ธนพร ศรีโรจน์

ธนพร ศรีโรจน์
Fat Birdie

ในสมัยเด็ก “คุณตู๋” เป็นยอดหญิงนักกีฬาตัวยง สามารถเล่นได้ทุกชนิดกีฬา แต่ที่โดดเด่นที่สุด ถึงขั้นไปแข่งขันระหว่างโรงเรียน จนถึงระดับจังหวัด คือการวิ่งระยะสั้น 100 หรือ 200 เมตร ลงสนามทีไร ไม่หยิบเหรียญทองก็ต้องมีเหรียญเงิน ติดไม้ติดมือกลับไปอวดที่บ้านทุกครั้ง

ตั้งแต่เรียนจบออกมา คุณตู๋ ก็เริ่มทำงานที่นิตยสารออนกรีน โดยช่วงนั้นรับหน้าที่ดูแลด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับสมาคมกอล์ฟ ซึ่งเธอเองยอมรับว่า “ไม่เคยรู้จักกอล์ฟมาก่อนเลยค่ะ” จนกระทั่งเมื่อได้ทำงาน ได้ทำความรู้จัก เรียนรู้ว่ากอล์ฟเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ยาวนาน ตั้งแต่เด็กเล็ก จนสูงอายุ ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่น เช่นเทนนิส ก็เป็นอีกหนึ่งชนิดที่ชื่นชอบ แต่พอมองลึกลงไปแล้ว กอล์ฟมีความยั่งยืนกว่า สามารถเล่นได้ยาวนานกว่า และที่สำคัญ ยังเป็นอาชีพที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน แต่มีน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะเลิกเล่นไปเสียก่อนที่จะไปถึงดวงดาว

หลังจากนั้นไม่นาน คุณตู๋ ได้ลาออกจากงาน กลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดสมุทรสาคร แล้ว ไปช่วยงานที่โรงงานแปรรูปอาหาร ดูแลเอกสารต่างๆ เพื่อเตรียมจัดทำเรื่องมาตรฐาน ISO ช่วงนั้นพนักงานออฟฟิศ ไม่มีวันหยุด ไม่มีค่าล่วงเวลา แต่เธอก็มุ่งมั่นตั้งใจทำจนงานออกมาประสบความสำเร็จ โรงงานได้การรับรองมาตรฐาน ISO ตามเป้าหมายที่วางไว้

หลังจากลุยงานหนักอยู่สองปีจนสำเร็จตามเป้า คุณตู๋ก็ได้ลาออกจากงาน เพื่อมาสร้างครอบครัวกับ “โปรจุ๋ม” ธรรมนูญ ศรีโรจน์ หนึ่งในสุดยอดนักกอล์ฟฝีมือดี และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน หรือที่รู้จักกันในฉายา “โปรมดแดง”

“ชีวิตแม่บ้านนักกอล์ฟไม่ใช่เรื่องง่าย” คุณตู๋ เล่าให้ฟังถึงกิจวัตรประจำวันว่า การดูแลจัดการภายในบ้าน ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ความสะอาด ต้องดูแลเองทั้งหมด อีกทั้งยังคอยช่วยดูแลจัดการ ว่าแมตช์ไหน ควรไป หรือว่าช่วงไหนควรพัก เวลาของคุณตู๋ทั้งหมดทุ่มเทไปเพื่อให้โปรมดแดงได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่

ถึงจะรับบทหนักกับการเป็นแม่บ้านโปรกอล์ฟ แต่เธอก็ไม่เคยหยุดนิ่ง วันไหนว่าง มีเวลาก็จะไปลงเรียนเพิ่มเติม เสริมความรู้ในคอร์สสั้นๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่เรียนกอล์ฟ

และเมื่อมีเวลาหลังจากจัดการภายในบ้านเรียบร้อย คุณตู๋ก็ได้เริ่มเปิดร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ พร้อมทั้งยังเปิดขายทางออนไลน์อีกด้วย และเมื่อพอมีเงินเหลือเก็บ จึงได้คิดวางแผนลงทุนในระยะยาว ด้วยการซื้อที่ดินปลูกต้นยาง เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ผลของการลงทุนก็เริ่มเห็น สามารถกรีดยางได้เดือนละสองครั้ง ซึ่งเธอจะไปควบคุมดูแลจัดการทุกอย่างด้วยตนเองตลอด

ทุกอย่างเริ่มลงตัวจนมีเวลาให้กับตัวเอง สามารถเข้ายิม ออกกำลังกายได้ถึงสัปดาห์ละ 5 ครั้ง และยังพอมีเวลาว่างเหลืออีกจากการจัดการชีวิตอย่างเป็นระบบ ทำให้ “คุณเอ็ดดี้ ซิม” ผู้บริหาร บ.ลีโอเนียน ชักชวนให้มาทำร้านอาหาร

“โดยส่วนตัวแล้วไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้เลยค่ะ เพราะตั้งแต่มีครอบครัวก็เป็นแม่บ้าน ดูแลครอบครัว จัดการเรื่องภายในบ้าน เพียงอย่างเดียวเลย”…

จากคำชักชวนของคุณเอ็ดดี้ ทำให้คุณตู๋สนใจ “เมื่อมีโอกาสก็อยากจะลองดูสักตั้ง เราน่าจะทำได้ และคิดว่าน่าจะทำได้ดีด้วย” ทั้งนี้ก็เพราะบางเรื่องดูแล้วคิดว่ายาก แต่เมื่อได้รับคำแนะนำ จาก “โปรบุญชู เรืองกิจ” พร้อมทั้งจาก ผู้ใหญ่อีกหลายๆ ท่าน และการช่วยเหลือจากคนรอบข้าง อุปสรรคที่เคยกลัวเหล่านั้นก็ผ่านไปได้สบาย

“มีเวลาในการเตรียมตัวแค่สามวันค่ะ”…. สำหรับการเข้ามาดูแลร้าน Fat Birdie โดยก่อนหน้านี้ บริหารโดยทางสยาม คันทรี คลับ พอตกลงว่าทำร้าน พนักงานทุกคนก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ภายในคลับเฮ้าส์ของสนาม ไม่ว่าจะเป็นพ่อครัว พนักงานเสริฟ และแคชเชียร์ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในร้านอีกด้วย “เท่ากับว่ามีตัวเราเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ช่วย ไม่มีลูกจ้าง และไม่มีของใช้ภายในร้าน มีแต่ห้องเปล่าๆ” คุณตู๋เล่าถึงความตื่นตระหนกในวันนั้น

“จากไม่เคยทำมาก่อน ก็มาตั้งสติ จัดลำดับก่อนหลัง เริ่มจากไปเลือกซื้อของเข้าร้าน หาเครื่องครัว เครื่องใช้ ที่คิดว่าจำเป็นก่อน เพื่อจะได้ทันเปิดร้าน คิดว่าถ้าให้เปิดภายในสามวัน คงหาพ่อครัวไม่ทันแน่ สิ่งที่สามารถทำได้คือเครื่องดื่ม ต้องมีให้บริการกับลูกค้าก่อน และขนมขบเคี้ยวเล็กน้อยๆ” นี่ก็การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยเธออย่างได้ผล

“วัตถุดิบที่ร้านเลือกใช้ จะเป็นของที่เราเลือกรับประทานเองอยู่แล้ว เช่น หมูสด ก็จะซื้อจากร้านประจำ ถึงราคาจะแพงกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ตาม, ข้าวก็จะหาที่ดีที่สุด และมีข้าวกล้องให้เลือกอีกด้วย เป็นคนกินคลีน กินผัก กินหมูไม่ติดมัน พอเปิดร้านในช่วงแรก อาหารบางชนิดรสชาติอาจยังไม่ถูกใจหลายๆ คน เพราะเรายึดตัวเองเป็นหลัก ต้องใช้เวลาค่อยๆ ปรับ จนมาถึงจุดที่เหมาะสม ได้อาหารที่มีคุณภาพและรสชาติที่ถูกปาก”

เป้าหมายของการทำร้าน Fat Birdie คุณตู๋ ตั้งเป้าแค่ให้ร้านสามารถเลี้ยงตนเอง อยู่รอดได้ โดยไม่หวังว่าจะมีกำไรมากมาย แค่ได้เห็นคนเข้ามาในร้าน ได้พูดคุย ได้ทานอาหาร มีความสุข มีรอยยิ้ม คนทำก็มีความสุขแล้ว และที่สำคัญการทำร้านอาหารยังได้เรียนรู้ประสบการณ์อีกหลายๆ ด้าน ทั้งงานบริการ การบริหารจัดการร้าน จัดการคน…

“Fat Birdie ตั้งอยู่บริเวณสนามไดร์ฟ สยาม คันทรี คลับ วอเตอร์ไซด์ ท่านใดผ่านไปขอเชิญแวะไปชิม แวะไปทักทาย ไปอุดหนุนกันได้นะคะ ร้านเปิดบริการทุกวันเวลา 07.00 – 20.00 น. ตู๋อยู่ต้อนรับทุกวันค่ะ”