วิรดา โกมุทบุตร

วิรดา โกมุทบุตร
Executive Assistant
สมาคมกีฬากอล์ฟสตรี

“อุ๋ยยังอยู่กับกอล์ฟเต็มตัวค่ะ” เธอเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสและสีหน้ายิ้มแย้ม อันเป็นเอกลักษณ์ สมกับเป็นขวัญใจแฟนกอล์ฟชาวไทย ที่คอยตามเชียร์ตั้งแต่เมื่อครั้งเธอยังเด็ก และได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่หลายบทให้กับ วงการกอล์ฟสตรีไทย

“โปรอุ๋ย” วิรดา โกมุทบุตร (นิราพาธพงศ์พร) เป็นหญิงไทยคนแรกที่ประสบความสำเร็จในกีฬากอล์ฟระดับโลก ทั้งสมัครเล่นและอาชีพ จนเป็นแบบอย่างให้กับนักกอล์ฟไทยรุ่นหลังได้เดินตาม แต่กว่าจะทำได้นั้น เธอต้องแลกด้วยความเหน็ดเหนื่อยอย่างหนัก และการเสียสละอย่างเป็นที่สุดของทั้งคุณพ่อและคุณแม่ (นพ.อภิชาต – พญ.สุปราณี นิราพาธพงศ์พร) จนสามารถสร้างผลงานและได้รับรางวัลเกียรติยศทางกีฬากอล์ฟอย่างมากมาย เคยชนะเลิศ United State Woman’s Amateur Golf Championship เมื่อปี 2003 ได้รับรางวัลนักกอล์ฟสมัครเล่นหญิงยอดเยี่ยม Nancy Lopez Award เมื่อปี 2004 และยังโลดแล่นอยู่ใน LPGA ซึ่งเป็นทัวร์กอล์ฟสูงสุดของฝ่ายสตรี ในช่วงปี 2006-2008 ก่อนที่จะประกาศเลิกเล่นอาชีพอย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2010

เพราะเคยประกาศเลิกเล่นอาชีพ ทำให้มีน้องๆ หลายคนเกิดข้อสงสัยในตัวเองบ้าง จนเกิดคำถาม “แล้วจะรู้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรเลิก?”

“เป็นนักกีฬาต้องมีความรู้สึกอยากซ้อมอยู่ตลอดเวลา ต้องสนุกกับมัน ถ้าเริ่มรู้สึกว่า ใจไม่อยากจะซ้อม ความรู้สึกว่าอยากออกไปซ้อมอยากออกไปตีเริ่มน้อยลง เริ่มไม่สนุก เริ่มไม่รักเกมกอล์ฟ ระหว่างที่มองคนอื่นพัตต์ รอคนอื่นตี เรากลับมองไปทางอื่นแล้วคิดว่า ถ้าเราไม่ตีกอล์ฟ แล้วเราจะไปทำอะไรดี สมาธิเริ่มไม่อยู่ในเกม ซึ่งปกติใจเราต้องใจจดใจจ่ออยู่กับเกม” ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับคุณบ้าง นั่นแหล่ะสัญญาณอันตรายได้เริ่มมาถึงแล้ว

ถึงแม้ว่า โปรอุ๋ย จะไม่ได้เป็นทัวร์ริ่งโปร แต่ก็ยังทำงานหลายอย่างที่เกี่ยวกับกอล์ฟโดยตรง “อุ๋ยเป็นทั้งเป็นโค้ชส่วนตัว และเป็นโค้ชให้กับสมาคมกอล์ฟสตรีค่ะ ซึ่งการฝึกนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ เราเองก็ฝึกมาก่อนเยอะ ได้เห็นความตั้งใจของเด็กๆ ได้เห็นเขาเติบโตขึ้นไป ก็เป็นความภาคภูมิใจของเราด้วย”

“กีฬากอล์ฟยากมาก แต่อุ๋ยก็มีความสุขกับการสอนทั้ง 2 แบบ ชอบสอนกอล์ฟให้กับคนที่เล่นไม่เป็นมาก่อน พอตีได้เขาก็ภาคภูมิใจ เราเองก็มีความสุขที่ได้แนะนำเกมดีๆ ให้เขา ส่วนนักกอล์ฟระดับสูง ที่ต้องการพัฒนาฝีมือ ก็ท้าทายไปอีกแบบ”

“ในแต่ละปี อุ๋ย ให้ความรู้เรื่องกอล์ฟอย่างน้อยๆ ก็หลายสิบคน บางครั้งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เลยก็มี กอล์ฟ ไม่ใช่เป็นเกมที่เข้าถึงได้ง่ายๆ แต่เป็นเกมที่ดี เล่นได้นานๆ ดีใจค่ะที่แต่ละปีได้สร้างนักกอล์ฟใหม่ๆ ให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

เพราะเป็นคนไม่ชอบทำตัวว่าง ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ชอบหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่ได้ลงแข่งขัน ก็เปิดโอกาสตัวเองให้ได้ลองหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เมื่อก่อนไม่กล้าลอง เพราะก่อนหน้านี้ต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษ ไม่ให้เสี่ยงกับการหกล้ม บาดเจ็บ โดยเฉพาะข้อมือ เพราะนั่นคือความเสียหายที่จะส่งผลกับอาชีพ

“อุ๋ย ลองเล่นหมดเลยค่ะ เช่น เล่นสโนว์บอร์ด กีฬาเกี่ยวกับความเร็ว หรือท้าทายอย่าง เดินป่า ปีนเขา ฯลฯ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ไม่กล้าเลย”

โปรอุ๋ยยังได้เริ่มงานทางด้านมีเดีย เพราะทั้งความคุ้นเคยและถนัดในเรื่องกอล์ฟ เมื่อได้รับเชิญไปเป็นพิธีกรในงานกอล์ฟสำคัญๆ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ภาษาอังกฤษก็คล่องแคล่ว ไปเป็นผู้บรรยายกอล์ฟตามทีวีช่องต่างๆ ก็สามารถสอดแทรกเกร็ดความรู้เชิงลึก ในฐานะที่เคยเล่นอยู่ในทัวร์ได้อย่างละเอียด เมื่อทำรายการทีวีก็ยังสดใสร่าเริงอีก “งานทุกอย่างที่อุ๋ยทำ สนุกไปหมดค่ะ”

ตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นเครื่องชี้เป็นชี้ตายให้กับนักกอล์ฟคือ ความกดดัน หากใครรับมือไม่ได้ ก็คงไม่รอด ซึ่งเธอมีเคล็ดลับมาบอกกล่าว

“อุ๋ยจะกลับมาที่ตัวเองตลอด บอกตัวเองว่า ความกดดันที่เรารู้สึก มันมาจากตัวเราทั้งนั้น ต้องเข้าใจตรงนี้ แล้วเราจะเอาแรงกดดันมาใส่ทำไม ถึงจะพูดง่ายแต่ก็ทำยาก แล้วเราต้องกลับมาที่ขั้นตอนในการจะทำสิ่งนั้นให้ประสบความสำเร็จ เช่นพัตต์นี้จะทำให้เราชนะ ก็พยายามนึกย้อนกลับไปว่า เวลาซ้อมเรารู้สึกอย่างไร ผ่อนคลายอย่างไร แต่ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะทำได้ ต้องซ้อมหนักมาก ต้องมีการสร้างสถานการณ์ จินตนาการว่าจะต้องทำอย่างไร แล้วจำความรู้สึกนั้น เพื่อนำไปใช้ในเหตุการณ์จริง ระยะแค่ไหนจะหยิบเหล็กอะไร เผื่อบวกลบลมเท่าไหร่ สวิงแบบไหน ท่องไว้ว่าช้า หมุน ทำให้เหมือนซ้อม อยู่กับขั้นตอนของมัน แล้วทำตามนั้นไป คนจะดูมากน้อยแค่ไหนไม่เกี่ยว”

โปรอุ๋ยยังนำแนวคิดนี้มาใช้กับเรื่องอื่นๆ ด้วย “อย่างงานพิธีกร บางทีเจอคนเยอะๆ ถ้าเป็นกอล์ฟเราไม่กลัว แต่พอเป็นงานที่เราไม่คุ้น เวลากดดันทุกอย่างจะรุมเข้ามาหมด จนจับไม่ถูก เราก็กลับไปดูว่า อะไรที่ทำให้เรากังวลใจ เช่นคนเยอะ ก็รับรู้ไปเลยว่าเยอะ ก็ไม่เป็นไร ดูสคริปให้เข้าใจ ต้องยิ้ม ต้องพูดช้าๆ อยู่กับสิ่งที่เราต้องทำ ความรู้สึกกดดันที่จะเข้ามาก็ลดลงไปเอง”

และกับนักกอล์ฟรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังพยายามเดิมตามความฝัน โปรอุ๋ยก็ให้ข้อคิดว่า

“อุ๋ยเชื่อเรื่องการบริหารเวลา เราอาจจะมุ่งแต่ในเรื่องกอล์ฟ จนเวลาเรียนหายไป ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้สำคัญด้วยกันทั้งคู่ ต้องรู้จักแบ่งให้เหมาะสม และ เรื่องวินัยก็ต้องรักษา เราอาจจะเคยสบายๆ กันมา พอเจอที่เข้มงวดหน่อย อาจจะรู้สึกท้อ ไม่สู้ คนจะเป็นเลิศได้ ต้องผ่านช่วงเวลาทดสอบความอดทนมาอย่างหนักหน่วง เจอความกดดันต้องผ่านไปให้ได้ เราต้องอดทนขั้นสูงสุด ขยันขั้นสูงสุด แล้วก็ต้องมีความสุขกับการใช้ชีวิต ให้ชีวิตได้รับประสบการณ์ที่ดี เพราะในที่สุดแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็นโปรที่ประสบความสำเร็จได้ แต่ก็ยังอยากให้คนยังรักกอล์ฟ มีความสุขกับกอล์ฟ”

“อุ๋ยไม่ค่อยมีประสบการณ์ที่แย่เท่าไหร่ ไม่ใช่ไม่มีเลย แต่เลือกที่จะไม่จำ หรือไม่ไปมองในมุมที่แย่ เราไม่ได้ตั้งใจว่าอันนี้ไม่ดีแล้วจะไม่ไปมอง แต่เราเลือกไปโฟกัสกับสิ่งที่ดี อะไรที่แย่ก็เรียนรู้ไว้ แล้วปล่อยให้ผ่านไป วันเวลาก็หมุนไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว เราจะติดอยู่กับสิ่งที่ไม่ดีไปเพื่ออะไร”

“และถ้าจะหวังผลลัพธ์ที่ดี เราจะทำอะไรแค่ครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ ต้องตั้งใจ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าคิดจะทำแค่เล่นๆ ก็อย่าไปคาดหวังอะไรเลย ซึ่งสำหรับอุ๋ยแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม I made the best of everything เสมอค่ะ”

ก่อนจบบทสนทนา โปรอุ๋ย ได้เน้นย้ำถึงกีฬากอล์ฟกับเธอในวันนี้ว่า

“ทุกวันนี้อุ๋ยกลับมารู้สึกสนุกกับกอล์ฟอีกครั้งค่ะ นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น คุณพ่อเริ่มหัดกอล์ฟให้ เพราะอยากให้เป็นกีฬา ได้เล่นสนุก ไม่ได้อยากให้เราเกลียดกอล์ฟ นี่คือเรากลับมาอยู่ในเกมกอล์ฟ ที่คุณพ่อเริ่มให้อุ๋ยตั้งแต่แรกเริ่มเลยค่ะ”