ธัญญชล สถิรบุตร

“กี้ ไม่เคยคิดจะประกวดเลยค่ะ เพราะเป็นคนห้าวๆ ไม่อยู่ในแนวรักสวยรักงามอยู่แล้ว ดูไปไม่ค่อยสนุก แต่คุณแม่บอกว่า เดี๋ยวจะพาไปประกวดสักปี และหวังว่าเราจะตอบตกลง”

กี้ (ธัญญชล สถิรบุตร) ดาราสาวนักบู๊มากความสามารถ เล่าถึงจุดเริ่มการเข้าสู่วงการประกวดนางงาม ก่อนจะกลายมาเป็นนักแสดงสังกัด ช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ…

ก่อนหน้านั้น กี้ ใช้เรื่องเรียนเป็นข้ออ้างบ่ายเบี่ยงกับคุณแม่มาตลอด จนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี แฟชั่นดีไซน์ (Fashion Institute of Design and Merchandising) “ผัดผ่อนคุณแม่มาเรื่อยๆ จนกระทั่งเรียนจบ ก็ถึงปีสุดท้ายที่สามารถจะประกวดได้พอดี”

“ก่อนหน้านี้ กี้ ได้ยินข่าวลือเรื่องเชิงลบของการประกวดมาก่อนหน้าพอสมควร แต่ก็ยังมั่นใจว่า ถ้านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีจริงๆ แล้วคนจะไปประกวดเพื่ออะไร” กี้ เอ่ยถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญ

ดังนั้น เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะประกวดก็ต้องมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง “ถ้าคนอื่นชอบเราก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากไม่ชอบ ก็ไม่เป็นไร เพราะเราเป็นคนสบายๆ เข้ากับคนอื่นได้ง่ายอยู่แล้ว ไม่รู้สึกกดดันอะไร คนที่เข้าประกวด บางคนก็เอาจริงเอาจังมาก เพราะต้องการชนะ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะนี่คือการแข่งขัน”

ซึ่งเธอก็ไม่ได้ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง เพราะ กี้ คว้ามาทั้งตำแหน่ง รองธิดาโดมแอลเอ ปี 2003 และ รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส อันดับ 2 ปี 2009 อีกทั้งยังได้เป็นตัวแทนไปประกวด มีสอินเตอร์คอนติเนนตัล ที่ เบลารุส เมื่อปี 2009 อีกด้วย

เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว กี้ ก็ยังไม่คิดว่าจะได้ทำอะไรชัดเจนนัก เพราะทุกคนต้องเซ็นสัญญากับกองประกวดทั้งปี “ตอนนั้นคิดว่าถ้าหมดสัญญาแล้ว อาจจะกลับอเมริกาเลยก็ได้ แล้วคุณแม่ก็แนะนำว่าให้ไปขอบคุณ คุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) หรือถ้าอยากเล่นละครก็บอกท่านไป”

ตอนที่ได้พบคุณแดงนั้น กี้ยังพูดไม่ค่อยชัด แต่ก็บอกไปว่าอยากเล่นละคร คุณแดงก็ติงว่า “อย่าเล่นเลย” กี้ก็ยังไม่ละความพยายาม… “ถ้าพูดไทยชัดขึ้นล่ะคะ?” คุณแดง ก็หัวเราะ แล้วบอกว่า “พูดชัดเมื่อไหร่แล้วค่อยนัดเจอกัน”…. “กี้ คิดว่าคุณแดงคงชอบคนที่มีความพยายาม มีความตั้งใจ และถ้าเราทำได้เขาก็จะให้โอกาส”

กี้ เริ่มฝึกการใช้เสียงภาษาไทยให้ชัดอย่างหนัก พยายามดูข่าว แล้วพูดตาม ดูละคร แล้วก็พูดตาม แรกๆ ยังไม่ค่อยมั่นใจในคำพูด ทำให้เสียงเบาอยู่ในปาก แล้วยังเร็วอีกด้วย ฝึกด้วยตัวเองอยู่จนเริ่มมีความมั่นใจ ก็เริ่มประเดิมงานละครเรื่องแรก นักสู้พันธ์ข้าวเหนียว รับบทเป็นตำรวจหญิง เนื่องจากคุณแดงบอกว่า “เล่นบทบู๊ละกัน มีบทพูดน้อยหน่อย ได้ออกกำลังกายในตัวด้วย” ซึ่งกี้เองก็ไม่เกี่ยงเรื่องบทอยู่ จะให้เล่นบทไหนก็ได้หมด เพราะนี่คือการสะสมประสบการณ์

เมื่อตอนอยู่อเมริกา กี้ เคยฝันอยากเป็นนักแสดงบ้างเหมือนกัน แต่ที่นั่นการแข่งขันสูงมาก และบทก็ยังไม่ค่อยต้องการคนเอเชียเท่าไหร่นัก นานๆ ประกาศรับทีก็เป็นแค่ตัวประกอบเล็กๆ รับคนเดียวแต่คนไปสมัครเป็นร้อย ตลาดแคบมาก จนรู้สึกว่าไม่เอาดีกว่า แต่ กี้ ก็เคยผ่านประสบการณ์เล่นหนังเรื่องแรก จังหวัดที่ 77 ของคุณพีท ทองเจือ ซึ่งไปถ่ายทำถึงอเมริกา บทที่ กี้ เล่นแทบจะไม่ได้พูดไทยเลย

ก่อนละครเรื่องแรกจะปิด กี้ คิดว่าจะกลับอเมริกาดีหรือเปล่า กระแสตอบรับก็ออกมาว่า กี้ เล่นบทบู๊ได้สวย ทำให้มีกำลังใจ “สงสัยจะต้องมาแนวนี้แล้ว” กี้เองก็ชอบ เพราะเคยเล่นกีฬามาก่อน เหมือนกับมีทักษะอยู่แล้ว หลังจากนั้นงานแสดงก็เข้ามาอีกเรื่อยๆ และยังได้รับบทนางร้าย ที่แจ้งเกิดให้เธออีกหนึ่งบทบาท รวมถึงการเดินแบบ งานพิธีกรรายการภาษาอังกฤษและในงานสำคัญๆ อีกมากมาย

ในชีวิตส่วนตัวนั้น กี้ สารภาพว่า “ไม่ค่อยรักสวยรักงามเท่าไหร่ แต่งหน้าแต่งตาบ้างนิดหน่อย เอาเฉพาะที่จำเป็น ตามสไตล์สาวห้าว แล้วก็ไม่เคยกลัวว่า ถ้าทำอะไรแล้วจะไม่สวย ผิวจะหมอง หรือผมจะเสีย” และเมื่อถามถึงเคล็ดลับความงามของเธอ… “ง่ายที่สุดเลยสำหรับกี้ ไม่ว่าจะกลับดึกแค่ไหน ยังไงก็ต้องล้างหน้าก่อนนอน เพราะนั่นคือการทำให้ผิวพรรณสะอาดค่ะ”

สมัยตอนเรียนที่บดินทร์ฯ กี้ ค่อนข้างขี้อาย เห็นคนอื่นฝึกซ้อมกีฬาก็ได้แต่มองๆ เพราะรู้มาว่าเด็กที่ไปเล่น ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาที่เล่นกันแบบจริงจัง บางคนเป็นนักเรียนทุน ทำให้รู้สึกกลัว ทั้งๆ ที่ใจชอบ อยากเล่นบ้าง เวลากลับบ้านก็มักจะไปแอบดูฝึกซ้อมวอลเลย์บอล เห็นแล้วน่าสนุก กระโดดสูงดี เวลาตบลูกก็รู้สึกสะใจ แต่ก็ไม่เคยขอเขาเล่นเลย

กี้ เรียนอยู่ที่ประเทศไทยจนถึง ม.2 ก่อนจะย้ายไป อเมริกา ตอนนั้นรู้สึกกลัวเหมือนกันว่าพูดไปแล้วจะไม่มีใครเข้าใจ เลยกลายเป็นคนขี้อายไปสักพัก จนรู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง อยากเป็นตัวของตัวเอง แต่ไม่กล้า จนเริ่มมีเพื่อน เริ่มสนิท ก็เริ่มคุยมากขึ้น แต่ไม่ใช่แนวเม้าส์มอย เพราะสิ่งที่สนใจคือเรื่องกีฬา “พอที่โรงเรียนเปิดรับสมัครให้ใครก็ได้ไปคัดเลือก ก็รีบคว้าโอกาสนี้ไว้ ทำให้ได้เล่นวอลเลย์บอลทีมโรงเรียน แล้วเล่นจนเรียนจบเลย”…….

และเมื่อถามถึงเรื่องการทำงาน… “จะพยายามทำทุกอย่างให้ง่ายที่สุดค่ะ ยังไงก็ได้ ไม่ทำให้ตัวเองเป็นปัญหา เพราะเคยเจอกับ นักแสดงบางคนที่เรื่องเยอะ หรืออารมณ์ไม่ดี ถึงแม้เขาจะไม่มีปัญหากับเราโดยตรง แต่มันก็ทำให้บรรยากาศ ทำให้คนอื่น รวมถึงกี้เองก็เครียดไปด้วย” โดยวิธีคลายเครียดนั้น “กี้ ชอบวาดรูป เพราะเป็นสิ่งที่เรียนมาโดยตรงด้วย พยายามวาดบ่อยๆ ทำให้สม่ำเสมอ เพื่อฝึกฝีมือ และยังช่วยทำให้เกิดสมาธิอีกด้วย กี้เรียนออกแบบ เริ่มจากวาดเองด้วยมือ ใส่คอมพิวเตอร์ ตัดแพทเทิร์น ตัดเย็บ จนกระทั่งสำเร็จออกมาเป็นชุดจริงได้เลยค่ะ”

กี้ อยู่กับวงการบันเทิงมานานพอสมควร จนบางครั้งก็รู้สึกว่า อยากจะทำอะไรอย่างอื่นบ้าง โดยอาจจะไปเป็นคุณครูสอนการแสดงก็ได้ ! … “เมื่อสมัยเรียนไฮสกูล กี้เคยได้เรียนการแสดงจากครูที่เขาเคยเป็นนักแสดงมาก่อน ความประทับใจช่วงนั้นทำให้คิดว่า อยากจะไปเป็นครูสอนการแสดงให้กับเด็กๆ บ้าง เพราะผ่านงานการแสดงมาแล้วพอสมควร และยังเป็นประสบการณ์ตรงจากการทำงานด้วย กี้ น่าจะทำประโยชน์ในส่วนนี้ได้”

ในเรื่องสุขภาพกายนั้น กี้ บอกว่า “พอเล่นสายบู๊มากขึ้น เริ่มเป็นห่วงตัวเองบ้างเหมือนกันค่ะ” เพราะยังไงบทบู๊ย่อมเสี่ยงกับการเกิดสิ่งไม่คาดฝันอยู่แล้ว ซึ่งเจ็บแต่ละครั้งกว่าจะรักษาตัวให้กลับมาเป็นปกติใช้เวลานานกว่าสมัยเมื่อเข้าวงการใหม่ๆ ส่วนการออกกำลังกาย งานของกี้ต้องออกกำลังอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ หรือการเตรียมตัวฝึกซ้อมก่อนถ่ายทำ เรื่องความแข็งแรงจึงไม่เป็นปัญหา จะห่วงก็แค่เรื่องอุบัติเหตุมากกว่า

กี้ ยังได้ทิ้งท้ายว่า “มิตรภาพระหว่างเพื่อนเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดค่ะ เมื่อมีปัญหาเพื่อนๆ ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร พร้อมจะนั่งฟัง พร้อมจะให้คำปรึกษา หรือถ้าว่างจริงๆ ก็จะไปรวมตัวดูหนังบ้านเพื่อน”

“ความสุขที่แท้จริงของกี้ คือการทำงาน ได้อยู่กับเพื่อนๆ ที่สนิทกัน ทำงานอย่างราบรื่น เหมือนกับได้ไปเล่นด้วยกัน เหมือนกินข้าวอยู่ที่บ้าน ไม่รู้สึกว่าเครียดที่ต้องไปทำงาน ไม่ต้องเกร็ง ยิ่งทำยิ่งสนุก มีความสุขกับการทำงาน กี้ชอบบรรยากาศแบบนี้ค่ะ”