ศิริวรรณ ทองดี

AUTO CRANE

“คิดแล้วก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกันค่ะว่า เรามาทำงานเพื่อสังคมได้อย่างไร”…

คุณหริ (ศิริวรรณ ทองดี) นึกถึงคำตอบ เมื่อเอ่ยถามถึง จุดเริ่มการเป็นคนทำงานเพื่อคนอื่น และกิจกรรมทางสังคม ที่ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ตอบแทน “แต่มูลค่าตอบแทนทางจิตใจสูงมากเกินกว่าจะนับได้ค่ะ”

ครั้งหนึ่ง คุณหริ เคยไปพักผ่อนกับครอบครัวที่สวนเมืองพร อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตื่นเช้ามาก็ได้ยิน “เสียงใครทำไมคุ้นจัง?” พอออกจากห้องมาก็พบว่าเป็นท่าน ว.วชิรเมธี มาสัมภาษณ์รายการธรรมะ จึงได้มีโอกาสร่วมสนทนาธรรมกับท่าน แล้วท่าน ว. ก็ยังเอ่ยชวนว่าถ้ามีโอกาสอยากให้พาลูกๆ ไป ไร่เชิญตะวัน ที่เชียงราย และหลังจากนั้น คุณหริพร้อมกับครอบครัว ก็ได้ไปปฏิบัติธรรมที่นั่นตามความตั้งใจอยู่หลายวัน

คำสอนหนึ่งที่ฟังแล้วประทับอยู่ในใจ ก็คือ ขอให้เธอเบิกบาน กับการรับใช้เพื่อนมนุษย์ เพราะการได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้น เป็นเรื่องสำคัญสุดแล้ว และนั่นก็เปลี่ยนความคิดในชีวิตของเธอไปแบบตลอดกาล

เมื่อมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในปี 2554 ลูกค้าที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้รับผลกระทบ เดือดร้อนกันอย่างหนัก ร้านค้าบางแห่งต้องปิดยาวไปหลายเดือน ความเสียหายที่เกิดขึ้นมหาศาล “เรายังโชคดีที่ร้านอยู่ในพื้นที่สูง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ลูกค้าเราหลายแห่งได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากก็คิดกันว่า จะทำยังไงเราถึงจะช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยนั้นได้”

ช่วงวันหยุด ครอบครัวคุณหริ พนักงาน คนงานทั้งบริษัท รวมใจรวมพลังช่วยกันเต็มที่ ทั้งนึ่งข้าวเหนียวทำหมูทอด ไก่ทอด ขนอาหาร และน้ำดื่ม เต็มพิกัด ลงพื้นที่ไปช่วยผู้ประสบภัย แถวบ้านหมี่ จ.ลพบุรี, บางบาน จ.อยุธยา, ดอนพุด จ.สระบุรี ฯลฯ

โดยที่ข้างรถ 6 ล้อคันใหญ่ ติดป้ายคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธี ไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคนตระหนักว่า การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด พอเพื่อนๆ รู้ข่าวว่าคุณหริออกไปให้ความช่วยเหลือผู้ที่กำลังได้รับความทุกข์ยาก ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกมากมาย ทั้งในและจากต่างประเทศก็มี “เราช่วยกันเต็มที่ค่ะ ที่ไหนไปได้ก็ไปกัน”

และเมื่อย้อนถามไปถึงชีวิตในวัยเด็ก คุณหริ ได้เล่าให้ฟังว่า

“คุณพ่อคุณแม่ ทำธุรกิจรถโดยสารที่จังหวัดลพบุรี ตอนเป็นนักเรียนปิดเทอมก็ไปช่วยงาน บางช่วงเด็ก รถไม่พอก็ต้องไปช่วยเป็น กระเป๋ารถบ้าง พออายุ 19 คุณพ่อจากไป คุณแม่ก็ดำเนินกิจการต่อไปอีกพักหริแต่งงานตอนอายุ 23 และเมื่อวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป เริ่มมีการขนส่งในรูปแบบใหม่มากขึ้น เช่นรถตู้ หริเลยคุยกับแฟนว่า ใครที่จะมารับช่วงต่อก็ให้เขาไป ส่วนรายได้จากการขายกิจการ ก็นำมาลงทุนซื้อรถสิบล้อให้คุณแม่ เพื่อให้มารับงานด้านขนส่งของเรา”

แต่ชีวิตของเธอก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

“หริแต่งงานเมื่อปี 2540 ก็เจอกับเศรษฐกิจฟองสบู่แตก” ครอบครัวของสามีคุณหริมีธุรกิจการขนส่งและประกอบรถบรรทุก “พอฟองสบู่แตก รถที่เคยวิ่งขนส่งปูนซีเมนต์ จำนวนก็ลดลง รถบรรทุกที่เคยประกอบขายปีละเป็นหลักร้อยก็เหลือหลักสิบ และยัง
มีรถที่รอนำเข้าอยู่ท่าเรือก็ยังอีกเยอะ”

กลายเป็นว่า พอแต่งงานเสร็จ เธอก็ต้องลุยงานหนักเลย ทั้งๆ ที่เรียนมาทางสารสนเทศ แต่ต้องมาจับงานด้านโลจิสติก ซึ่งเธอก็ใช้ความพยามยาม และทำจนมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

“โชคดีที่มีผู้ใหญ่เพื่อนของคุณพ่อสามีให้ความเมตตา หยิบยื่นโอกาส ให้ไปช่วยงานขนส่ง แผ่นพื้น เสาเข็ม ที่พัฒนานิคม ลพบุรี ทำให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนั้นมาได้”

หลังจากนั้นพอวิกฤติเริ่มคลี่คลาย โรงปูนเกือบทุกแห่ง ก็ติดต่อให้ไปทำสัญญาขนส่งสินค้า ธุรกิจทำท่าว่าจะฟื้นตัวจากปี 39-40 ก็มาเจอกับวิกฤติน้ำมันดีเซลแพง ปี 45-46 อีกรอบ

“ทางออกอย่างหนึ่งของเราก็คือ แทนที่จะเป็นผู้รับขนส่งแค่อย่างเดียว ก็ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายเองเลย เราเองก็ทำธุรกิจด้วยกันมายาวนาน ความเชื่อถือในการทำงานก็มีอย่างเต็มที่ เขาเองก็รู้ว่าเราตั้งใจทำงาน ปูนซีเมนต์เอเชีย ภูมิใจไทยซีเมนต์ ปูนซีเมนต์ราชสีห์ ก็ให้เราเป็นตัวแทนจำหน่าย ตั้งแต่เมื่อปี 2549”

“สนุกค่ะ” เป็นคำตอบที่เธอบอกเมื่อเริ่มธุรกิจบทใหม่ “เดิมเราแค่ขนส่ง แต่นี่เราต้องทำการตลาดเองหริเป็นพนักงานขายคนแรกของบริษัทเลยทีเดียว ออกตลาดคนเดียวเลย สินค้าเป็นปูนถุงและปูนผง ส่วนใหญ่ใช้ในงานอุตสาหกรรม”

ด้วยความที่ทำขนส่งมาก่อน ทำให้คุณหริรู้จักร้านค้าเยอะ เป็นการต่อยอดธุรกิจ “ต้องขอบคุณลูกค้าที่เชื่อใจ เราใช้ชื่อบริษัทว่า ออโต้ทรัค เซอร์วิส จำกัด มีคำขวัญนโยบายว่า “จัดส่งตรงเวลา ลูกค้าประทับใจ”

“ส่วนบริษัทขายวัสดุกอ่ สร้าง ก็ใช้ชื่อ ออโต้ เครน เพราะเป็นชื่อของธุรกิจดั้งเดิมที่มีรถเครนให้เช่า และลูกค้าก็จะติดปากในชื่อ สั่งปูนจาก ออโต้ หรือเรียกเราว่า คุณหริ ออโต้ ก็เลยไม่คิดจะเปลี่ยนชื่อ เพราะคนติดปากชื่อนี้ไปแล้ว”

“จากการจำหน่ายปูนซีเมนต์จนมีชื่อเสียง ได้รับความไว้วางใจในตลาด ทำให้โรงงานต่างๆ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกัน เช่น กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ต่างก็เข้ามาติดต่ออีกมากมาย เราก็เป็นตัวแทนจำหน่ายหลากหลายเช่นกัน และต่อยอดชนิดของสินค้าไปเรื่อยๆ เพราะยุคนี้ ลูกค้าสามารถเลือกได้เต็มที่ โดยเราจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างงานโครงสร้างเป็นหลัก และเมื่อเร็วๆ นี้ได้เพิ่มธุรกิจแพล้นคอนกรีต ที่สำนักงานใหญ่ หนองแค สระบุรี เพื่อให้ครบวงจรมากขึ้น สามารถขนส่งไปได้ทุกที่ และได้รับการตอบรับจากฐานลูกค้าเป็นอย่างดี”

เมื่องานเริ่มใหญ่ เธอก็ต้องขยายบริษัท และใช้เวลาในบริหารมากขึ้นตามไปด้วย “ไม่ได้ออกตลาด คิดถึงลูกค้ามากเลยค่ะ จาก ที่เคยเป็นเซลส์ต้องมาบริหาร ตั้งใจวางการทำงานให้เป็นระบบ มีแผนก จัดซื้อ ขาย จัดส่ง คลังสินค้า บัญชี ซึ่งใช้คนค่อนข้างเยอะ เมื่อเทียบกับการทำงานในสมัยก่อน ซึ่งเป็นแบบ One Stop Service ป๊า (คุณพ่อสามี) บอกว่าเมื่อก่อนงานทั้งหมดนี้เคยทำคนเดียวได้หมดเลย แต่เรามองว่า ต้องสร้างระบบสร้างฐานให้แน่น ไม่ยึดติดที่ตัวบุคคล ธุรกิจต้องเดินได้ด้วยระบบ คิดเผื่อไว้ถึงลูกถึงหลาน เขาเข้ามารับช่วงต่อเมื่อไหร่ก็ง่าย”

“เมื่อก่อนเคยทำงานคนเดียวแบบไม่มีเวลาพัก ขนาดตอนคลอด ยังต้องรับสายลูกค้าที่โทรมาสั่งของ ตัวเองยังเจ็บอยู่แต่ทำงานตลอดเวลา จนโดนคุณหมอดุว่าต้องพักแล้ว เลยเป็นจุดเริ่มต้นถึงการวางระบบ เพราะคนเราไม่ใช่เครื่องจักร ต้องมีเวลาพัก”

พอประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจวัสดุก่อสร้างไปแล้ว คุณหริก็ยังหันไปเริ่มทำธุรกิจอาหาร Hokkaido Milk เป็นแบรนด์ของคนไทย แต่ใช้วัตถุดิบและส่วนผสมจากญี่ปุ่นแท้ๆ

“ครอบครัวเราไปเที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นกันทุกปี ลูกชายก็ไปเรียนภาษาช่วงซัมเมอร์ที่โน่นบ้านเราเองก็เป็นโฮสต์ให้กับเด็กญี่ปุ่น ที่เข้ามาซัมเมอร์ประเทศไทย ทำให้เรามีความสัมพันธ์อย่างอบอุ่นกับสังคมญี่ปุ่น เหมือนมีลูกเพิ่มขึ้นทุกปี”

“ลูกๆ ชอบทานนมฮอกไกโดมาก พอมาเจอที่ประเทศไทยก็ติดต่อขอเป็นตัวแทนที่สระบุรี บังเอิญว่ามีคนทำอยู่แล้ว แต่เราก็ไปดูเองอีกเพราะยังอยากทำโชคดีที่เจ้าของเขายอมขายต่อให้ เราก็ทำแค่สาขาเดียวที่ โรบินสัน สระบุรี”

“เราชอบไปวัด ถวายอาหาร ทำโรงทาน ก็เอาผลิตภัณฑ์ไปถวาย วันเกิดลูกค้า หรือพนักงาน ก็จะให้บัตรกำนัลให้ไปเลือกซื้อสินค้าของเรา ซึ่งมีทั้ง นม ช็อกโกแลต ไอศกรีม ก็เหมือนกับเราตั้งใจมอบสิ่งดีๆ ให้กับเขาด้วย ธุรกิจนี้ไม่ได้ทำกำไรมากมาย แต่เราทำเพราะใจรัก เพราะชอบ และเร็วๆ นี้ก็จะเปิดร้านอาหาร บรรยากาศดีๆ นั่งสบายๆ ในศูนย์กลางทหารม้าค่ายอดิสร จ.สระบุรี อีกด้วยค่ะ”

กิจกรรมทางสังคมต่างๆ ของคุณหริ ล้วนแล้วแต่มีที่มาจากการเข้าวัดทำบุญ และเมื่อยิ่งให้ เหมือนยิ่งได้ ธุรกิจที่ทำยิ่งเจริญรุดหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้ต่อยอดในเรื่องการทำบุญอย่างจริงจังมากขึ้น การทำโรงทาน การทำงานเพื่อสังคม เริ่มจากงานเล็กๆ วันเด็กงานบุญที่วัด ไปจนถึงงานใหญ่ๆ ทำให้มีการบอกต่อกันเรื่อยๆ

“ศูนย์กลางทหารม้า ค่ายอดิศร จะก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก็ได้ไปร่วมบุญ มีส่วนช่วยงานอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เริ่ม พิธีพุทธาภิเษก วางศิลาฤกษ์จนเมื่อเสร็จสมบูรณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ก็รู้สึกปลื้มปิติ ภาคภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมในงานใหญ่ครั้งนี้”

“และเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561 ยังได้จัดงาน ครบรอบ 252 ปี ฉลองชัยชนะสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราช ทางผู้ใหญ่คิดว่าจะทำอย่างไรประชาชนถึงจะได้เข้ามากราบไหว้สักการะทางศูนย์กลางทหารม้าจึงได้จัดเตรียมงานแสง สี เสียง อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งงานก็ประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีผู้คนเข้ามาร่วมสักการะเป็นจำนวนมาก”

และอีกกิจกรรมที่คุณหริ ได้เข้ามามีส่วนร่วมล่าสุดนั่นก็คือ การจัดงาน วันมวยไทย “ไม่เคยคิดมาก่อนเลยค่ะว่า จะได้เข้ามาช่วยงานที่เกี่ยวกับ มวยไทย ได้เลย นับว่าเป็นเรื่องของบุญกุศลที่ได้เจอกับประธานจัดงานวันมวยไทย ดร.เกรียงศักดิ์ มั่นมโนธรรม ที่ท่านก็ชอบไปทำบุญที่วัดจนสนิทคุ้นเคย มีงานบุญก็จะร่วมด้วย ช่วยกัน จนเมื่อ ดร.เกรียงศักดิ์ ได้แจ้งว่า อยากได้ ด้ายมงคล สำหรับสวมศีรษะนักมวย นำมาบูชาที่สมาคมฯ เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นขวัญและกำลังใจตามความตั้งใจที่จะเผยแผ่มวยไทยของเรา โดยให้ช่วยประสาน ติดต่อสำนักราชเลขาของสมเด็จพระสังฆราช และได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระสังฆราช อธิษฐานจิต และประทานให้กับสมาคมฯ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ได้เข้าเฝ้า เพื่อรับด้ายมงคลกลับมาความภาคภูมิใจของเราก็คือ ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเล็กๆ น้อยๆ ที่มีส่วนช่วยในการจัดงานใหญ่ครั้งนี้”

และเมื่อถามถึงความสุขในชีวิตของคุณหริ

“เมื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตก็คือ ครอบครัว เราทำธุรกิจมีขึ้น มีลง ล้มลุกคลุกคลาน การบริหารก็เจอปัญหา ที่เกี่ยวกับคน ทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ และเมื่ออาศัยการปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ พาลูกๆ ไปวัดสม่ำเสมอ นับถือพระพุทธศาสนา ยึดมั่นใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นั่นก็ทำให้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข”

“ยิ่งได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ยิ่งได้อยู่กับครอบครัว นั่นยิ่งเป็นความสุขที่สุดของชีวิตแล้วค่ะ”