร์ดา ที่ในรอบสุดท้าย หวดเข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 และ เมล รีด นักกอล์ฟสาวจากอังกฤษที่หวดเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 66 จบอันดับสามร่วมกันด้วยสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 282

สำหรับ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือหนึ่งของโลกชาวไทยที่ตอนออกสตาร์ทรอบสุดท้ายมีสกอร์ตามหลัง กรีน เพียงสโตรกเดียวเท่านั้น ทว่าในรอบสุดท้าย เอรียา ต้องฝันร้ายเพราะตีเกินไป 5 โอเวอร์พาร์ 77 หล่นไปจบอันดับสิบร่วมด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 285

สรุปผลวีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ (สนามพาร์ 72)
279  ฮันนาห์ กรีน (ออสเตรเลีย)  68-69-70-72
280  ปาร์ค ซัง-ฮยอน (เกาหลีใต้)  70-71-71-68
282  เมล รีด (อังกฤษ)  69-76-71-66
282  เนลลี คอร์ดา (สหรัฐฯ)  72-70-69-71
283  แดเนียล คัง (สหรัฐฯ) 75-70-68-70
283  ลิเซ็ทท์ ซาลาส (สหรัฐฯ)  72-71-68-72
284  ลี มิ-ริม (เกาหลีใต้) 71-74-70-69
284  คิม ฮโย-จู (เกาหลีใต้)  69-74-71-70
284  ปาร์ค อิน-บี (เกาหลีใต้) 72-73-68-71
285 เรียว โซ-ยอน (เกาหลีใต้)  71-75-71-68
285 ลิเดีย โค (นิวซีแลนด์) 71-70-76-68  
285 เมแกน คัง (สหรัฐฯ)  74-72-69-70
285 เอรียา จุฑานุกาล (ไทย)  70-70-68-77